วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

70องค์กรหนุนลต. อัดกกต. เฉื่อย-ใส่เกียร์ว่าง


ป.ป.ช.จ่อฟัน‘บุญทรง’ ‘ปู’โดนเมินปราบโกง

“ยิ่งลักษณ์” นั่งหัวโต๊ะถก 70 องค์กร-หน่วยงาน-พรรคการเมือง ตีธงลุยเลือกตั้ง 2 ก.พ.ย้ำไม่มีกฎหมายให้อำนาจเลื่อนหย่อนบัตร ยันทหาร-ตำรวจ-ข้าราชการ พร้อมช่วย กกต.แก้ปัญหา “เอกชัย” เตือนนายกฯอย่าเสี่ยงทำผิด ก.ม. ฉะ กกต.เกียร์ว่างไม่พยายามจัดเลือกตั้ง “ภุชงค์” โต้ครหา กกต.เฉื่อย คุยทำหน้าที่เต็มสูบ “สมชัย” แก้ลำทำหนังสือเชิญ “นายกฯ” รายวัน เค้นคอต้องมาหารือกับประธาน กกต.ก่อนส่งศาล รธน.ตีความข้อกฎหมาย “มาร์ค” แขวะ “ปู” อ้างรักษาประชาธิปไตยแค่บางเวลา ยุปลดแอกแรงกดดันของพี่ชาย ป.ป.ช.จ่อลงดาบฟันอาญา “บุญทรง-ขรก.” เซ่นทุจริตจำนำข้าว ชงตั้งอนุ กก.สอบนายกฯเพิกเฉยปราบโกง

กรณีรัฐบาลเปิดเวทีเชิญ 70 ตัวแทนองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาหารือข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้นายกฯออกพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้งใหม่ ล่าสุดเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมเห็นควรเดินหน้าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป โดยยืนยันนายกฯไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะไปเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป

“ปู” นั่งหัวโต๊ะถกเลื่อนวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 15 ม.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ข้อยุติกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือถึงนายกฯพิจารณาออก พ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่ โดยมีรัฐมนตรี อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายพงศ์เทพ เทพ-กาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหัวหน้า ตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงตัวแทนหน่วยงานราชการ เข้าร่วม อาทิ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเลขาธิการเสนาธิการทหาร เป็นตัวแทน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. นายชูเกียติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการกฤษฎีกา ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ไม่ได้เข้าร่วม

“ชูวิทย์” วอล์กเอาต์โวยไร้ประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้กล่าวเปิดการประชุม จากนั้นจะให้นายภุชงค์พูดต่อ แต่ปรากฏว่านายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ยกมือขอพูดก่อน โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า เมื่อมาประชุมแล้วคู่กรณีอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มา ประชุมแล้วจะได้อะไร อย่าคุยกันเลย ขนาดนายกฯเป็นสุภาพสตรีแท้ๆจริงใจเปิดเวทีพูดคุย ผู้ชายอกสามศอกอย่างนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์ ไม่มา ตนขอไม่ร่วมประชุมด้วย จากนั้นนายชูวิทย์เดินออกจากห้องประชุมทันที ทั้งนี้ นายชูวิทย์ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้น เพราะมีคนไม่ต้องการให้เกิด ไปปิดบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงต้องมาคุยกันทำเพื่อบ้านเมืองให้จบ เลิกเอาคำว่าปฏิรูปมาบังหน้า

พรรคการเมืองรุมยำ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยให้หัวหน้าพรรคและตัวแทนพรรคการเมือง แสดงความคิดเห็นคนละ 5 นาที ส่วนใหญ่ได้ตำหนิการทำหน้าที่ของ กกต.และไม่เห็นด้วยที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะไม่มีข้อกฎหมายรองรับ และพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งได้เดินสายหาเสียงไปแล้ว

ยกเสียงส่วนใหญ่ลุยเข้าคูหา 2 ก.พ.

