วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: ผีในละครไทย...ตามหลอนไม่เลิก

เขาว่า “ดูละครแล้วให้ย้อนดูตัว”...ผีร้ายในละครหรือจะสู้ผีร้ายในใจเรา

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก สัปดาห์นี้การเมืองยังร้อนแรงไม่เปลี่ยน แถมการจราจรก็ติดขัดเพราะมีการตั้งม็อบในบางจุด อย่ากระนั้นเลย...มาดามคิดว่าไปดูหนังในโรงคงไม่สะดวก สัปดาห์นี้เลยจะขออนุญาตชวนมาดูละครอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องกรุบกริบจิ้นเว่อร์นะคะ แต่เป็นเรื่องผีๆที่ทำให้คุณๆขนหัวลุกมากกว่า...

ที่มาที่ไปก็ไม่มีอะไรมาก เมื่อสองสามวันก่อนได้มีโอกาสชมละครหลังข่าวเรื่องใหม่ของช่องสามเรื่อง “เวียงร้อยดาว” นำแสดงโดย พระเอกหนุ่มที่หายหน้าหายตาไปนานอย่าง “สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์” และนางเอกดาวรุ่งมาแรงอย่าง “แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์” ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “โดนัส-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล” ในบท “ผีเวียงแก้ว” ต้นตอเงื่อนงำลึกลับของบ้านบดินทร์ธร “เปี๊ยก-พิศาล อัครเศรณี” ที่มารับบทเป็น “ดำรง” ประมุขใหญ่ของบ้านบดินทร์ธร และนักแสดงสมทบสร้างสีสันอีกเพียบ

กลับมาที่ที่มาของคอลัมน์วันนี้ ก็มาจากเค้าโครงเรื่องที่หนักไปทางเรื่องผีๆอย่าง “เวียงร้อยดาว” นี่แหละค่ะ ดูแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า “อีเวียงแก้ว” จะต้องกลายเป็น Talk of the Town ตามรอย “อีเฟือง” (แค้นเสน่หา) “อีเม้ย” (รอยไหม) และ“อีแพง” (บ่วง) แน่ๆ

จะว่าไปคอละครชาวไทยส่วนใหญ่ก็ชอบแนวนี้ อารมณ์ผีร้ายแค้นฝังหุ่นถึงเรื่องในอดีตและตามมาล้างแค้นในภพชาติต่อมาดูจะใช้ได้กับทุกยุค ไม่ว่านำมาสร้างหรือรีเมคกี่ครั้งก็เรียกกระแสได้เป็นอย่างดี สังเกตง่ายๆ...หากช่วงไหนมีละครผีๆแบบนี้ “Second Screen” หรือบรรดาสาวกโซเชียลมีเดียจะขึ้นข้อความอัพเดท Status โชว์ความคิดเห็นเรื่องละครกันอย่างสนุกสนาน มีทั้งติ ชม แถมบทบาทสมมติสร้างความฮือฮาไปตลอดจนกว่าละครจะจบ

คำถามก็คือ...อะไรเป็นปัจจัยทำให้ละครเหล่านี้โดนใจคอละครไทยนัก?

คำตอบก็เป็นไปได้หลายอย่างค่ะ ทั้งความเชื่อเรื่องผีที่สั่งสมมานานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ทั้งบทละครที่ดุเดือดโดนใจ หรือแม้แต่เรื่องราวดราม่าตบตีที่เข้าถึงได้ไม่ยาก ทำให้คนดูนึกภาพตามหรือจินตนาการตามได้ไม่ยากเพราะเป็นปมปัญหาใกล้ตัวอย่างเรื่องผัวๆเมียๆ รักๆ เลิกๆ ซึ่งพบเห็นกันได้ดาษดื่น...ดูแล้วเหมือนจะงมงาย แต่ก็เป็นแนวที่ได้รับความนิยมอย่างมากล้น ทั้งกระแสที่ดีและไม่ดี มันก็น่าคิดว่า...แล้วเรื่องผีๆให้อะไรกับเราบ้าง?

