วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าคดี'ศพสาวพีอาร์' จับหนุ่มกู้ภัยหื่น ซาตานในคราบนักบุญ

"คดีอุ้มเหยื่อสาวพีอาร์ เราจับกุมคนร้ายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง คดีเริ่มจากการพบศพเหยื่อสาวที่จมน้ำตายในเขตท้องที่ของเรา จากนั้นจึงขยายผลไปถึงที่มาที่ไปของเหยื่อ กระทั่งทราบมาว่า ก่อนที่เธอจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในเขตท้องที่ สภ.บางพลี เธอมีอาการคล้ายคนถูกมอมยา หมดสติอยู่ที่ห้างฟู้ดแลนด์ สาขาหัวหมาก แล้วทางห้างฯ ประสานหน่วยกู้ภัยให้มารับตัวไปรักษาพยาบาลที่ รพ.รามคำแหง แต่ทว่าหลังจากนั้น ก็ไม่มีใครพบเห็นเธออีก จนกระทั่งมีคนพามาปล่อยไว้ในเขตท้องที่บางพลี และวิ่งเตลิดลงคลองลงไปจมน้ำเสียชีวิต ผมจึงสั่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งพบว่าคนร้ายทำทีเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ไปรับเหยื่อจากห้างฯแล้วหายตัวไป จึงตามตัวมาสอบปากคำ จนกระทั่งยอมรับสารภาพจนได้"

คือ คำกล่าวปิดคดีของ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี ที่สามารถพิชิตคดีดังคดีนี้เอาไว้ได้ รวบตัวนายธวัชชัย แซ่ซิ้ม คนร้ายที่แฝงตัวมาในคราบหน่วยกู้ภัย พยายามข่มขืน น.ส.ชนัญชิตา เสือซิว พนักงานสาวประชาสัมพันธ์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเอาไว้ได้


หลังก่อเหตุไม่นาน"ซาตานในคราบนักบุญ"ก็จนมุมจนได้

คดีนี้ชุดคลี่คลายแกะรอยจากกล้องวงจรปิด ทั้งที่ห้างฟู้ดแลนด์ หัวหมาก และที่ รพ.รามคำแหง ซึ่งสามารถจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ทำให้นายธวัชชัย จนมุมชนิดดิ้นไม่หลุด ถึงแม้ในตอนแรกหมอนี่จะทำพลิ้ว ให้การปฏิเสธเสียงแข็ง แต่เมื่อจนมุมกับหลักฐาน ความจริงทุกอย่างจึงพรั่งพรูออกมา ยอมรับสารภาพว่าที่ทำลงไปก็เพราะหวังจะข่มขืนเหยื่อ เห็นหน้าตาดีและกำลังไม่ได้สติ จึงคิดล่วงเกิน ก่อนที่เหยื่อจะดิ้นหลุดวิ่งหลบหนีไปกระโดดน้ำเสียชีวิต

ทำผิดต้องรับโทษทัณฑ์ที่ทำไว้

ย้อนไปดูปฐมบทของเหตุร้าย เกิดขึ้นตอนบ่ายวันที่ 13 ม.ค. ตำรวจโรงพักบางพลี พบศพน.ส.ชนัญชิตา หรือ 'ปุ้ย' วัย 28 ปี ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ อยู่ที่บริษัท เดอะ เพลนท์ ทองหล่อ-เอกมัย มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม.1 ต.คลองสิบ อ.หนองจอก กทม. เสียชีวิตอยู่บริเวณคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ หลักกม.5 ในสภาพขาดอากาศหายใจสำลักน้ำ จึงนำศพส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง
ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แต่ด้วยไหวพริบนักสืบของผู้กำกับฯ กรวัฒน์ หรือ "ผู้กำกับโจ" ทำให้อดนึกเอะใจไม่ได้ ด้วยเพราะผู้ตายรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวดี ไม่น่าจะมากระโดดน้ำตายเหมือนคดีทั่วไป


ผู้กำกับฯโจ จึงสั่งลูกน้องแกะรอยผู้ตาย

ในเบื้องแรกตำรวจโรงพักบางพลีโพสต์รูป "ชนัญชิตา" แพร่ไปตามโซเชียลต่างๆ เพื่อตามหาญาติ พร้อมประสานไปยัง สน.ต่างๆ ทั้งในเขตเมืองปากน้ำและเขตนครบาล ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้รับการประสานจากตำรวจสน.หัวหมาก ว่าก่อนหน้านี้มีญาติและแฟนหนุ่มของน.ส.ชนัญชิตา ซึ่งเป็นทหารยศ ร.อ. มาแจ้งความคนหายไว้ จึงประสานให้มาสอบปากคำที่โรงพักบางพลี พร้อมดูรูปศพ

เมื่อญาติเห็นก็ยืนยันได้ทันที ว่าใช่น.ส.ชนัญชิตา แน่นอน โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางญาติได้รับการติดต่อจากทางห้างฯ ฟู้ดแลนด์ ว่าน.ส.ชนัญชิตา มีอาการหมดสติอยู่ในห้างฯ จึงประสานเรียกหน่วยกู้ภัยให้มารับพาส่งรพ.รามคำแหง เมื่อญาติตามไปก็ไม่พบ กระทั่่งรู้ข่าวอีกทีก็เกิดเหตุร้ายกับ "ชนัญชิตา" แล้ว

 

หลังได้ข้อมูลคร่าวๆ ตำรวจสภ.บางพลี รีบตามหาที่มาที่ไปทันที เริ่มจากจุดแรกคือการตรวจกล้องวงจรปิดที่ห้างฯ ก่อนอันดับแรก หลักฐานที่ได้คือภาพของคนร้ายซึ่งอ้างตัวเป็นหน่วยกู้ภัย เดินทางมารับเหยื่อพาขึ้นรถทะเบียน 6ฎ-8928 กทม. ขับออกไป ตำรวจนำภาพคนร้ายไปเปรียบเทียบทะเบียนประวัติและเช็กทะเบียนรถ ก็พบว่าเป็นนายธวัชชัย จึงตามประกบตัวไว้


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบกล้องวงจรปิดของรพ.รามคำแหง พบว่าในวันนั้นนายธวัชชัย ขับรถเข้าไปในรพ.จริง แต่พอขับรถเข้าไปแล้ว ก็รีบขับออกมาทันที จอดรถอยู่หน้าตึกฉุกเฉินได้ไม่ถึงนาที โดยไม่มีใครลงจากรถ

เป้าจึงพุ่งไปที่ "ธวัชชัย" ทันที

ทีมสืบประกบติดหมอนี่ชนิดไม่ทันรู้ตัว กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 14 ม.ค. จึงตามรวบตัวนายธวัชชัยเอาไว้ได้ที่บ้านพัก ย่านลาดพร้าว จึงนำตัวมาสอบสวน ตอนแรกยังปากแข็ง อ้างไม่รู้เห็นอะไรทั้งสิ้น กระทั่งตำรวจไล่ต้อนหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และนำภาพมาให้ดู ก็ทำให้อึ้งยอมรับสารภาพออกมา

 


"ธวัชชัย" ยอมรับว่า ลวนลามอนาจารผู้เสียชีวิต จริงแต่ไม่ได้ข่มขืนและฆ่า โดยวันเกิดเหตุแอบฟังวิทยุสื่อสาร แล้วสวมรอยไปรับผู้เสียชีวิตที่ห้างฯฟู้ดแลนด์ไปส่งรพ.รามคำแหง แต่เห็นเหยื่อสภาพสะลึมสะลือ ไม่มีสติ และหน้าตาดี ประกอบกับตนเองเพิ่งเสพยาบ้ามา จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงเปลี่ยนจากนำไปส่ง กลับขับรถออกทางประตูด้านหลังของ รพ.ไปตามถนนหัวหมาก เลี้ยวขวาเข้าถนนศรีนครินทร์ วิ่งตามถนนมอเตอร์เวย์ ออกบางนา-ตราด ลงด่วนบูรพาวิถีแถวบางพลี และกลับรถยูเทิร์นเกือกม้า วิ่งตามถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ


นายธวัชชัย ให้การต่อว่า ระหว่างทางก็ได้ล่วงละเมิดทางเพศมาตลอด พอถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นสถานที่เปลี่ยว จึงคิดจะข่มขืน จึงได้ลงมือถอดเสื้อผ้า แต่ผู้เสียชีวิตมีสติขึ้นมาพยายามต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยผู้เสียชีวิตหันไปเห็นมีดที่อยู่ในรถจึงหยิบมาขู่ตน ตนจึงคว้าไว้และกัดเข้าไปที่แขนเพื่อให้ปล่อยมีด แต่ผู้เสียชีวิตใช้เท้าถีบและเตะตน จนสามารถแย่งมีดกลับคืนไปได้และเคาะที่กระจกด้านหน้าคนขับ จนตนเกิดความกลัว จึงยอมเปิดล็อกประตู ให้ผู้เสียชีวิตวิ่งลงไป ก่อนจะรีบขับรถหนีไป แล้วนำเอาแหวนทองรูปหัวใจมีเพชร 2 วงไปขายในราคาไม่เกิน 5,000 บาท ก่อนนำไปซื้อยาบ้าเสพ ส่วนกระเป๋าเหยื่อเอาไปโยนทิ้งก่อนเผ่นหนี

จนกระทั่งจนมุมตำรวจจนได้!??


บ่ายวันที่ 15 ม.ค. พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ นำตัวคนร้ายมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางไทยมุงมาดูเหตุการณ์จำนวนมาก คดีนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายธวัชชัย ฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญด้วยประการใด, ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป, มีเครื่องวิทยุสื่อสารคมนาคมใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยา

ส่วนผู้เสียชีวิตจะถูกข่มขืนหรือไม่นั้น ต้องรอผลการผ่าชันสูตรศพเพื่อการยืนยันอีกครั้ง หากพบว่ามีการข่มขืนด้วย ก็จะโดนแจ้งข้อหาเพิ่มอีกครั้ง นอกจากนี้ ตำรวจยังขยายผลพบว่ามีเพื่อนของคนร้ายอีก 1 คน ร่วมมือเอาทรัพย์สินผู้ตายไปขายด้วย ซึ่งจะได้ขยายผลจับกุมต่อไป

 

กล่าวถึงเหตุร้ายครั้งนี้ สร้างความเศร้าใจให้ครอบครัว น.ส.ชนัญชิตา ยิ่งนัก ด้วยเพราะ "ชนัญชิตา" เป็นเสาหลักของครอบครัว ตั้งใจทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอด

ไม่น่ามาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือ "ซาตานในคราบนักบุญ" แบบนี้!??

"คดีอุ้มเหยื่อสาวพีอาร์ เราจับกุมคนร้ายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง คดีเริ่มจากการพบศพเหยื่อสาวที่จมน้ำตายในเขตท้องที่ของเรา จากนั้นจึงขยายผลไปถึงที่มาที่ไปของเหยื่อ กระทั่งทราบมาว่า ก่อนที่เธอจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในเขตท้องที่ สภ.บางพลี.. 15 ม.ค. 2557 14:42 ไทยรัฐ