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวสรุปว่า ขอบคุณเลขาธิการ กกต.ที่มาร่วมหารือด้วย เสียดายที่ประธาน กกต.และคณะกรรมการ กกต.ไม่ได้มาร่วม เพราะ กกต.ในฐานะแม่งานจัดการเลือกตั้งจะได้รับข้อมูลทางตรง รับฟังปัญหาต่างๆ ไปประกอบการพิจารณา ตั้งแต่วันรับสมัครว่ามีปัญหาอะไร และจะได้มาคุยว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือการไปลงเลือกตั้งทำอย่างไร เพื่อจะดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย จึงเป็นที่มาในการเปิดเวทีนี้ อย่างไรก็ตาม สรุปว่ากว่า 2 ชั่วโมงที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้มีการเลือกตั้ง และตามกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจทั้งรัฐบาลและ กกต.เลื่อนการเลือกตั้ง ฉะนั้น ต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย และพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส่วนปัญหาต่างๆเวลานี้มี 2 เรื่องใหญ่ คือการให้ผู้สมัครได้สมัครครบทุกพรรค และให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย เชื่อว่าทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุน วันนี้ต้องร่วมสร้างบรรยากาศรักษาประชาธิปไตย ถ้าไม่อยากให้รัฐบาลนี้เข้ามามีอำนาจ ประชาชนก็ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง เพื่อจะชี้ว่าการเดินหน้าประชาธิปไตยของประเทศจะเดินไปอย่างไร

วอนทุกฝ่ายร่วมนับหนึ่งปฏิรูป ปท.

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศระหว่างหารือกับภาคส่วนต่างๆเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ปัญหาติดขัดในทางปฏิบัติอะไรที่เริ่มจากรัฐบาลมักไม่ได้ความร่วมมือ จึงดำเนินการได้ช้า เพราะต้องรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ แต่เราต้องเริ่มสร้างการปฏิรูป อยากเชิญพวกท่านที่อยู่ในนี้ กปปส.และผู้ที่เห็นต่างมาร่วมกัน นับหนึ่งการปฏิรูปประเทศไทย วันที่ 16 ม.ค.จะนัดในเรื่องเวลาและสถานที่

กองทัพพร้อมสนับสนุน กกต.

ด้าน พล.อ.นิพัทธ์กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการรับสมัคร ได้รับทราบความวุ่นวายที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.เลขาธิการ กกต.ได้ไปชี้แจงอุปสรรคการจัดการเลือกตั้งที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้เชิญผู้แทนจาก สตช.มาร่วมรับฟังด้วย โดยบอกว่าต้องการให้ทหารสนับสนุน สถานที่ กำลังพล และอุปกรณ์ต่างๆ กระทรวงกลาโหมยินดีสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กกต.ตามที่ขอมา ซึ่งเลขาฯ กกต.ได้ขอบคุณและแจ้งว่า 1-2 วันจะทำรายละเอียดส่งกลับมา ขณะนี้กลาโหมยังรอหนังสือดังกล่าวอยู่ ขอให้รีบส่งมา ก็จะจัดการให้ทุกอย่าง

กกต.โอดโดนขัดขวางทุกรูปแบบ

นายภุชงค์กล่าวว่า ต้องกราบขออภัยที่ประธาน กกต.และ กกต.ที่ไม่ได้มาร่วมในเวทีนี้ เพราะมีประชุมสำคัญเพื่อเดินหน้าการเลือกตั้ง กกต.อยากขอความช่วยเหลือและความอนุเคราะห์หน่วยงานราชการช่วยเหลือในการเดินหน้าจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. และจัดเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต้องขอความร่วมมือหน่วยราชการในพื้นที่และกองทัพ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ บางพื้นที่อนุญาตให้ใช้สถานที่แต่ยกเลิกในภายหลัง ที่ศาลากลาง ที่ว่าการอำเภอก็ไม่ให้ เมื่อหาสนามฟุตบอลได้จะขอเช่า ขอซื้อเต็นท์ก็ไม่ให้ กดดันเจ้าหน้าที่ กดดันผู้สมัครมาตลอด อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดในการเลือกตั้ง รวมทั้งเจ้าหน้าที่บางคนถูกข่มขู่ ทั้งครอบครัวให้ออกนอกพื้นที่บางจังหวัด ผอ.โรงเรียนใดที่ให้สถานที่ถูกกดดันให้ยกเลิก เดินขบวนไล่ให้ลาออก ไม่เข้าใจกระบวนประชาธิปไตยเขาทำกันอย่างนี้หรือเปล่า นี่คือสิ่งที่หลายท่านยังไม่ทราบจึงนำมาสะท้อน

โต้ไม่เฉื่อยแฉะเดินหน้าทำหน้าที่

นายภุชงค์กล่าวว่า จากนี้ กกต.จะขอใช้อำนาจตามมาตรา 20 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ส่วนราชการต่างๆให้ความร่วมมือจัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะในพื้น 15 จังหวัด 24 เขตเลือกตั้งภาคใต้ ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการแล้ว ส่วนกองทัพที่เรายังไม่เข้าไป เนื่องจากยังมีพื้นที่ราชการพลเรือน สตช.ให้เราได้ หลังจากนี้จะประสานไปยังกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ผอ.ประจำหน่วยแต่ละจังหวัด ให้ถือหนังสือสำเนาที่แจ้งส่วนกลางไปประสานหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดขอช่วยเหลือ การขอความร่วมมือจากหน่วยราชการยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประธาน กกต.และกกต.ทุกคนได้ให้เป็นนโยบายว่าหากไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้งจะดำเนินการตาม พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งต่อไปอย่างเต็มกำลังสุดความสามารถ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจะไม่ทำงานในแบบที่คิดว่าเราเฉื่อยแฉะ ตราบใดที่กฎหมายยังบังคับใช้อยู่

สปป.สับ กกต.ไม่พยายามจัด ลต.

นายเอกชัย ไชยนุวัฒน์ สมาชิกสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่ามาตรา 236 (4) ให้อำนาจ กกต.สั่งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่กินภาษีประชาชนให้จัดการเลือกตั้ง แต่ทำไมไม่ทำ ท่าที กกต.ทำให้เราไม่สบายใจ เพราะแสดงออกถึงการไม่พยายามจัดการเลือกตั้ง อำนาจการเลือกตั้งเป็นของประชาชนทุกคน แต่ กกต.กลับไปโฟกัสแค่ 7.5% แล้ว 92.5% ที่เขาต้องการ กกต.ไม่นึกถึงหรือจะพรากสิทธิอำนาจอธิปไตยของทุกคน เพียงเพราะท่านเป็น กกต.หรือปัจจุบันกฎหมายให้อำนาจ กกต.มากกว่านายกฯจัดการเลือกตั้งได้เลยด้วยซ้ำ และขอเตือนว่านายกฯไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง และ กกต.เอามาตราไหนมาเลื่อนเลือกตั้ง ถ้าไม่อยากเห็นคนไทยฆ่ากันเอง แล้วเลือดอยู่ในมือ กกต.

เลขาฯกฤษฎีกาสำทับเลื่อนไม่ได้

นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาฯกฤษฎีกา กล่าวว่า เมื่อมี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งกระบวนการต่างๆต้องดำเนินการและเป็นอำนาจหน้าที่ กกต. ส่วนกรณีที่ กกต.ถามความเห็นมากรณีเกิดปัญหาการรับสมัครลงเลือกตั้งไม่ได้ กฤษฎีกาไม่แสดงความเห็น ขณะที่นายสุรพงษ์กล่าวว่า กกต.ได้กล่าวโทษร้องทุกข์กับผู้ขัดขวางการเลือกตั้งแล้วหรือไม่

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า สำหรับภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับการจัดกำลังดูแลสถานที่เลือกตั้ง ได้เตรียมกำลังในพื้นที่ที่มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,243 หน่วย มีความพร้อม มีกองกำลังดูแล 129,000 นาย

ดักคอส่งศาล รธน.ต้องเข้าเงื่อนไข

ต่อเวลา 13.15 น. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ แถลงภายหลังการหารือว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าจะต้องจัดการการเลือกตั้งตาม พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ไม่มีบทบัญญัติให้นายกฯและ กกต.เลื่อนการเลือกตั้งได้ นายกฯพร้อมสนับสนุน กกต.เต็มที่ ทั้งเรื่องบุคลากร สถานที่ การอำนวยความสะดวก จะนำส่งความเห็นในการหารือนี้ไปให้คณะกรรมการ กกต.ต่อไป ส่วนที่ กกต.เชิญนายกฯไปหารือวันที่ 16 ม.ค. นายกฯยังไม่ได้ตอบรับ เมื่อถามว่า กกต.ให้รัฐบาลหารือกฤษฎีกาว่า การเลื่อนเลือกตั้งทำได้หรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า หารือกฤษฎีกาได้ แต่สามารถนำอ้างยันทุกที่หรือไม่ เราเคยอ้างหลายเรื่อง แต่คดีไปศาล ศาลตัดสินอีกแบบ เมื่อถามว่ากังวลที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า การส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความต้องเข้าบทมาตราของรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อยู่ดีๆหาเรื่องทั้งที่ไม่เข้าบทมาตราก็จะส่งเข้าไป ต้องมีกรณีตามบทเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญก่อน

นายกฯต่อยอดหารือตั้งสภาปฏิรูป

นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า เมื่อมีความเคลื่อนไหวการปฏิรูปประเทศจากเครือข่ายนักธุรกิจประมาณ 25 องค์กรเสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรม นายกฯจึงขอให้ตน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นัดหมายเพื่อคุยเรื่องการปฏิรูป ส่วนร่างระเบียบสำนักนายกฯที่นายกฯเคยปรารภ ยังเป็นแค่ความคิดชั้นต้น ยังไม่ลงนามในคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมนายกฯได้เรียกนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรฯ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม และนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯหารือความคืบหน้าจัดเวทีปฏิรูปประเทศ นาน 1 ชั่วโมง จากนั้นนายธงทองเปิดเผยว่า วันที่ 16 ม.ค. เวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ นายกฯจะเป็นประธานการพูดคุยของผู้ที่มีแนวความคิดในการปฏิรูป 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพัฒนาไปอย่างมากจากหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะ 25 องค์กรเครือข่ายเอกชนจึงควรมาพูดคุยร่วมกับฝ่ายอื่นๆ เพื่อดูว่าจะสานต่อไปทางใดได้บ้าง

“จารุพงศ์” ขู่สงครามเลือดปะทุ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า หาก กกต. จะเลื่อนเลือกตั้ง ประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง 48 ล้านคน ทั้ง 77 จังหวัดมีสิทธิฟ้อง กกต. ปัญหาคือตายไป 3 ชาติ กกต.อาจยังให้การไม่หมด ขออย่าเสี่ยง อย่าลองของยืนยันว่า กกต.ไม่มีอำนาจเลื่อนวันเลือกตั้ง แต่ตะแบงไปเรื่อยๆ การเลือกตั้งเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับตะแบงว่าสิทธิไม่เท่ากัน หากฝืนให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปจะเป็นสัญญาณก่อความขัดแย้งมากขึ้น อาจก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง

พท.ซัด กกต.วางกับดักนายกฯ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ กกต.ไม่ไปร่วมประชุมหารือเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้งตามคำเชิญของรัฐบาล โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ถือว่าไม่จริงใจ เป็นการเลือกปฏิบัติ ส่วนที่ กกต.เสนอให้รัฐบาลพบกับตัวแทน กกต.วันที่ 16 ม.ค. อาจจะถูกมองว่าเป็นการมุบมิบ พรรคการเมืองที่ไม่ได้พบจะมองว่าฮั้วกันหรือไม่ หรือจะโยนภาระให้รัฐบาล กกต.ทำตัวเหมือนกปปส.ที่เรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นายสุเทพเรียกร้องนายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ขณะที่ กกต.เสนอให้เลื่อนเลือกตั้ง โดยไม่มีกฎหมายรองรับ และทำไม่ได้ ถ้าหากรัฐบาลรับข้อเสนอเลื่อนเลือกตั้งจะถูกฝ่ายตรงข้ามยื่นเอาผิด เหมือนวางกับดักให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลใช่หรือไม่

“สมชัย” แก้ลำทำหนังสือเชิญรายวัน

ช่วงเย็น ที่ จ.ชลบุรี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุม กกต.นอกสถานที่ว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบและไม่สามารถติดต่อฝ่ายรัฐบาลได้ว่านายกฯจะมาหารือกับ กกต.ในวันที่ 16 ม.ค. หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรนายกฯก็ต้องมาคุยกัน เพราะมีประเด็นข้อกฎหมายหลายเรื่องไม่ใช่ประเด็นความเห็นทางการเมืองการ หารือในเวทีที่รัฐบาลจัดขึ้นไม่มีผลผูกมัด กกต. นายกฯ กับประธาน กกต.ในฐานะผู้รักษาการตาม พ.ร.ฎ. เลือกตั้งต้องมาหาคำตอบในข้อกฎหมายก่อน ถ้ายังไม่ตอบรับก็จะทำหนังสือเชิญมาหารืออีกครั้งในวันที่ 17 ม.ค. ถ้าไม่ว่างจะนัดไปเรื่อยๆจนกว่านายกฯจะมา นายกฯ บอกว่าสนับสนุนการเลือกตั้งก็ต้องสนับสนุนทางปฏิบัติ มาแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดว่าจะช่วยอย่างเดียว ขณะนี้ยังมีปัญหาการขาดแคลนกรรมการประจำหน่วยภาคใต้ 4.1 หมื่นคน กทม.5 พันคน รัฐบาลต้องมาพูดคุยจะได้รู้ว่ามีข้อกฎหมายที่ยังเห็นต่างที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดหรือไม่ แต่เรื่องเลื่อนหรือไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง หรือจะเลือกตั้งวันไหนไม่ใช่ประเด็นข้อกฎหมาย

ยัน 5 เสือ กกต.เป็นเอกภาพ

นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวถึงข้อกล่าวหาว่า กกต.มีการแสดงความเห็นไม่เป็นเอกภาพว่า กกต.ชุดนี้เพิ่งร่วมงานกันประมาณ 1 เดือน ส่วนของนายสมชัยในฐานะดูแลการจัดการเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีบทบาทชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการจัดการการเลือกตั้ง ขอให้สบายใจกันว่า กกต. เป็นปึกแผ่น

ปธ.กกต.ลั่นต้องหาทางออกด้วยกัน

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลเชิญประชุมพรรคการเมืองและหน่วยงานต่างๆ โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้จัดการเลือกตั้งต่อไปว่า เมื่อรัฐบาลไม่เลื่อนการเลือกตั้ง กกต.ก็ไม่มีอำนาจไปเลื่อน เพราะไม่มีอำนาจเสนอ พ.ร.ฎ.ให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่ต้องให้ตอบเป็นหนังสือมาที่ กกต.อย่างเป็นทางการก่อน เราเป็นห่วง แต่ถ้าไม่ได้อย่างที่เราคาดหวังก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร ต้องคิดวันต่อวัน ยืนยันว่านายกฯควรจะมาหารือกับ กกต.ว่าจะเอาอย่างไร กกต.พยายามหาช่องให้บ้านเมืองเดินไปได้ ไม่ใช่เราดื้อ ระหว่างที่เชิญนายกฯมาหารือ กกต.ก็ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง พร้อมชี้ให้เห็นว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น หากได้พูดคุยกับนายกฯเชื่อว่าน่าจะจบ มีอะไรต้องคุยหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้บ้านเมืองสงบและเดินไปได้

“มาร์ค” เหน็บ “ปู” รัก ปชต.บางเวลา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา-ธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชนแนล ถึงการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯยืนยันไม่สามารถลาออกได้ ต้องอยู่ต่อเพื่อรักษาประชาธิปไตยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หยิบเรื่องนี้มาพูดบางจังหวะเวลาเท่านั้น ที่อ้างข้อกฎหมายว่าลาออกจากรักษาการไม่ได้ เลื่อนเลือกตั้งไม่ได้ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯก็ทำมาแล้ว ทำไมไม่บอกว่าพี่ชายทำผิดกฎหมาย ความรับผิดชอบของนายกฯคืออะไร แค่เชิญคนมาเถียงกันให้เห็นว่าถ้าเลื่อนเลือกตั้งออกไปก็มีปัญหาเท่านั้น อยากให้รัฐบาลฉุกคิด เพราะนอกจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปก่อน แม้จะถูกพี่ชายหรือกลุ่มนักการเมืองที่ต้องการรักษาอำนาจกดดัน แต่การตัดสินใจและความรับผิดชอบอยู่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ผ่านมาคนที่อยู่นอกประเทศเคยพูดว่า ถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เขาไม่มีความสุข ก็อย่าหวังจะให้มีความสงบสุขในบ้านเมืองเลย บรรดาขี้ข้าทั้งหลายมีความสุขดีหรือกับการให้คนคนเดียวสร้างปัญหาให้ประเทศอย่างนี้หรือ

ดักคอเกมบีบ ปชป.ลงเลือกตั้ง

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า  ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ หยุดโกหกผ่านสื่อมวลชนและโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ก่อนหน้านี้อ้างว่าไม่สามารถเป็นเจ้าภาพหรือเลื่อนการเลือกตั้งได้ แต่วันนี้กลับเรียกหลายหน่วยงานมาประชุมเกี่ยวกับการเลื่อนการเลือกตั้ง กกต.ทำถูกแล้วที่ไม่ไปร่วมประชุม เพราะจะถูกรุม 69 ต่อ 1 แล้วอ้างว่าเสียงข้างมากต้องการให้เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ทางออกจากนี้ นายกฯต้องไปพบ กกต.ตามคำเชิญวันที่ 16 ม.ค.หากนายกฯกับ กกต.เห็นไม่ตรงกัน จะได้นำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้เกิดความชัดเจนในทางกฎหมาย ประเทศวิกฤติรัฐบาลต้องถอยหนึ่งก้าว แต่วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังถอยแต่ปาก แต่กลับรุกซ้ำเพิ่มปัญหา หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง และได้ ส.ส.ไม่ครบเปิดสภาฯ ตั้งนายกฯไม่ได้ ก็เข้าทางรัฐบาลจะอยู่รักษาการในอำนาจไปเรื่อยๆ และอยู่จัดการเลือกตั้งซ่อมที่พรรคเพื่อไทยจะใช้เล่นงาน กกต.และฝ่ายชูปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะจะบีบให้พรรคประชาธิปัตย์ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม เพราะตามกฎหมาย พรรคการเมืองจะไม่ลงสมัครติดต่อกันสองครั้งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกยุบพรรค

ภท.เฮศาลฎีกาคืนสิทธิผู้สมัคร

ค่ำวันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ศาลฎีกาแผนก คดีเลือกตั้ง ได้ไต่สวนคำร้องที่ได้ยื่นต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งต่อ กกต.ให้คืนสิทธิ ซึ่งตัวแทน กกต.ได้พิจารณาเอกสารแล้วไม่คัดค้านอะไร ดังนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จึงมีคำสั่งให้ กกต.คืนสิทธิการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยแล้ว

“ธีรยุทธ” ชี้รัฐไทยใกล้แตกเป็นเสี่ยง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายธีรยุทธ บุญมี ผอ.สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงในหัวข้อ “สุดท้ายของระบอบทักษิณ สร้างรากฐานใหม่ให้ประเทศไทย?” ว่า ต้นเหตุเกิดกระแสปฏิรูปประเทศและการปฏิวัติของประชาชน เกิดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ใช่นักประชาธิปไตย แต่เป็นพวกอนาธิปไตย เน้นการแยกสลายและควบคุมบุคลากรของรัฐ เกิดเป็นโรคระบาดคอร์รัปชันทุกวงการ ทำให้สังคมกลายเป็นอนาธิปไตยที่แตกแยกเป็นกลุ่ม แก่งแย่งอำนาจผลประโยชน์เป็นกลุ่มๆ รัฐไทยกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ มิหนำซ้ำการคอร์รัปชันกำลังพังทลายกำแพงด่านสุดท้ายคือกำแพงศีลธรรมของประชาชน ส่งผลให้ประเทศล่มสลายอย่างแท้จริง ส่วนที่มวลชนนกหวีดที่ลุกขึ้นมาสู้ไม่ยอมถอย เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจมากระทบโดยตรง ความกังวลการขยายตัวของคอร์รัปชัน และโอกาสล่มสลายของสังคม

เชียร์ปฏิวัติแบบใหม่ “สันติภิวัฒน์”