อย่างที่หลายคนทราบดีว่าความเชื่อเรื่อง “ผี” ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน จนกลายเป็นรากเง้าของความเชื่ออื่นๆอีกหลายอย่าง แต่วันนี้มาดามคงไม่สาธยายเรื่องอิทธิพลความเชื่อของ “ผี” ในวรรณกรรมหรืองานศิลปะอื่นๆ แต่จะว่าด้วยเรื่องบ้านๆอย่างละครไทยนี่แหละค่ะ เพราะดูจะมีอิทธิพลเหนืองานศิลปะสะท้อนวัฒนธรรมชนิดอื่นๆอยู่หลายขุม

ลองย้อนดูกันเล่นๆนะคะ บรรดา “ผี” เหล่านี้ล้วนมีที่มาจากความแค้นซึ่งบ่งเพาะในใจมานาน ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บช้ำส่วนตัวหรือจากการเห็นคนที่รักเป็นทุกข์ “อีเฟือง” แค้นเพราะท่านหญิงที่รักต้องถูกทิ้งให้เดียวดาย “อีเม้ย” แค้นเพราะเจ้านายสาวไม่สมหวังในรัก “อีแพง” แค้นเพราะถูกขัดขวางไม่ให้สมรัก ส่วน “อีเวียงแก้ว” แค้นเพราะถูกทรมานทั้งกายและใจให้เหมือนตายทั้งเป็น...

จุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายก็เริ่มจาก “ความแค้น” ของบรรดาผีๆเหล่านี้ทั้งนั้น ที่ตามจองเวรเพื่อทวงขอความยุติธรรมให้แก่ตัวเองหรือบุคคลที่รัก “อีเฟือง” ตามเช็ดตามล้างเสี้ยนหนามที่ทำให้ท่านหญิงต้องตรอมใจ “อีเม้ย” ตามราวีทุกคนที่จะทำร้ายเจ้านาย “อีแพง” เล่นงานทุกคนที่จะมาพรากของรัก ส่วนรายสุดท้าย “อีเวียงแก้ว” ตามล้างแค้นทุกคนที่ทำให้ต้องเจ็บช้ำใจและฆ่าตัวตายเพื่อหนีความอัปยศ!

เรื่องราวต่อมาก็พัวพันกันไปมา ปะปนด้วยเรื่องรักระหว่างเจอผีของพระเอกนางเอก ส่วนบรรดาผีทั้งหลายก็ราวีถึงขีดสุด จนในที่สุดก็ต้องแพ้ไปเองตามสไตล์ “ธรรมะชนะอธรรม” ด้วยวิธีสุดคลาสสิคที่ใช้เหมือนกันหมดทุกเรื่องคือการ “อโหสิกรรม”

ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการขอ “อโหสิกรรม” และการ “ให้อภัย” แค่อยากชี้ให้เห็นว่าแท้จริงเรื่องราววิวาทบาดหมางที่ทำให้ผูกใจเจ็บกันข้ามชาติ แท้จริงก็มาจาก “ตัณหาราคะ” และ “ความอิจฉาริษยา” เห็นได้ชัดว่าทุกเรื่อง ตัวละครผีทุกตัวต้องทนทุกข์ทรมานเพราะตัณหามากมาย...ทั้งของตนเองและของผู้อื่น ไหนจะความอิจฉาริษยาที่ปั่นป่วนในใจจนต้องก่อโศกนาฏกรรมจนกลายเป็นที่มาของเรื่องราวทั้งหมด

หลายคนคงเคยได้ยินว่า... “ดูละครแล้วให้ย้อนดูตัว” ละครดราม่าลึกลับซ่อนเงื่อนพร้อมผีร้ายตามล้างแค้นเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่สะท้อนอะไรให้เห็น แม้จะประโลมโลกและดูไร้เหตุผลในบางครั้ง แต่หากเลือกรับสารดีๆก็คงให้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย...

“ผีในละคร” หากเปรียบกับชีวิตจริงก็คงเหมือน “ทิฐิ” หรือ “อคติ” ในใจคนเรา...หากยอมให้อารมณ์โกรธแค้นขุ่นมัวครอบงำเหนือสติปัญญาและเหตุผล ชีวิตเราก็คงหลงทาง...เหมือนกับคุณผีทั้งหลายที่ว่ายวนในความคิดชั่วร้ายและความต้องการล้างแค้นจนมองไม่เห็นทางออกที่แท้จริง ซึ่งกว่าแต่ละตนจะ “ยอมรับ” และ “เรียนรู้” ความจริง (อันโหดร้าย) เพื่อไปสู่ทางออกหรือความสุขที่แท้ก็เกือบกระอักเลือด แต่ถึงกระนั้นก็ยังถือว่าเป็นโชคดีที่หลุดพ้นออกมาได้

ชีวิตจริงของคนเราบางทีก็น้ำเน่ายิ่งกว่าละครค่ะ บางทีหากเราลองฉุกคิดสักนิดและมองเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กส่วนตัวหรือเรื่องใหญ่แบบการเมือง แล้วลองปัด “ผีร้าย” ในใจเราออกไป...บางทีเราอาจมองเห็นอะไรบางอย่างก็ได้...

ขอให้บ้านเมืองเราสงบสุข...จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer