วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม็อบฮือกระจาย ปิดตาย! 8สถานที่ราชการ


ลั่นกุญแจ-สนง.อสส.ก็โดนด้วย ‘เทือก’ประกาศจะไล่ปิดไปทุกวัน ท้าให้ตำรวจเข้ามาจับพร้อมต่อสู้

กปปส.ยกระดับขับไล่รัฐบาลตามคำสั่ง “เทพเทือก” บุกปิดสถานที่ราชการอีก 8 แห่ง คปท.เหิมหนักขู่ปิดกระทรวงกลาโหม “ลูกหมี” กดดันช่อง 3 หลังไม่พอใจรายการ “สรยุทธ” “เทือก” นำทีมเดินเอกมัย-ทองหล่อ ดึงคนบ้านหรูร่วมวงชัตดาวน์เมืองกรุง ข้าราชการทนแรงกดดันไม่ไหวต้องร่วมวงม็อบขับไล่รัฐบาล  วช.หนุนม็อบปิดที่ทำงาน กลุ่มแจ้งวัฒนะยื้อไม่ไหวยุบเหลือเวทีเดียว สธ.ร้าวหนัก ประชาคมสาธารณสุขเปิดหน้าต้านระบอบทักษิณ “หมอประดิษฐ” จวกอาจารย์หมอ มอ.ทำน่าอดสู มือมืดยังป่วนไม่เลิกเผารถบัสขนม็อบ คปท. รอง ผบ.ตร.เร่งคลายคดีบึมบ้าน “มาร์ค” จับกลุ่มคนขนระเบิด-ปืนได้  ผบ.ตร.ยืนยันคนละชนิดกับที่ใช้ก่อเหตุ เด็ก ปชป.ดักคออย่าด่วนสรุป เจ้าตัวขอตามคดีถึงที่สุด พบหัวกระสุน 9 มม. 2 นัด ฝังกำแพงบ้านแถวสะพานหัวช้าง “บิ๊กตู่” ฮึ่มกำชับดูแลเข้มใกล้เขตพระราชฐาน

หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศยกระดับเพื่อไล่กวาดล้างระบอบทักษิณ ให้หมดไปจากประเทศไทย โดยขู่ให้กลุ่มแนวร่วมจับกุมตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกคน ล่าสุดเพิ่มแรงกดดันด้วยการสั่งปิดสถานที่ราชการทุกแห่ง ไม่ให้ข้าราชการเข้าทำงาน รวมถึงมีกลุ่มมือที่ 3 ออกมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงขึ้น

มือมืดเผารถบัสขนม็อบ คปท.

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 15 ม.ค. มีการก่อเหตุยิงเข้าใส่พื้นที่ชุมนุมบริเวณสะพานเฉลิมหล้า 56 หรือ สะพานหัวช้าง ฝั่งมุ่งหน้าแยกราชเทวี เขตราชเทวี ต่อมาเวลา 02.00 น. ร.ต.ท.ภคพล คำศรี พงส.สน.นางเลิ้ง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถบัสที่จอดอยู่ริมประตู 2 สนามม้านางเลิ้ง ใกล้จุดชุมนุมกลุ่ม คปท. ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต จากการตรวจสอบพบรถบัสของบริษัทชนะสิทธิ์ทัวร์หมายเลขทะเบียน 30-0110 พัทลุง ถูกเพลิงลุกไหม้บริเวณล้อหลังฝั่งซ้าย สอบสวนนายอำไพ แสงประทีป อายุ 40 ปี โชเฟอร์รถให้การว่า ขับรถพาผู้ชุมนุมจาก จ.สงขลา มาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม คปท. ที่สะพานชมัยมรุเชฐ และนำรถมาจอดรถนอนรอตรงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ

ตร.พบหัวกระสุนสะพานหัวช้าง

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น. 6 พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุบริเวณสะพานหัวช้าง เพื่อหาหลักฐาน เบื้องต้นพบหัวกระสุนซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นชนิด 9 มม. จำนวน 2 นัด ฝังอยู่บ้านประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ โดยมีการ์ด กปปส.ร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดย พล.ต.ต.วัลลภกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตำรวจไม่สามารถเข้าไปดูแลความปลอดภัยในพื้นที่การชุมนุมได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมาตรการคัดกรองบุคคลและอาวุธเข้าออกพื้นที่ แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่นั้น ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมหลายสิบคนตะโกนขับไล่และต่อว่าถึงการทำหน้าที่

“บิ๊กตู่” กำชับเข้มเขตพระราชฐาน

ขณะที่ พล.ต.ณฐพล ศรีสวัสดิ์ เสธ.ทภ.1 พร้อม พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผบ.พล. 1 รอ. ได้มาตรวจเยี่ยมชุดปฏิบัติการมวลชนกองทัพภาคที่ 1 บริเวณหน้าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดูแลความปลอดภัยและให้บริการทางการแพทย์เบื้องต้นแก่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. โดย พล.ต.ณฐพลได้เน้นย้ำกับทหารเวรว่า ขอให้ทหารประจำจุดดูแลความปลอดภัยของประชาชน และอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งใดๆ และขอให้เตรียมพร้อมในการประสานงานกับตำรวจให้เข้าประจำจุดดังกล่าวด้วย เพราะเป็นพื้นที่เขตพระราชฐาน ด้าน พล.ต.วราห์กล่าวว่า ผบ.ทบ.ได้สั่งให้เพ่งเล็งพื้นที่สะพานหัวช้างเป็นกรณีพิเศษเพราะอยู่ติดกับวังสระปทุม และเป็นเส้นทางเสด็จ พร้อมทั้งให้ทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.หากมีเสด็จก็ต้องเปิดเส้นทางให้ซึ่งผู้ชุมนุมก็เข้าใจ

จับขนบึมเชื่อมเหตุถล่มบ้าน “มาร์ค”

ส่วนเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่บ้าน นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อกลางดึกวันที่ 15 ม.ค.  ต่อมาเวลา 03.00 น.วันเดียวกัน ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.1 สตร. ที่ตั้งด่านความมั่นคง หน้ากรมอุตุนิยมวิทยา ถนนสุขุมวิทขาออก แขวงและเขตบางนา ตรวจสอบรถกระบะแค็บสีดำ ทะเบียน ตพ 969 กรุงเทพมหานคร มีนายอนุสรณ์ พินิจคุณ ชาว จ.สมุทรปราการ เป็นคนขับ มีผู้โดยสารนั่งอีก 3 คน คือ นายสุนา ถิ่นแก้ว ชาว จ.เชียงราย นายคำไพร แซงแสวง ชาว จ.ขอนแก่น และ น.ส.ชนาภา เคนมาตย์ ชาว กทม. พบระเบิดชนิดลูกเกลี้ยง 4 ลูก ปืน 9 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุน 14 นัด แมกกาซีน 2 อัน และกระสุนปืนขนาด .45 อีก 16 นัด ควบคุมตัวส่ง สน.บางนา ดำเนินคดีเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าระเบิดดังกล่าวเป็นของตัวเอง ซื้อไว้ป้องกันตัวเท่านั้น แต่ไม่ยอมบอกว่าซื้อมาจากไหน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

รอง ผบ.ตร.ลงกำกับคดีเอง

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 เข้าประชุมร่วมกับชุดทำงาน สน.บางนา โดย พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นระเบิดขว้างสังหารชนิดอาร์จีดี 5 ผลิตจากประเทศจีนคาดว่าน่าจะนำมาจากทางตะเข็บชายแดน เป็นคนละชนิดกับระเบิดที่ถูกใช้ก่อเหตุ แต่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้งหมด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน ดีเอ็นเอ ดูว่ามีความเชื่อมโยงคดีอื่นบ้างหรือไม่ ส่วนที่มีข่าวว่าผู้ต้องหาติดต่อนักการเมืองท่านหนึ่งให้ช่วยเหลือนั้นพบว่าไม่เป็นความจริง ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมมาก ได้กำชับให้ตั้งจุดตรวจค้นป้องกัน

ยันจับ “สุเทพ” ต้องรอบคอบ


ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า แกนนำผู้ชุมนุมพยายามยกระดับการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ยึดมั่นหลักสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ กฎหมาย ขั้นตอนสากล และความชอบธรรม เป็นความยากลำบากในการทำงานเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนมีอยู่ 7 กองร้อยไม่เพียงพอดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ใช้การบูรณาการกำลังฝ่ายสืบสวน สายตรวจ เพื่อดำเนินการกลุ่มแกนนำฮาร์ดคอร์เพื่อไม่ให้มีเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อดทนอดกลั้นประคองสถานการณ์ในประเทศไปให้ได้ เมื่อถามว่ารองนายกฯเร่งรัดให้จับกุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ยั่วยุให้จับกุมนายกฯและรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เป็นเป้าหมายต้องดำเนินการเพราะมีหมายอยู่แล้ว แต่ในการปฏิบัติต้องรอบคอบ

บึมบ้าน “มาร์ค” เป็นเอ็ม 26

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ส่วนกรณีขว้างระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากการตรวจสอบเป็นระเบิดชนิดเอ็ม 26 กำชับให้เร่งสืบสวนหาตัวผู้ที่ก่อเหตุ และวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยบ้านพักบุคคลสำคัญ และผู้ที่อยู่ในข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยง มีการจับกุมผู้พกพาอาวุธปืนและระเบิดในพื้นที่ สน.บางนา แต่ไม่เชื่อมโยงคดีระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ เรื่องนี้ได้ย้ำมาตลอดว่า ศอ.รส.เป็นห่วงกลุ่มมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์เพื่อยกระดับเหตุรุนแรง ได้มีการเพิ่มกำลังฝ่ายสืบสวน สายตรวจเข้ามาดูแลพื้นที่เสี่ยงหลายจุด ที่ผ่านมาจับกุมผู้พกพาอาวุธและผู้ก่อเหตุได้จำนวนมาก เมื่อถามว่าจะย้ายสถานที่ทำงานของ ศอ.รส. ตามที่ กปปส.ยื่นเงื่อนไขหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เป็นเรื่องของการทำงาน

ดีเอสไอโยน ตร.รวบตัวแกนนำ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กำกับดูแล ศอ.รส. สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งจับกุมนายสุเทพว่า เรื่องการจับกุมนั้น ดีเอสไอประสานให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะดีเอสไอมีกำลังไม่เพียงพอ ที่ผ่านมามีการหารือและวางแผนที่จะเข้าจับกุม แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ยืนยันว่าจะไม่มีการนำกำลังบุกเข้าไปจับกุมตัวแกนนำภายในพื้นที่ชุมนุม เพราะไม่ต้องการให้มีการบาดเจ็บหรือล้มตายเกิดขึ้น ส่วนเรื่องข่าวดีเอสไอจะปิดช่องบลูสกายก็ไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีอำนาจ หากจะปิดหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาให้มีคำสั่งปิด

อดีตบิ๊ก ตร.ให้กำลังใจ “บิ๊กอู๋”

เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณ–เวโช นายกสมาคมตำรวจ พร้อมคณะอดีตตำรวจเก่า อาทิ พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย พล.ต.ท.จักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา เข้ายื่นหนังสือให้กำลังใจ พล.ต.อ.อดุลย์ และข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ และเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมคิดถึงบทบาทหน้าที่ของตำรวจในฐานะผู้รักษากฎหมาย โดย พล.ต.อ.สุวรรณกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายอะลุ้มอล่วยไม่ใช้อาวุธในการควบคุมผู้ชุมนุม ตำรวจยอมใช่โล่กระบองป้องกันตัวเอง ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ตั้งรับอยู่ในที่ตั้ง ไม่ยอมจำนนเพื่อรักษาสถานที่ราชการ มิได้ตอบโต้เกินกว่าเหตุ ทั้งที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญให้สิทธิอำนาจในการป้องกันตนได้ ตำรวจถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตถูกย่ำยี หยามเกียรติศักดิ์อย่างให้อภัยไม่ได้ แต่ ผบ.ตร.อดทนมาก ต้องชมเชยความเป็นสุภาพบุรุษ ขอให้ตำรวจทำงานเต็มความสามารถเพื่อสยบความวุ่นวายในบ้านเมือง

“มาร์ค” ไม่หวั่นขู่ปาระเบิดบ้าน

ด้านนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชนแนลว่า เหตุที่เกิดเป็นการข่มขู่ใช้ความรุนแรง ไม่ทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้คือสิ่งที่ทางสหรัฐฯเรียกว่าอดทนอดกลั้นหรือไม่ แต่ถ้าหวังจะทำลายพลังมวลมหาประชาชนคงไม่สามารถหยุดได้แล้ว บ้านแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ถูกก่อเหตุหลายราย โดยไม่สามารถจับกุมใครได้เลย หรือถ้าจับก็จับแพะ สิ่งเหล่านี้ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยยังไม่เห็นว่ารัฐบาลมีแนวความคิดที่จะหาทางออกอย่างไร แต่ตนจะติดตามกรณีเกิดเหตุที่บ้านต่อไป

“เทือก” โยนฝีมือเครือข่ายรัฐ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวว่า เป็นการกระทำที่สร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่มีรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง จนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ แต่เชื่อว่าจะปล่อยตัวไป ขณะนี้ประชาชนไม่หวั่นไหวกับการสร้างสถานการณ์อีกแล้ว เพราะประชาชนก้าวผ่านความกลัวหมดแล้ว สำหรับการปฏิรูปการเมืองและตั้งสภาปฏิรูปประชาชน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 2-3 วันนี้แน่นอน

ทีม ก.ม.ปชป.แย้งอย่าด่วนสรุป

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังเชื่อว่าคนร้ายที่จับกุมตัวได้น่าจะมีความเชื่อมโยงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่ามีเส้นทางไปมาอย่างไร อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ ถือเป็นการข่มขู่คุกคามปองร้ายคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม

ตร.ถก “ถาวร” ดูแลพื้นที่ชุมนุม

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง และคณะเดินทางมายังพื้นที่ชุมนุมเวทีปราศรัยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเจรจากับนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เพื่อหารือการจัดระเบียบจราจรบริเวณโดยรอบ จากนั้น พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า จากการหารือได้กำหนดแนวทางร่วมกัน จะมีการตั้งด่านจุดตรวจ การจัดระเบียบคิวรถจักรยานยนต์และคิวรถตู้ และขอเปิดเส้นทางการจราจรบริเวณถนนราชวิถี ด้านหน้าโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มุ่งหน้าแยกตึกชัย ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจัดพื้นที่ให้มีจุดบริการแก่ประชาชน โดยไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ชุมนุมเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และแจ้งแกนนำเรื่องกล้องวงจรปิดขอให้สามารถใช้การได้ เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุม ด้านนายถาวรกล่าวว่า เชื่อว่าจะเป็นนิมิตหมายอันดี ต่อจากนี้ไปจะคอยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อเนื่อง เป็นการทำงานร่วมกันอย่างสุจริตใจ ความหวาดระแวงระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีก่อนหน้านี้คงหมดไป