นายธีรยุทธกล่าวว่า ส่วนวิกฤติจะจบลงอย่างไร มีทางคลี่คลายวิกฤติหลายทาง เช่น ถ้าคนไทยไม่แคร์การคอร์รัปชัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะรักษาการไปจนถึงการเลือกตั้งใหม่ และได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง จะนำไปสู่ระบอบทักษิณโดยสมบูรณ์ แต่ไม่มีการปฏิรูปที่เป็นจริงเกิดขึ้น ถ้าเปลี่ยนแปลงในระดับการปฏิวัติ คือ 1. การปฏิวัติโดยประชาชนขนานใหญ่ ใช้กองกำลังติดอาวุธเพื่อเปลี่ยนอำนาจ โอกาสเกิดขึ้นน้อย เพราะกองทัพเหนียวแน่นอยู่กับสถาบันและสังคมไทยไม่ชอบความรุนแรง 2.ปฏิวัติแบบใหม่คือสันติภิวัฒน์ ที่ตนอยากให้เกิดรูปแบบนี้ จะนำไปสู่การแก้กฎหมายเปลี่ยนโครงสร้าง ทำลายห่วงโซ่ที่เป็นปัญหา 3. ทหารรัฐประหาร วิธีนี้ไม่แก้ไขปัญหา อาจถูกคัดค้านจากมวลมหาประชาชนและคนเสื้อแดง ทั้งหมดนี้โอกาสที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะชนะน้อย เพราะระบอบทักษิณเสื่อมลง ประชานิยมกลายเป็นประชาซาเล้ง ที่ชาวบ้านรากหญ้าได้เพียงเศษเหล็กเศษพลาสติกใส่ซาเล้งถีบไปขาย

ค้าน ปว.–ไม่เอานายกฯคนกลาง

นายธีรยุทธกล่าวว่า ส่วนการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน การปฏิรูปโครงสร้างที่เลวร้ายและวางรากฐานใหม่ให้เป็นประเทศเป็นเรื่องยาก ต้องใช้เวลา แต่กลุ่มธุรกิจใหญ่ ชนชั้นนำไม่เชื่อในศรัทธาพลังประชาชนและไม่สนับสนุน คนเหล่านี้รอ คือ 1. ให้ประชาชนลุกขึ้นสู้จนเกิดความรุนแรง 2. ทหารเข้ายึดอำนาจ 3. พระมหากษัตริย์ออกมาใช้อำนาจอธิปัตย์คลี่คลายสถานการณ์ 3 วิธีการดังกล่าวจะถูกประณามจากทั่วโลก ไม่เป็นประชาธิปไตย และ 4. กลุ่มชนชั้นนำได้รับการแต่งตั้งขึ้นบริหารประเทศ ที่ดูมีเกียรติ ดังนั้น มวลมหาประชาชนใช้ยุทธศาสตร์การต่อสู้ที่เรียกว่าเป็น “ทฤษฎีมะม่วงหล่น” ต้องใช้ความอดทนยาวนาน รอให้ผลไม้หล่นมาเอง ดูเป็นเรื่องยากเกินขีดความ สามารถของมนุษย์ แต่ถ้าเกิดขึ้นได้โลกทั้งโลกจะนับถือความมหัศจรรย์ของมวลมหาประชาชนไทย ผู้สื่อข่าวถามว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นจะมีนายกฯคนกลางเข้ามา นายธีรยุทธตอบว่า ขอให้ประชาชนชนะก่อนอย่างอื่นจะตามมา อัศวินม้าขาวอย่านำมาใช้ ม้าขาวจะขี้แตก เสียก่อน ไม่เห็นด้วยกับนายกฯคนกลาง

49 ส.ส.-ส.ว.ตบเท้ารับข้อหา ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี ได้เรียก ส.ส.และ ส.ว. 308 คนที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาคดีการถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ มารับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันแรก มี ส.ส.และ ส.ว.ทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี นายวิทยา บุรณศิริ อดีต ส.ส.อยุธยา นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภายหลังการรับทราบข้อกล่าวหา นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า มี ส.ส. และ ส.ว.มารับทราบข้อกล่าวหา 49 คน แต่ยังไม่มีใครมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ส่วนผู้ที่ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบทางไปรษณีย์ต่อไป ส่วนที่บางคนจะขอเลื่อนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปหลังการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ต้องนำเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่

ยื้อเวลาขอเลื่อนชี้แจงแก้ข้อหา

นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาในชั้น ป.ป.ช.เต็มที่ไม่กังวล ที่ผ่านมามีการสร้างวาทกรรมเอกสารปลอม ทำให้สับสนว่ามีร่างเอกสารปลอม ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 มีการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน แต่วันนี้งงว่าถ้าสมาชิกรัฐสภาแก้ไขกฎหมายไม่ได้แล้วจะเลือกตั้งไปทำไม ส่วนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ทราบว่าทั้ง 308 คน ต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 29-31 ม.ค.ใกล้เคียงกับการเลือกตั้ง 2 ก.พ. อาจทำให้หาเสียงได้ไม่เต็มที่ จึงขอโอกาสเลื่อนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปเป็นช่วงหลังเลือกตั้ง โดยพร้อมจะนำพยานเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือมาให้ ป.ป.ช.สอบเพิ่มเติม

