วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนะ 7 ข้อ ดูแลสุขภาพ 'ผู้ร่วมชุมนุม'

กรมอนามัย แนะ 7 ข้อเพื่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ร่วมชุมนุม ให้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันปัญหาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างชุมนุม...

เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยของผู้ชุมนุมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของผู้ชุมนุมท่ามกลางคนหมู่มาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ลดต่ำลงในช่วง 2-3 วันนี้ อาจส่งผลต่อสุขภาพทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นได้ ทาง ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ มีบุคคลหลายกลุ่มที่เข้าร่วมชุมนุม การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของผู้ชุมนุมท่ามกลางคนหมู่มาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ลดต่ำลงในช่วง 2-3 วันนี้ อาจส่งผลต่อสุขภาพจนทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นได้ ด้วยความห่วงใยในสุขภาพอนามัยของพี่น้องผู้ร่วมชุมนุม จึงขอฝากข้อแนะนำในการดูแลตนเองให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันปัญหาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่อยู่ระหว่างการชุมชุม ซึ่งมี 7 ข้อ ดังนี้

1. น้ำดื่ม ผู้ชุมนุมควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วคนเราจะดื่มน้ำอย่างน้อย 5-8 ลิตรต่อวัน แต่ในช่วงที่ชุมนุมจะเป็นการอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง อากาศจะร้อนผู้ชุมนุมอาจเสียเหงื่อมาก ดังนั้น ผู้ชุมนุมควรเตรียมน้ำดื่มเพิ่มอีกประมาณ 1-2 เท่า เพื่อให้เพียงพอต่อการดื่มในแต่ละวัน

2. อาหาร ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ผู้ชุมนุมก็ไม่ควรละเลยเรื่องการกินอาหาร ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกกินอาหารที่สุกสะอาดเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ที่สำคัญควรพกกล้วยน้ำหว้าติดตัวไว้ เวลาหิวก็สามารถกินกล้วยรองท้องได้ ในกล้วยน้ำว้า 1 ลูก จะอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย และยังมีสรรพคุณทางยาด้วย เช่น ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ หรืออาการเจ็บหน้าอกจากการไอแห้งๆ ช่วยระงับกลิ่นปากได้ และยังเป็นยาระบายช่วยแก้ท้องผูกด้วย วิธีการคือให้กินกล้วยน้ำว้าสุก 1-2 ลูกก่อนนอน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ถ่ายท้องได้ดีในวันรุ่งขึ้น ในแต่ละวันจึงควรกินกล้วยน้ำว้าให้ได้อย่างน้อย 2 ลูก จะยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพมากๆ

3. นอนหลับพักผ่อน ผู้ชุมนุมควรนอนหลับให้สนิทให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ขณะที่ต้องนอนหลับพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ชุมนุมควรหาผ้าปิดตาป้องกันแสงเข้าตา และควรใช้เครื่องอุดหูป้องกันเสียงรบกวนขณะหลับ ซึ่งจะช่วยให้หลับได้สนิทและร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

4. รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล การใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ชุมนุมที่มีผู้คนอยู่ร่วมกันมากมาย ต้องใส่ใจเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลด้วย เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว ข้อนี้ขอให้ใช้หลักกินร้อน ช้อนกลาง (พกมาเองและติดตัวไว้เสมอ) ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคต่างๆ ถ้าน้ำหายาก ก็ให้พกเจลล้างมือติดตัวไว้ ซึ่งสะดวกกว่าการใช้น้ำ สำหรับผู้ชุมนุมที่มีอาการป่วยหรือไม่สบายต้องใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น ที่สำคัญการขับถ่ายต้องเป็นที่เป็นทาง ตามสถานที่หรือบริเวณที่ได้มีการจัดเตรียมไว้ และต้องรักษาความสะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังการขับถ่ายด้วย

5. การเตรียมความพร้อมของตัวเอง เพื่อป้องกันความร้อนและแสงแดดที่จะแผดเผาร่างกาย ในระหว่างชุมนุมผู้ชุมนุมควรใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวกและแว่นกันแดด รวมทั้งรองเท้าที่สวมใส่สบายให้พร้อมในการเดิน ไม่ควรเดินติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนล้า ควรเดินประมาณ 30 นาที แล้วหยุดพักก่อน หลังจากนั้นค่อยเริ่มเดินใหม่ ไม่ควรเดินเร็วเกินไป เพราะจะทำให้เหนื่อยง่ายและจะทำให้เสียเหงื่อมาก ควรเตรียมน้ำสำหรับดื่มในระหว่างเดินด้วย โดยค่อยๆ จิบทีละนิด น้ำจะได้ไม่ถูกขับออกทางเหงื่อ และจะช่วยไม่ให้หิวน้ำบ่อย นอกจากนี้ สตรีที่อยู่ในระหว่างมีรอบเดือน ควรเตรียมผ้าอนามัยให้พร้อม และในผู้ที่มีโรคประจำตัวก็ต้องเตรียมยาไปให้พร้อมด้วย

6. การจัดการกับอารมณ์และความเครียดของตนเอง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมจะมีระดับความเครียดสูงกว่าผู้ที่อยู่นอกพื้นที่ชุมนุม เพราะความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์ ร่วมกับสิ่งแวดล้อมและสื่อรอบตัว ซึ่งความเครียดจะมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ชุมนุม เช่น นอนไม่หลับ เมื่อยล้า ปวดตึงศีรษะ เหนื่อยง่าย ทำให้ผู้ชุมนุมว้าวุ่นใจ หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว ฟุ้งซ่าน อารมณ์ขึ้นลงไปกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และความเครียดที่ถูกเก็บสะสมไว้มากๆ หากไม่ได้รับการจัดการอาจเป็นชนวนของการก่อเหตุรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ชุมนุมควรหาวิธีคลายเครียดให้กับตัวเอง เช่น เล่นเกมหรือฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือ งดการติดตามข่าวสารสถานการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ ชั่วคราว ทั้งจากมือถือ เฟซบุ๊ก หรือจากช่องทางต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อลดอุณหภูมิความเครียดให้ตัวเอง หรืออาจชวนเพื่อนๆ ผู้ร่วมชุมนุมทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย ทำกิจกรรมบันเทิงร่วมกัน พูดคุยเรื่องอื่นหรือหลบไปอยู่ในที่เสียงไม่ดังมาก กลับไปพักผ่อนที่บ้านใช้เวลาอยู่กับครอบครัวแล้วค่อยกลับมาใหม่ เป็นต้น

และสุดท้าย ข้อ 7. ไม่ควรเดินทางไปร่วมชุมนุมเพียงลำพัง สำหรับผู้ที่ต้องการจะไปร่วมชุมนุมทางการเมือง ไม่ควรจะไปเพียงลำพัง ควรไปกับเพื่อนฝูงที่สนิทหรือผู้ที่ไว้ใจได้อย่างน้อย 1-2 คน เพราะหากเกิดเหตุปะทะ หรือเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันได้ ที่สำคัญไม่ควรพาเด็กไปด้วย เพราะจะดูแลได้ยาก ถ้าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น และอาจทำให้เด็กฝังใจกับเหตุการณ์รุนแรงที่ได้พบเห็น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็กได้ในอนาคต.

กรมอนามัย แนะ 7 ข้อเพื่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ร่วมชุมนุม ให้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันปัญหาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างชุมนุม... 14 ม.ค. 2557 15:34 14 ม.ค. 2557 16:16 ไทยรัฐ