การ์ด กปปส.ทุบ ตร.บ้าน “เฮียเพ้ง”

เมื่อเวลา 12.00 น. มีรายงานว่า ด.ต.สุวัฒน์ เอี้ยวถาวร ผบ.หมู่ (สส.) สน.ห้วยขวาง ถูกการ์ด กปปส.ประมาณ 10 คน รุมทำร้ายที่บริเวณหน้าบ้านนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน และยึดเอาปืนประจำกาย ขนาด .357 กล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว กุญแจมือ และปลอกแขน บช.น.ไป

4 สันติบาลโดนทุบจับช็อตไฟฟ้า

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 14 ม.ค. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 4 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณสะพานลอยตรงข้าม รพ.จุฬาฯ ได้ถูกการ์ด กปปส.ทำร้ายร่างกาย โดยใช้ปืนจี้และเอาผ้าคลุมศีรษะ ก่อนพาตัวไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี จากนั้นได้เอาไฟฟ้าช็อต ใช้ไฟแช็กลนเท้าและทุบตี พร้อมยึดทรัพย์สินไป มีทั้งเงินสดและโทรศัพท์มือถือ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และจะเร่งสืบสวนหาตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

ผบ.ตร.เดินปลอบขวัญลูกน้อง

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ รพ.ตร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้าเยี่ยมปลอบขวัญและมอบเงินช่วยเหลือ ร.ต.ต.กานต์เทพ คมขำ รอง สว.กก.6 บก.ส.1 ที่ได้รับบาดเจ็บถูกการ์ดกลุ่ม กปปส.รุมทำร้าย จนฟันหัก 5 ซี่ และเอาไฟแช็กลนที่ฝ่าเท้าจนบาดเจ็บสาหัส โดย ร.ต.ต.กานต์เทพเปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่มีกลุ่มการ์ด กปปส.เข้ามาขอดูโทรศัพท์ของตน จากนั้นบังคับให้เปิดไลน์ มีข้อความการสั่งงานของผู้บังคับบัญชา จากนั้นกลุ่มการ์ดได้รุมทำร้ายจับตนมัดมือมัดเท้า และใช้ไฟแช็กลนฝ่าเท้า ก่อนที่จะปล่อยตัวออกมา แต่ถึงอย่างไรเมื่อรักษาตัวหายเป็นปกติ จะขอกลับไปทำหน้าที่ตามปกติ

จี้ “เอก–วินัย” เร่งสางคดีคนทำผิด

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกศอ.รส. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เน้นกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยให้ลดทอนความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น โดยสั่งการให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ดูแลรับผิดชอบงานสายตรวจ ป้องกันปราบปราม และงานสืบสวน ร่วมกันบูรณาการเพื่อติดตามสืบทราบตัวบุคคลที่กระทำความผิด ให้ฝ่ายกฎหมายเร่งรัดดำเนินคดีในทุกประเด็นโดยเร่งด่วน และในกรณีที่จะปิดล้อมสถานที่สำคัญ ให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นในการปฏิบัติให้มากขึ้น ทางด้าน บช.สตม. รายงานว่าตั้งแต่มีการชุมนุมกลุ่มนักท่องเที่ยวลดลงทุกวัน

ศอ.รส.สั่งห้ามใช้เส้นทางเพิ่ม

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ผอ.ศอ.รส. ออกประกาศ ศอ.รส.ฉบับที่ 3 เรื่องห้ามบุคคลเข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่อาคารหรือสถานที่ที่กำหนด ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือใช้ยานพาหนะ โดยห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบ 12 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง ถึงแยกสีลม-นราธิวาส ถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกสามย่าน-วิทยุ ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกศาลาแดง-ประตูน้ำ ถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกราชประสงค์-ชิดลม ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเจริญผล-ราชประสงค์ ถนนพญาไท ตั้งแต่แยกปทุมวัน-สามย่าน ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกอโศก ถึงอโศก-เพชรบุรี ถนนสุขุมวิท ตั้งแต่แยกนานา-ปากซอยสุขุมวิท 19 ถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกตึกชัย-แยกสามเหลี่ยมดินแดง ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่แยกลาดพร้าว-กำแพงเพชร ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่หลักสี่-แจ้งวัฒนะ 14 และสะพานพระราม 8 และห้ามเข้าหรือต้องออกบริเวณพื้นที่กระทรวงพลังงานบริเวณ ทางเท้า คูคลอง พื้นที่สาธารณะในรัศมี 50 เมตร

“เทือก” นำเดินเอกมัย–ทองหล่อ

ส่วนการเคลื่อนไหวของม็อบ กปปส.ตามเวทีต่างๆ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีปราศรัยแยกอโศก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) พร้อมแกนนำ อาทิ นายเชน เทือกสุบรรณ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ อดีตอธิการบดีนิด้า นำขบวนผู้ชุมนุมออกจากแยกอโศกไปตามถนนสุขุมวิทขาออก เชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ซึ่งตลอดเส้นทางมีประชาชน 2 ข้างทาง นำเงินมาบริจาคให้นายสุเทพจำนวนมาก พร้อมตะโกนให้นายสุเทพ “สู้ๆ” โดยนายสุเทพกล่าวปราศรัยไปตามเส้นทาง ให้ประชาชนออกมาร่วมกันต่อสู้เพื่อปฏิรูปประเทศ

ล้อมวงกินข้าวกลางแยกเอกมัย

จนเวลา 13.45 น. ขบวนของนายสุเทพเดินมาถึงสามแยกเอกมัยใต้ ได้นั่งล้อมวงพักรับประทานอาหารเที่ยงกลางแยก ซึ่งรายการอาหารคือคั่วกลิ้งไก่ เนื้อทอด และปลาทอด โดยใช้เวลา 25 นาที ก่อนเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ขณะที่เจ้าของร้านแม่วารี ร้านขายข้าวเหนียวมูนชื่อดังย่านทองหล่อ ได้มอบกระเช้าข้าวเหนียวมะม่วงขนาดใหญ่ให้นายสุเทพด้วย ซึ่งระหว่างที่เดินผ่านป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย มีผู้ชุมนุม 4 คน ล้มป้ายลงกับพื้นพร้อมเหยียบใบหน้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 4 กทม. พรรคเพื่อไทย ทำให้การ์ดต้องพากันห้ามปรามว่าอย่าทำ เดี๋ยวโดนข้อหากบฏ

ม็อบสีลมยกพลปิด พม.

ขณะที่เวทีปราศรัยสีลม นำโดยนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ แกนนำ กปปส. นายสาธิต เซกัล ตัวแทน นักธุรกิจย่านสีลม นำมวลชนเดินออกจากลานอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ไปตามเส้นทางถนนพระราม 4 เพื่อปิดล้อมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งตลอดเส้นทางมีประชาชนออกมายืนทักทายให้กำลังใจเป็นระยะ มีการใช้รถหกล้อดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราว เรียกร้องให้พนักงานราชการออกมาอยู่เคียงข้างประชาชน แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ปิดประตูและติดป้ายประกาศหยุดงานตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 12 ม.ค. จากนั้นนาย พิเชษฐ์ และนายสาธิต ได้เข้าไปเจรจากับนายอนุสันต์ เทียนทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยนายอนุสันต์ชี้แจงว่า กระทรวงประกาศปิดทำการมาตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. ไม่มีกำหนด มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลทรัพย์สินของราชการ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ยังทำงานตามปกติช่วยเหลือผู้ยากไร้ อยากขอ กปปส.อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

สั่งเพิ่มการ์ดคุมเข้ม 24 ชม.

ด้านนายสาธิตกล่าวว่า ทางผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้ข้าราชการมาอยู่เคียงข้างประชาชน ขับไล่ระบอบทักษิณออกจากสังคมไทย ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงทำหน้าที่บริการประชาชนที่จำเป็นได้ปกติ เพราะเราไม่มีนโยบายสร้างความรุนแรง ทำให้ ประชาชนเดือดร้อน จากนั้นแกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีประกาศชัยชนะ ก่อนนำมวลชนเดินทางกลับโดยไม่มีความรุนแรงใดๆ ขณะที่นายพิเชษฐ์กล่าวถึง มาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชุมนุมหลังมีการก่อเหตุรุนแรงหลายจุดว่า ได้เรียกประชุมการ์ดทุกคน สั่งให้ดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด และเปิดรับสมัครการ์ดอาสาเพิ่มอีก 500 คน เพื่อดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม. มีการติดตั้งแท่งแบริเออร์ตรงจุดเสี่ยง และประกาศรับยางรถยนต์เก่านำมาสร้างแนวกั้นเพิ่มเติม ซึ่งทางตำรวจต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดด้วยเช่นกัน

เวทีลาดพร้าวดาวกระจาย

ส่วนที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว ตั้งแต่ช่วงเช้า นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.ได้ประกาศขออาสาสมัครส่วนหนึ่งให้ไปช่วยเสริมที่เวทีปราศรัยแจ้งวัฒนะ ที่หลวงปู่พุทธอิสระดูแลอยู่ เนื่องจากหลวงปู่มาที่เวทีห้าแยกลาดพร้าวแล้วเห็นคนเยอะ จึงบ่นน้อยใจว่าเวทีแจ้งวัฒนะเป็นเหมือนลูกเมียน้อย อยากได้คนที่นี่ไปช่วย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนน้อย หรืออาจกลัวว่าไปอยู่กับพระแล้วจะไม่ได้กินข้าวเย็น จากนั้นได้นำขบวนดาวกระจายไปปิดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขณะที่อีกขบวนนำโดยนายสุชาติ ศรีสังข์ เมื่อเคลื่อนมาถึงหน้ากรมพัฒนาที่ดิน มีข้าราชการและลูกจ้างราว 100 คน ออกมายืนเป่านกหวีดต้อนรับ นายสุชาติจึงให้ขบวนหยุดและเปิดปราศรัยเรียกร้องให้อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินออกมาแสดงจุดยืนเคียงข้างประชาชนภายใน 15 นาที และให้ข้าราชการหยุดทำงาน 7 วัน มีนางเพ็ญศรี หมื่นสังข์ เลขานุการกรมพัฒนาที่ดิน ออกมารับข้อเสนอพร้อมแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไปร่วมชุมนุมอยู่แล้ว แกนนำจึงนำนกหวีดให้นางเพ็ญศรีเป่าและให้ไปเก็บของกลับบ้าน

ขรก.วช.หนุนม็อบปิดที่ทำงาน

จากนั้นขบวนไปหยุดที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีนายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการ วช. นำข้าราชการเกือบ 100 คน ออกมายืนเป่านกหวีดต้อนรับ พร้อมตะโกนว่า “ปิดเลยๆ” ซึ่งแกนนำได้ขอบคุณและขอให้พร้อมใจกันแสดงอารยะขัดขืน ด้วยการเก็บของลาพักร้อน 7 วัน แล้วจะกลับมาตรวจในภายหลัง จากนั้นเมื่อเคลื่อนขบวนมาถึงหน้ากรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้นำรถบรรทุก 10 ล้อ จอดขวางประตูใหญ่ทางเข้าริมถนนพหลโยธิน ที่ถูกปิดประตูมีโซ่คล้องล็อกกุญแจไว้ นายสุชาติได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงข่าวการระดมคน 2,000 คน มาทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ออกมารับหน้าพร้อมขึ้นเวทีชี้แจงว่าเป็นการสวนสนามในวันอนุรักษ์ทรัพยากรแห่งชาติและกลับไปหมดแล้ว

ขณะที่นายสมหมาย กิตยากุล ผอ.สำนักแผนงานและสารสนเทศ กรมอุทยานฯ ได้ขึ้นเวทีพร้อมคล้องสายนกหวีด ประกาศว่ากรมอุทยานฯจะฟังเสียงประชาชน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจ ก่อนสลายการชุมนุมได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บของออกจากที่ทำงาน และคล้องกุญแจปิดประตูห้ามเข้าออก

จัดทำบุญ 3 ศาสนาเสริมมงคล


ด้านเวทีปราศรัยสี่แยกปทุมวัน น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส.กทม. นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนแกนนำ กปปส. นำผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอุเทนถวายและปทุมวัน ร่วมกันทำบุญ 3 ศาสนา คือ พุทธ คริสต์ และอิสลาม เพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกลุ่มการ์ดอาสาอย่างเข้มงวด มีการตรวจค้นบุคคลที่เข้าออกในพื้นที่รวมถึงสื่อมวลชนอย่างเข้มงวด หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงปืนในเวทีปราศรัยบริเวณสะพานหัวช้าง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา

เวทีแจ้งวัฒนะยุบเหลือที่เดียว

ขณะที่บรรยากาศเวทีปราศรัยแจ้งวัฒนะตั้งแต่ช่วงเช้าผู้ชุมนุมได้รื้อเวทีด้านหน้าบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และหน้าศาลรัฐธรรมนูญ มารวมที่ด้านหน้ากรมการกงสุล ติดศาลปกครอง โดยมีหลวงปู่พุทธอิสระคอยเดินตรวจดูความเรียบร้อย ขณะที่การ์ด กปปส. ยังคงปิดถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาออก ช่วงทางลงสะพานข้ามแยกหลักสี่ รถยนต์ยังไม่สามารถผ่านได้ แต่ฝั่งขาเข้าเปิดให้รถยนต์สัญจรผ่านไปมาได้ และยังคงมีข้าราชการบางส่วนเดินทางเข้าทำงานในศูนย์ราชการ หลวงปู่พุทธะอิสระจึงสั่งให้นำกระสอบทราย ยางรถยนต์ไปวางปิดเส้นทางเข้าออกไม่ให้ข้าราชการเข้ามาทำงาน โดยหลวงปู่พุทธะอิสระกล่าวว่า การยุบรวมเหลือเวทีเดียวเพื่อความปลอดภัย ทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแฝงตัวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ชุมนุมด้วย จึงต้องยุบรวมเวทีเพื่อจำกัดพื้นที่ในการดูแล ได้หารือเพื่อวางแผนปรับการดูแลความปลอดภัยของการ์ดทั้งหมดแบ่งความรับผิดชอบ กันใหม่ให้ชัดเจน และต้องการลดการกระทบกระทั่ง กับประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่รอบบริเวณพื้นที่ชุมนุม

ทีม กปปส.นนทบุรีแยกเวที

ที่ทำการชั่วคราว กปปส.นนทบุรี นายราเชน ตระกูลเวียง ประธาน กปปส.นนทบุรี แถลงขอแยกตัวจาก กปปส.เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ว่าเหตุที่แยกตัวเพราะการบริหารลงตัวแล้ว และให้หลวงปู่พุทธะอิสระบริหารได้อย่างเต็มที่ ยืนยันว่าเป็นการแยกกันเดินไม่ใช่แตกแยก ส่วน กปปส.นนทบุรีจะนำมวลชนพร้อมครัวมุสลิมไปปักหลักชุมนุมให้กำลังใจ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยในวันที่ 16 ม.ค. หากมวลชนมีมากจะตั้งเวทีหน้ากระทรวงสาธารณสุข เป็นเวทีคู่ขนานอีกหนึ่งเวที

บุกกรมประชาฯ–กรมทรัพย์

ขณะที่เวลา 14.00 น. นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. นำกลุ่มมวลชนเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังกรมประชาสัมพันธ์ โดยนายถาวรได้เข้าไปคุยกับเลขาธิการกรมประชาสัมพันธ์ โดยระบุว่า  ทราบข่าวนายธงทอง  จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาปฏิบัติงานที่นี่จึงมาตรวจสอบดู แต่หลังจากตรวจสอบแล้วไม่มีข้าราชการมาปฏิบัติงานแต่อย่างใด แต่กรมประชาสัมพันธ์ที่ดูแลสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ให้ข่าวใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม นำเสนอข่าวที่บิดเบือน หากมีการปฏิรูปประเทศ ต้องปฏิรูปสื่อช่อง 9 และช่อง 11 ให้เป็นสื่อสาธารณะที่สมบูรณ์แบบ จากนั้นได้นำกลุ่มมวลชนเดินทางไปกรมทรัพยากรน้ำ เรียกร้องให้ข้าราชการหยุดทำงาน

“ลูกหมี” ขู่นำม็อบกดดัน “สรยุทธ”

ส่วนเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ ที่นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายชุมพล จุลใส นำกลุ่ม กปปส.เคลื่อนจากแยกราชประสงค์ มาที่ สตช. เรียกร้องให้ตำรวจอยู่ข้างประชาชน โดยมี พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.ภ.จ.ลพบุรี หัวหน้าชุดเจรจาเข้าไปเจรจา นายชุมพลกล่าวว่า วันนี้จะไม่นำมวลชนบุกเข้าไป เพราะพอใจที่ตำรวจยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน แต่หากยังเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางเข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะนำมวลชนบุกเข้าไป และจะขออนุญาตนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางไปเยี่ยมนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เพราะนำเสนอข่าวที่มีเนื้อหาไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงกับแนวทางของกลุ่มผู้ชุมนุม

คปท.บุกปิด สนง.อัยการ–กฤษฎีกา

เมื่อเวลา 10.30 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานคปท. นำมวลชนพร้อมรถเวทีปราศรัย 2 คัน ออกจากเวทีสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ไปชุมนุมหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนราชดำเนินใน ขอให้ข้าราชการอัยการหยุดทำงาน 5 วัน และไม่ให้รับใช้อำนาจรัฐ มีนายยรรยง พิทยพันธุ์ รักษาการรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด มาเจรจาโดยยืนยันว่า ไม่มีข้าราชการมาปฏิบัติงานแล้ว และให้ คปท.ส่งตัวแทน 5 คน และสื่อมวลชน เข้าตรวจสอบภายในสำนักงาน ไม่พบว่ามีข้าราชการเข้าทำงาน กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจ จึงนั่งพักทานข้าวกลางวัน ก่อนเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถนนพระอาทิตย์ต่อในช่วงบ่าย เพื่อกดดันให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมปิด กรุงเทพฯกับประชาชน ขอให้หยุดทำงาน 1 สัปดาห์ โดยนายธรรมนิตย์ สุมันตกุล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าต่อรองกับแกนนำ คปท.ขอให้ข้าราชการอยู่ทำงานต่อแต่ไม่สำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่อยากกลับบ้านจึงรีบเก็บของและตั้งแถวเดินออกจากพื้นที่อย่างเรียบร้อย จากนั้นแกนนำ คปท.ใช้โซ่คล้องล็อกประตูไว้

ขู่ไม่รื้อลวดหนามยกพลยึด กห.

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่มวลชน คปท.จะไปปิดล้อมสำนักงานอัยการสูงสุด นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.และนายอุทัยได้นำขบวนมวลชนเดินเท้าเลยไปปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงกลาโหม เรียกร้องขอให้ทหารกล้าหาญออกมาอยู่ข้างประชาชน และขอให้เอารั้วลวดหนามที่ปิดล้อมหน้ากระทรวงออกไป ทางเจ้าหน้าที่ทหารก็ไม่ยอมเปิดทางให้มวลชน คปท.เข้าไปในถนนหลักเมือง ทำให้นายนิติธรขู่ว่า หากทหารยังไม่ยอมรื้อรั้วลวดหนามหน้ากระทรวงกลาโหมออก ก็จะนำมวลชนกลับมารื้อรั้วลวดหนามเข้าประชิดตึกกระทรวงกลาโหมในวันต่อไป

อสส.สั่งท่าไม่ดีให้ ขรก.กลับบ้าน

ด้านนายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกสำนักงานอัยการ กล่าวว่า ยังมีข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด ทำงานอยู่ 3-4 แผนก และมีรองอัยการสูงสุดอยู่ด้วย โดยมีบางแผนกย้ายมาที่ถนนรัชดาภิเษก และด้านหลังศูนย์ราชการนนทบุรี แต่ยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น มีกลุ่มผู้ชุมนุมข่มขู่จะตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด มีคำสั่งว่าถ้ามีเหตุจำเป็นให้ข้าราชการกลับบ้านได้ นอกจากนี้ทางอัยการกำลังหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมาปิดล้อมสำนักงานอัยการถนนรัชดาภิเษกหรือไม่ จะต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยหรือไม่

สธ.ชี้จุดเสี่ยงเกิดเหตุรุนแรง

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมวอร์รูมทางการเมืองว่า ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2556-15 ม.ค.2557 พบผู้บาดเจ็บ 194 ราย นอนรักษาตัวโรงพยาบาล 13 ราย และเสียชีวิต 3 ราย โดยเมื่อวันที่ 14 ม.ค.มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย คือบริเวณสวนลุมพินี มีตำรวจบาดเจ็บ 4 ราย นำส่ง รพ.ตำรวจ พบมีอาการฟกช้ำทั่วไปและถูกไฟช็อต และที่บริเวณสะพานหัวช้าง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถูกยิง เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย ขณะนี้อาการปลอดภัยกลับบ้านได้แล้ว

ด้าน นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และ ผอ.ศูนย์ส่วนหน้า กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่จุดเสี่ยงที่ต้องติดตามมีอยู่ 2 จุด คือ ที่ราชดำเนิน และห้าแยกลาดพร้าว ส่วนต่างจังหวัดมี 2 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง คือ จ.อ่างทอง และ จ.สมุทรสงคราม

ประชาคม สธ.ต้านรัฐบาลหนัก

หลังจากประชาคมสาธารณสุขออกแถลงการณ์ต่อต้านรัฐบาล ปรากฏว่าเริ่มมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่ง อาทิ รพ.พัทลุง รพ.สุราษฎร์ธานี รพ.นครปฐม รพ.ตรัง รพ.สุรินทร์ รพ.บุรีรัมย์ รพ.ชลบุรี รพ.หาดใหญ่ รพ.กำแพงเพชร รพ.พระปกเกล้า และ รพ.ราชบุรี รวมถึงโรงพยาบาลอำเภอขนาดใหญ่ นำป้ายที่มีข้อความสนับสนุนให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และให้รัฐบาลลาออก มาติดตั้งไว้ที่หน้าโรงพยาบาล รวมถึงการให้กำลังใจนพ.ณรงค์ โดย พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป กล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามมติประชาคมสาธารณสุข และแสดงออกให้เห็นว่าเราพร้อมจะอยู่เคียงข้างและทำงานตามคำสั่งของ นพ.ณรงค์ ที่เป็นเจ้านายโดยตรงเท่านั้น ขณะนี้ได้ข่าวว่ามีการร่างคำสั่งสอบสวนปลัด สธ.แล้ว หากเป็นจริงพวกตนจะไม่ยอม และจะมีมาตรการต่อต้านคำสั่งที่ไม่ชอบ ในรูปแบบที่เข้มข้นกว่าเดิม

สธ.ยกเลิกคำสั่ง “รองปลัด สธ.”

จากกรณีที่ นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผอ.โรงพยาบาลศูนย์/ ทั่วไปทุกแห่ง เรื่อง การปฏิบัติราชการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระหว่างการชุมนุม ให้ดำรงความเป็นกลางทางการเมือง มีวินัย และยึดมั่นในกฎหมาย ล่าสุด นพ.บัญชา ค้าของ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง (สบก.) กล่าวว่า กรณีหนังสือดังกล่าวไม่ได้ออกโดยกลุ่มบริหารงานบุคคล สบก. แต่ออกโดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.) เป็นการออกโดยไม่ถูกต้องในการรักษาราชการ จึงขอแจ้งยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ซึ่งการลาของข้าราชการมีระเบียบการลาอยู่แล้ว

“ประดิษฐ” จวกหมอทำน่าอดสู

วันเดียวกัน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า “ได้มีบุคลากรทางการแพทย์ระดับอาจารย์แพทย์ขึ้นไปพูดบนเวที กปปส. ณ แยกปทุมวัน พาดพิงนายกรัฐมนตรีใช้คำพูดหยาบคายนั้น ผมในฐานะบุคลากรในวิชาชีพแพทย์คนหนึ่ง รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีคนในวิชาชีพเดียวกันนี้ พูดในสิ่งที่น่าละอายและน่าอดสู ไม่ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ และนึกไม่ออกจริงๆว่าในความเป็นลูกผู้ชายจะกล้าพูดถึงเพศแม่ตัวเองได้ขนาดนี้”

บุก ร.ร.เป่านกหวีดใส่ “จาตุรนต์”

เมื่อเวลา 09.30 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมที่โรงเรียนพระแม่มารี เขตยานนาวา จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีโรงเรียนที่ยังคงปิดการเรียนการสอนอยู่ 63 แห่ง จากเดิมมี 93 แห่ง มีนักเรียนได้รับผลกระทบประมาณ 340,000 คน และครู อาจารย์ประมาณ 59,000 คน ส่วนกรณีที่ กปปส.ประกาศจะบุกจับตัวนั้น ไม่ได้รู้สึกกังวล อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายจาตุรนต์ตรวจเยี่ยมโรงเรียนพระแม่มารีอยู่นั้น ได้มีกลุ่ม กปปส.ประมาณ 10 คน มาเป่านกหวีดไล่ถึงในโรงเรียน ทางตำรวจติดตามจึงกันนายจาตุรนต์ขึ้นรถตู้เดินทางออกจากโรงเรียนทันที

กปปส.ประจวบฯฮือไล่ “วิเชษฐ์”

ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่ม กปปส.ได้รวมตัวที่ถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หลังทราบว่านายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรวจราชการที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก และมีข่าวว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ จะเดินทางมาพักผ่อน ทำให้รถติดยาวกว่า 5 กม. ต่อมานายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ได้มาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่า นายวิเชษฐ์มาติดตามปัญหากระทิงป่ากุย-บุรีตาย 22 ตัว ทำให้ทั้งหมดจะพากันไปปิดล้อม แต่เมื่อนายวิเชษฐ์ทราบเรื่องได้รีบออกจากพื้นที่ทันที ทั้งที่มีกำหนดไปรับประทานอาหารและเข้าไปที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางที่ห่างออกไปเพียง 10 กม.

มท.1 โวยสมควรจับ กปปส.ยิงเป้า

ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีม็อบบุกบ้านตนเองย่านลาดพร้าว 19 พร้อมทั้งตัดน้ำ ตัดไฟ ว่า ต้องขอโอดครวญผ่านสื่อว่าไฟฟ้า ประปา เป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิตคน สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 ปัจจัยทำให้ประเทศพัฒนาประกอบด้วย น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ แต่ทุกวันนี้ กปปส. ทำทั้งน้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางเดินไม่ดี คนทำงานไม่ได้ ฉิบหายหมดทั้ง 4 อย่าง ถ้าตัดไฟ น้ำบ้านตนแล้วยอมให้เลือกตั้ง ก็จะยอมให้ตัด หากวันนี้จอมพลสฤษดิ์ยังอยู่ ตื่นมาคงใช้มาตรา 17 ต้องยิงเป้าพวกนี้ทิ้งไปแล้ว นอกจากนี้ขอให้องค์กรสิทธิมนุษยชนตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ด้วย

แนะรปภ.นายกฯใช้อาวุธขั้นสูงสุด

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศเงื่อนไขต่อสังคมในการจับตัวนายกฯ และรัฐมนตรี ถือว่ากระทำผิดกฎหมายอาญาชัดเจน เพราะมีทั้งการตระเตรียม เจตนา และหวังผล เข้าองค์ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้นายกฯได้รับการโปรดเกล้าฯให้ทำหน้าที่ผู้นำประเทศ ถ้ามีการบุกจับตัวเท่ากับต้องการหยุดยั้งการปกครองประเทศของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทีม รปภ.นายกฯ สามารถตัดสินใจขั้นสูงสุด ลงมือกระทำโดยใช้อาวุธตอบโต้ปะทะ วันนี้ตนอยากเรียกร้องให้คน กทม. และปริมณฑล ที่เดือดร้อนจากการชุมนุมของ กปปส. ในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน การค้าขาย ออกมาเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลฟ้องทั้งแพ่ง และอาญา ออกหมายจับแกนนำเพิ่มเติม เพื่อเร่งจับตัวมาดำเนินคดีให้เร็วขึ้น

ปูดน้ำเลี้ยง 200 ล้านไหลหนุนม็อบ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ข้อมูลมาว่ามีการส่งท่อน้ำเลี้ยงมาถึงกลุ่มคนสนับสนุนนายสุเทพ โดยโอนเงินมาจาก จ.ภูเก็ต จำนวนเงินกว่า 200 ล้านบาท อยากถามว่าจริงหรือไม่ โดยตนจะไปยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ปปง. ให้ตรวจสอบว่าเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองใด นักการเมืองคนใด โอนผ่านบัญชีใครบ้าง รวมทั้งก่อนหน้านี้ก็ทราบข่าวมีการลงขันสนับสนุนให้ม็อบชุมนุมยืดเยื้อด้วยจำนวนเงิน 1 พันล้านบาท แต่เงินส่วนนี้ไม่รู้ไปตกอยู่ที่ใด ขณะเดียวกันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกฯ อบต. ผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดภาคใต้ ถูกร้องขอสนับสนุนเงิน ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมผู้นำท้องถิ่น นอกจากนี้จำนวนเงินที่นายสุเทพได้รับการสนับสนุนจากประชาชนแต่ละวัน ที่มีจำนวนมากเรื่องนี้ก็ควรที่จะต้องมีการชี้แจงให้ชัดเจนด้วย

พัทลุงปล่อยลูกโป่งหนุน ลต.

ที่ จ.พัทลุง กลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยพัทลุง ได้ใช้รถกระบะ 10 คัน มาปล่อยลูกโป่งเพื่อประกาศสันติภาพและทางออกของสังคมไทย บริเวณอนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) ต.ท่ามิหรำ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง แต่ถูกกลุ่ม กปปส.พัทลุง นำมวลชลนออกมาเป่านกหวีดไล่ ไม่ยอมให้ขึ้นไปบนบริเวณอนุสาวรีย์ฯ ทั้งหมดต้องรวมตัวกันด้านหน้าเพื่ออ่านคำประกาศเจตนารมณ์ของสมัชชาฯในการสนับสนุนเลือกตั้ง ก่อนแยกย้ายกันกลับไป โดยไม่มีเหตุปะทะกัน ส่วนที่ จ.พังงา กลุ่ม กปปส.นำรถปิด ทางเข้าสำนักงาน กกต.พังงา ที่ถนนอู่เรือ เขตเทศบาลเมืองพังงา จากนั้นไปปิดสำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา และสถานที่ราชการอีกหลายแห่งภายในศาลากลางจังหวัด พร้อมตั้งเวทีปราศรัยกันหน้าศาลากลาง

ตร.ขอ นปช.พักแถลงข่าว

อีกด้านหนึ่งที่ศูนย์ประสานงาน นปช. ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยการ์ดชุดดำของกลุ่ม นปช. หลังมีกระแสข่าวจะมีผู้ไม่หวังดีมาสร้างความปั่นป่วน โดยช่วงบ่าย พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผบก.น.8 เดินทางมาพบเพื่อหารือกับนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช. โดยขอให้กลุ่ม นปช. พักการใช้พื้นที่บริเวณศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เป็นสถานที่แถลงข่าวชั่วคราว เพราะใกล้กับกลุ่ม กปปส.ที่ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งทางประธาน นปช.รับไปหารือในที่ประชุมแกนนำก่อน จากนั้น นางธิดากล่าวว่า คงไม่มีการย้ายสถานที่ เพราะต้องการสื่อสารและปลุกขวัญมวลชนในสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด

จวก “เทือก” ป้ายสีกลุ่มรักสันติ

นางธิดากล่าวว่า การใช้กำลังบุกสถานที่ราชการของ กปปส.ล้วนผิดกฎหมาย รถไฟสายสุเทพขบวนนี้ มีข้าราชการหลายคน รวมทั้งองค์กรอิสระเข้าไปโหนด้วย หวังว่าหากชนะจะได้ตำแหน่ง ขอให้ทราบไว้ว่ารถไฟขบวนนี้กำลังจะพาไปตกเหว นปช.จะขอสนับสนุนการเคลื่อนไหวเชิงสันติ ที่ขณะนี้กำลังออกมาคัดค้านการกระทำของนายสุเทพ ถือเป็นพลังอิสระของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของพวกกบฏ แต่กลับถูกนายสุเทพป้ายสีว่าเป็นกลุ่มจัดตั้ง ทั้งที่คนที่มาชุมนุมกับ กปปส.เองก็ล้วนเป็นกลุ่มพันธมิตรกับผู้ที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น

ชาวบางพลัดจุดเทียนหนุน ลต.

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 87/2 กลุ่มประชาชนที่ใช้ชื่อกลุ่มชาวบางพลัดหนุนเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง พร้อมใจสวมเสื้อสีขาว จัดกิจกรรมจุดเทียนสัญลักษณ์เรียกร้องให้ยุติความรุนแรง และสนับสนุนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนทั้งหมดได้ร่วมกันเดินรณรงค์ชูป้าย respect my vote ไปตามท้องถนน สร้างความสนใจให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา กระทั่งเคลื่อนขบวนไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา แล้วร่วมกันปักเทียนเป็นรูปสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ จากนั้นพร้อมใจกันยืนตะโกนว่า “2 ก.พ. ไปเลือกตั้งๆ” ก่อนแยกย้ายกันกลับ

ฉกไอแพด–ไอโฟนนักข่าวอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวที กปปส.ห้าแยกลาดพร้าวว่า เมื่อเวลา 17.30 น. แท็บเลตไอแพดมินิ และโทรศัพท์ไอโฟน 4 ของนายพรพัฒน์ ชุนชฎาธาร ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ ถูกขโมยไปจากโต๊ะทำงานของสื่อมวลชนหลังเวทีปราศรัย ขณะที่นายพรพัฒน์กับเพื่อนสื่อมวลชนยืนสัมภาษณ์นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. เพียง 10 นาที โดยได้ชาร์จไอโฟนทิ้งไว้ พร้อมวางไอแพดอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่พอเดินกลับมาพบว่าหายไปทั้ง 2 เครื่อง จึงได้ยืมไอแพดของเพื่อนเปิดแอพพลิเคชั่นค้นหา และโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์ของตัวเอง แต่พบว่าถูกปิดเครื่อง ต่อมากลุ่มสื่อมวลชนได้แจ้งให้นายอิสสระทราบ แต่นายอิสสระได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ นายพรพัฒน์จึงเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาต่อไป

มหาวิทยาลัยแจ้งปิดเรียนต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดยังคงมีมหาวิทยาลัยแจ้งปิดการเรียนการสอนต่อเนื่องในวันที่ 16-17 ม.ค. ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปิดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 16-19 ม.ค.

“ชายหมู” เมิน มท.1 เรียกแจง

อีกด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ นายทศพล งามละม้าย เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดเขตปทุมวัน หลังถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ข้อเท้าขวา และถูกสะเก็ดระเบิดจากเหตุปะทะบริเวณสะพานหัวช้าง พร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ จากนั้นได้ไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตปทุมวัน สวนลุมพินี สำนักงานเขตราชเทวี สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานเขตดุสิต และสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รักษาการ รมว.มหาดไทย จะเรียกเข้าชี้แจงถึงการทำงานว่า จะไม่ไปชี้แจง เพราะ มท.1 ไปขึ้น เวทีคนเสื้อแดง ไม่เห็นจะชี้แจง ถ้าจะให้ กทม.ชี้แจง จะทำหนังสือชี้แจงไปแทน แต่ยืนยันไม่ไปพบ เพราะท่านคงไม่อยากเห็นหน้าตน

อีสานโพลค้าน กปปส.ชัตดาวน์

ด้านนายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า อีสานโพลได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนในภาคอีสาน 20 จังหวัดจากกลุ่มตัวอย่าง 1,253 ราย พบร้อยละ 50.5 เห็นว่ากฎหมายและกระบวนการเลือกตั้งในปัจจุบันทำให้ประเทศไทยได้ผู้แทนที่มีคุณภาพเพียงกึ่งหนึ่ง ร้อยละ 34.5 เห็นว่าได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ ขณะที่ร้อยละ 77.6 ไม่เห็นด้วยกับชุมนุมปิดกรุงเทพฯของกลุ่ม กปปส. เห็นด้วยร้อยละ 11.6 และส่วนใหญ่เห็นว่าควรหยุดการชุมนุมทุกรูปแบบ หันหน้าพูดคุยเจรจา แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่อย่างยุติธรรม

ขสมก.–ทางด่วนโอดรายได้หด

ด้านนายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการ ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า จากการชัตดาวน์กรุงเทพของกลุ่ม กปปส. ทำให้ต้องปรับเส้นทางเดินรถ ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการรถเมล์และรายได้ลดลง จากปกติที่มีผู้ใช้บริการประมาณ 1.53 ล้านคนต่อวัน รายได้ประมาณ 9.6 ล้านบาทต่อวัน เหลือผู้ใช้บริการ 1.31 ล้านคน รายได้ลดลง 3.05 ล้านบาท (31.73%) ส่วนผู้ประกอบการรถร่วมเอกชนในช่วง 2 วัน มีผู้ใช้บริการลดลงประมาณ 40% รายได้ลดลงประมาณ 1 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งกระทบต่อกระแสเงินสดของ ขสมก.แน่นอน

นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศ (กทพ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผลกระทบในภาพรวม มีผู้ใช้ทางด่วนลดลงครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็น 51% ของปริมาณการจราจรวันปกติแต่ยังสามารถให้บริการได้เป็นปกติในทุกด่านทุกเส้นทาง ยังไม่มีการปิดด่านที่จุดใด

เมิน ตร.จ้องจับยันพร้อมสู้

ต่อมาช่วงค่ำ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการเชิญชวนประชาชนคนไทยวันนี้เป็นวันที่ 3 ของแผนชัตดาวน์กรุงเทพฯ เห็นได้ชัดเจนของพลังประชาชนให้การสนับสนุนตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวน ส่วนการที่เวทีรัฐบาลมีมติเดินหน้าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นั้น ทำให้ผู้ชุมนุมยืนยันแนวทางต่อสู้ต่อไป โดยไม่มีการเจรจาต่อรองและประนีประนอมเด็ดขาด ทั้งนี้ กปปส.ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการชุมนุมได้ เพราะจะเดินหน้าขับเคลื่อนทางการเมืองจนกว่าได้รับชัยชนะในการเรียกคืนอำนาจสู่ประชาชนสำเร็จ เมื่อถามว่า ผบ.ตร.ประกาศมีแผนเข้าจับกุมตัวนายสุเทพนั้น นายสุเทพตอบว่าเป็นเรื่องตำรวจ แต่พร้อมต่อสู้หากเกิดขึ้นจริง

“กำนัน” แหยงไม่กล้าโผล่แจ้งวัฒนะ

ต่อมาเวลา 21.05 น. นายสุเทพขึ้นเวทีปราศรัยแยกปทุมวันว่า วันนี้เดินมา 10 ชั่วโมง ไม่มีคนต่อว่าซักคำ มีแต่คนขอให้สู้ต่อ ระหว่างเดินวันนี้มีข้าราชการกรมสรรพากรเขต 3 มาสะกิดให้ไปปิดหน่อยจะมาร่วมชุมนุม ดังนั้น ตั้งแต่พรุ่งนี้ขอให้กรมสรรพากรทุกเขตปิดตัวเอง ไม่เช่นนั้นเราจะตามไปปิด ห่วงอยู่เวทีเดียวหน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตนจะไปเวทีนั้น ก็ไปไม่ได้ เพราะตำรวจตั้งด่านเข้ม ตนมีหมายจับข้อหากบฏอยู่ พี่น้องที่อยู่นั่นไม่ใช่ลูกเมียน้อย ตนจะหาทางไป คงต้องเดินไป ฝากหลวงปู่พุทธอิสระรักษาสุขภาพ และช่วยกำกับพี่น้องให้ดี ทำตามแผนที่เรากำหนดไว้ ไม่ไปปิดสนามบิน ตลาดหลักทรัพย์ สถานีวิทยุการบิน

เผยปลัด ยธ.เตรียมผละทิ้งรัฐบาล

นายสุเทพกล่าวว่า เมื่อคืนนี้มีอันธพาลมาก่อกวนที่เวทีนี้ หวังจะให้คนกลัวไม่กล้ามา แต่เขาไม่กลัวแล้ว เป็นสันดานของรัฐบาลที่เหลิงอำนาจ มีข้อมูลว่าเงินที่นำมาใช้ก่อกวนเรา มาจาก “เสี่ยเหลียง” นครปฐม อีกคน “เสี่ยจิต” เป็นนายทุนใหญ่ตู้ม้า เอามาจากนายตือเจ้าของบ่อน ซึ่งเป็นลูกน้อง “ไอ้แจ๊ด” เงินบ่อนมาใช้ก่อกวน และออกคำสั่ง แต่งตั้งระดับรองสารวัตรให้ทันวันที่ 5 ก.พ.2557 ต้องรีบทำกลัวรัฐบาลอยู่ไม่ทัน ไม่เป็นไร ถ้าไม่อยากอยู่ประเทศไทย อยากไปอยู่กับนายที่ดูไบก็จะส่งเสริมให้ ชนะวันไหนจะชำระบัญชีให้หมด เอาตำรวจปลอมตัวมาที่เวทีลุมพินี โดนจับได้ก็โดนตุ้บตั้บบ้าง จะมาโยนว่าพวกเราทำไม่ได้ พวกเราคนดีไม่ทำอะไรอยู่แล้ว วันนี้รัฐบาลจะตัดสินใจเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ.ก็เชิญ แต่มั่นใจว่าอยู่ไม่ถึง 2 ก.พ.แน่ ไม่มีทางสำเร็จ วันนี้แว่วๆ ว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมทำท่าจะพูดจาไปในแนวทางเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข ที่จะไม่รับใช้ทรราช

ขู่เช็กบิล “สรยุทธ” ถ้าไม่กลับลำ

นายสุเทพกล่าวอีกว่า วันนี้มีคุณอรทัย สุทัศนะจินดา ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา บริจาคเงินมาให้ 2,000 บาท ก็นึกย้อนหลังไปเมื่อปี 2553 พวกเสื้อแดง นปช.บุกช่อง 3 ตนสั่งการเอาเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กไปรับผู้บริหารช่อง 3 รวมถึงนายสรยุทธ์ด้วย หากวันนี้ลืมกัน ก็จะได้นึกว่าคนอย่างคุณเห็นเงินมีค่ากว่าน้ำใจ แต่ใครก็ตามที่อวดดี ท้าทายมวลมหาประชาชน ไม่เคยเห็นใครมีจุดจบดีซักคน ขอเตือนไว้ จะไม่ไปเผาอย่างมากก็ไปเยี่ยม ไปดูว่าทำโทรทัศน์อะไรถึงรวยกันนักกันหนา ไม่ลงข่าวดีๆ ของเราไม่ว่า แต่อย่าเอาข่าวโกหกของฝ่ายรัฐบาลมาออก ไม่เช่นนั้นต้องคิดบัญชีกัน และเรียกร้องสื่ออื่นเช่นกัน ทั้งนี้ มีข่าวว่ามีคนของรัฐบาลไปทำงานที่โรงกษาปณ์รังสิต พรุ่งนี้เราจะส่งคนไปดู จะตามปิดทุกที่ ทุกวัน คิดว่าภายในอาทิตย์นี้ทุกส่วนราชการต้องปิดให้สนิทไม่ให้เล็ดรอดไปได้ จากนั้นจะไปปิดบ้านรัฐมนตรี บ้านไหนใช้ไฟเปลือง ใช้น้ำมากก็ตัดน้ำตัดไฟซะ จากนั้นจะดักรัฐมนตรีทุกถนน ดูว่าจะมาติดแร้วเราบ้างหรือเปล่า เอามาล่ามไว้หน้าเวทีให้ประชาชนดู

“นกเขา” ไม่สนยังคิดปิดวิทยุการบิน

อีกด้านเมื่อเวลา 20.25 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ขึ้นปราศรัยบนเวทีชมัยมรุเชฐว่า มีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนมาร้องขอตน อย่านำมวลชนไปปิดสถานีวิทยุการบินและตลาดหลักทรัพย์ เพราะจะมีผลเสียต่อประเทศชาติ ขอให้ท่านไปบอกให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี ลาออกจากการบริหารประเทศ ไม่เช่นนั้นพวกเราทุกคนในประเทศนี้ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดร่วมกัน เพราะตนตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้วต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้แผ่นดินสงบสุข แต่สถานการณ์ขณะนี้ภาคประชาชนอยู่ในภาวะได้เปรียบ ขอให้พี่น้องที่วิทยุการบินและตลาดหลักทรัพย์สบายใจได้สักพัก ตนยังไม่ไปหาในตอนนี้

16 ม.ค. 2557 03:44 ไทยรัฐ