ป.ป.ช.จ่อแจ้งข้อหาโกงจำนำข้าว

วันเดียวกัน นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการจำนำข้าวกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 16 ม.ค. คณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการจำนำข้าวจะส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้องในการทุจริตโครงการดังกล่าว ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ป.ป.ช.จะพิจารณาว่ามีข้อมูลเพียงพอจะแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่

นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนโครงการจำนำข้าวต่อนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ต่อมาขยายผลไปถึงนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ตลอดจนข้าราชการและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องเรื่องการจำนำข้าวและระบายข้าว ดังนั้น หาก ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาใครในวันที่ 16 ม.ค. ต้องอยู่ในกลุ่มที่ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไว้แล้ว ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีรายชื่อถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนโครงการนี้ แต่หากจะมีการขยายผลไปถึงต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนก่อน จะไปแจ้งข้อกล่าวหาทันทีไม่ได้

ฟัน ม.157 “บุญทรง-ขรก.”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 16 ม.ค. จะมีการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องในโครงการจำนำข้าวประมาณ 4-5 คน อาทิ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลโครงการจำนำข้าว ที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการบริหารงานผิดพลาดและเกิดการทุจริตในโครงการเป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก หลังจากตรวจสอบพบว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาเรื่องการระบายข้าว และไม่มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จริง ตามที่มีการกล่าวอ้าง นอกจากนี้ จะมีการแจ้งข้อกล่าวหานายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องในโครงการ

ตั้งอนุฯสอบ “ปู” เกียร์ว่างปราบโกง

ขณะเดียวกันคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กรณีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว รวมถึงการทุจริต การจัดทำโครงการข้าวถุงตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ นำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจและส่งข้อมูลดังกล่าวให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ แม้นายกฯจะอ้างว่าได้มอบหมายให้นายบุญทรงเป็นผู้ดูแลโครงการทั้งหมดแทน แต่ในฐานะประธานกขช. ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยทำหนังสือเตือนรัฐบาลให้ระวังเรื่องการทุจริตโครงการนี้แล้ว แต่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม จนเกิดการทุจริต จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้

บี้ ป.ป.ช.ฟัน ครม.เอี่ยวทุจริต

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะแจ้งข้อกล่าวหากรณีทุจริตการระบายข้าวโครงการจำนำข้าวในวันที่ 16 ม.ค.ว่า ขอให้ทำด้วยความรวดเร็ว และกล้าหาญหน่อย เพราะบอกมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย อย่าไปบอกว่าเป็นการทุจริตระดับปฏิบัติ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยทำหนังสือเตือน ครม.แล้วว่าถ้าทำโครงการนี้จะเกิดปัญหาการทุจริต แต่ ครม.ตัดสินใจเดินหน้า

“วรงค์” ปูดมีคนล็อบบี้ “ปู” พ้นบ่วง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลผิดสัญญาเป็นครั้งที่ 4 ไม่สามารถจ่ายเงินค้างค่าจำนำข้าวให้ชาวนาได้ ชาวนาอย่าไปหวังลมๆแล้งๆกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ต้องขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อให้รัฐบาลใหม่มาแก้ปัญหาจำนำข้าวเป็นเรื่องเร่งด่วนจะดีกว่า ส่วนที่ ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาการทุจริตจำนำข้าวขายข้าวจีทูจีปลอม ทราบข่าววงในว่านายบุญทรง เตริยาภิรมย์ คอหลุดเรียบร้อย มีภาคเอกชนและราชการต้องร่วมรับผิดด้วย แต่มีความพยายามต่อรองความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯในฐานะประธาน กขช. จึงขอให้ ป.ป.ช.กล้าหาญในการทำหน้าที่ตรงไปตรงมาในฐานะข้าแผ่นดิน แม้จะมอบให้ผู้อื่นรับผิดชอบเป็นประธาน กขช. แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

16 ม.ค. 2557 03:48 16 ม.ค. 2557 03:48 ไทยรัฐ