วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระทิงโดนไซยาไนด์


เจอซากเพิ่ม2ตัว ยอดตายขยับ22

ฝูงกระทิงป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังไม่พ้นวิกฤติ หลังพบล้มตายเป็นเบือโดยไม่ทราบสาเหตุจำนวน 20 ตัว ล่าสุดพบซากกระทิงตายอย่างมีเงื่อนงำกลางป่าอีก 2 ตัว คาดเป็นกระทิงคนละฝูงที่ตายยกฝูงไปก่อนหน้านี้ กรมอุทยานฯระดมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ติดตามยิงยาสลบเพื่อเก็บ ตัวอย่างเลือดส่งตรวจพิสูจน์ว่ากระทิงเป็นอะไรกันแน่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบสารไซยาไนด์ หรือสารหนู 1 ในซากกระทิงที่ตาย

กรณีฝูงกระทิงป่าที่อาศัยหากินในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี รอยต่อพื้นที่โครงการฟื้นฟูป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ทยอยล้มตายลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเศษอาหารในกระเพาะอาหารและชิ้นเนื้อซากกระทิงส่งไปตรวจพิสูจน์ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการตาย เพียงสันนิษฐานอาจเกิดจากโรคติดต่อในสัตว์ หรือถูกลอบวางยาพิษ โดยระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ เจ้าหน้าที่ได้พบซากกระทิงตัวที่ 20 นอนตายในป่าบริเวณเขตกันชนระหว่างอุทยานฯ กุยบุรี และโครงการกุญชร เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นอกจากนี้ยังพบฝูงที่เหลืออีก 1 ฝูง ประมาณ 10 ตัว กระทิงในฝูงบางตัวรูปร่างซูบผอมผิดปกติเดินแทบไม่ไหว ทางอุทยานฯได้จัดทีมสัตวแพทย์ติดตามเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การช่วยเหลือ

ความคืบหน้าต่อมาเมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ ว่าช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนที่ออกติดตามค้นหาซากกระทิง ได้พบซากกระทิงตายเพิ่มอีก 2 ตัว ในป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี คาดว่าตายในเวลาไล่เลี่ยกับซากกระทิงที่เจอก่อนหน้านี้ทั้ง 20 ตัว คาดว่าเป็นกระทิงฝูงข้างเคียงกับฝูงที่พบกระทิงตายยกฝูงก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทีมเจ้าหน้าที่ที่ติดตามกระทิงในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และทีมสัตวแพทย์ เตรียมยิงยาสลบ เพื่อเก็บตัวอย่างเลือดของกระทิงมาตรวจให้เร็วที่สุด ยอมรับว่าทำยากพอสมควร แต่เวลานี้มีความจำเป็นมากที่จะนำเลือดมาตรวจเพื่อให้รู้ว่ากระทิงเป็นอะไรกันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นกระทิงที่กำลังอ่อนแอ 2 ตัว ที่เจ้าหน้าที่เจอก่อนหน้านี้ก็ยิ่งดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมทีในวันที่ 15 ม.ค.นี้ กรมควบคุมมลพิษจะเปิดเผยข้อมูลเรื่องผลการตรวจสารเคมีในตัวกระทิง และในสิ่งแวดล้อมโดยรอบ คือ ในดิน น้ำ และพืชที่กระทิงกินเป็นอาหาร แต่ปรากฏว่าผลการตรวจยังไม่สมบูรณ์ จึงแจ้งขอเลื่อนออกไปก่อน ทั้งนี้จะแถลงเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 17 ม.ค.นี้ ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยจะแถลงร่วมกับกรมปศุสัตว์ และกรมวิชาการเกษตร อย่างไรก็ตามมีรายงานแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบสารไซยาไนด์ หรือสารหนู ชนิดเดียวกับที่เจอในแหล่งน้ำ ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ที่เคยทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ป่วยเป็นโรคไข้ดำจำนวนมาก โดยเจอในซากกระทิง 1 ตัว ส่วนสารอื่นๆต้องรอรายละเอียดผลการตรวจพิสูจน์

ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยความคืบหน้าคดีการสอบสวนคดีกระทิงตายอย่างมีเงื่อนงำ ว่าได้สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 20 ปาก และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ซึ่งมีความชัดเจนว่าสาเหตุที่กระทิงล้มตาย ไม่ได้มาจากโรคระบาดสัตว์ตามที่นักวิชาการจากหลายหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นำผลการพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการออกมาเปิดเผยข้อมูล และล่าสุดเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กองบังคับการพิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางไปตรวจสอบซากกระทิงตัวที่ 20 ที่บริเวณร่องห้วยโรงตาคำ ห่างจากบ่อน้ำหมายเลข 1 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อเก็บหลักฐานและสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ส่วนซากกระทิงที่พบขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชฯได้แจ้งขออนุญาตพนักงานสอบสวนเพื่อฝังกลบซากของกลางแล้วโดยระบุว่าหากไม่ฝังกลบเกรงจะมีปัญหาจากโรคระบาด

16 ม.ค. 2557 03:53 ไทยรัฐ