วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนล้นหลามร่วมชัตดาวน์กทม.

เทพเทือกลั่นไม่มีการเจรจากปปส.บุกปิดรายกระทรวงชาวสธ.ร่วมสู้!

ตจว.มีต่อต้าน“สุเทพ เทือกสุบรรณ” นำมวลมหาประชาชนร่วม “ชัตดาวน์” กรุงเทพฯ สำเร็จดังฝัน กระจายตั้งเวที 8 จุด ไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”  ให้ลาออกจากตำแหน่งรักษาการเพื่อยุติปัญหา “อภิสิทธิ์-ชวน” โผล่ร่วมให้กำลังใจประชาชนสนับสนุนกลุ่ม กปปส.ล้นหลามทั่วกรุงเทพฯ ก่อนปิดล้อมกระทรวงต่างๆ เรียกร้องข้าราชการร่วมตะเพิดรัฐบาล ขณะที่ 5 องค์กรแพทย์ขู่ยกระดับกดดันให้นายกฯลาออกก่อนยกระดับเคลื่อนไหวขับไล่ ด้านแม่ทัพภาคที่ 1 การันตี “ประยุทธ์” ไม่คิดปฏิวัติแน่นอน ย้ำปฏิวัติต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์เท่านั้น คนไทยในสหรัฐฯ-ซิดนีย์ ร่วมชัตดาวน์เรียกร้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

กปปส.ดีเดย์ชัตดาวน์กรุงเทพฯร่วมเดินขบวนมวลมหาประชาชนกระจายไปตั้งเวทีปราศรัยไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ทั้ง 8 จุดได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนอย่างคับคั่ง ขณะที่ข้าราชการกระทรวงต่างๆมีปฏิกิริยาร่วมต่อต้านการบริหารของรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ

นายกฯถกมั่นคงประเมินชัตดาวน์

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่ชั้น 10 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมรัฐมนตรีและหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช. กลาโหม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าร่วมประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส.ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ทหารและสารวัตรทหาร จำนวน 1 กองร้อย

ม็อบ กปปส.โฉบหน้าสำนักปลัด กห.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าประมาณ 20 นาที ที่นายกฯจะเดินทางมาถึง ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ประมาณ 10 กว่าคน พร้อมรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงเข้ามายังเมืองทองธานี เชิญชวนประชาชนไปร่วมชุมนุมที่ถนนแจ้งวัฒนะโดยประกาศให้ไปรวมตัวที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผ่านยังหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะที่ทีมล่วงหน้านายกฯได้ออกมาสังเกตการณ์และแจ้งไปยังทีมงานนายกฯ

สะพัด “ปู” ซุกคอนโดชลบุรีหนีม็อบ

ขณะที่การเดินทางของนายกฯถูกปิดเป็นความลับ โดยทีมรักษาความปลอดภัยขอให้สื่อมวลชนมารออยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่ให้ไปรอที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 ส่วนที่บ้านนายกฯมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 กองร้อยดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า นายกฯไม่ได้พักอยู่ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 มาตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. แต่นายกฯ และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปป์) เดินทางไปพักอยู่ที่คอนโด จ.ชลบุรี เพื่อความปลอดภัย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศบุกบ้านนายกฯ ส่วนการรักษาความปลอดภัยที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นไปอย่างเข้มงวด

สมช.การันตี ก.ม.มั่นคงยังเอาอยู่

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯควบคุมสถานการณ์อยู่ ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลและบางจุดที่มอบหมายให้ทหารเข้ามาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์แทนตำรวจ เป็นการพิจารณาตามสภาพแวดล้อมและความเคลื่อนไหวที่ล่อแหลม ไม่ได้ปรับเปลี่ยนเพื่อเตรียมใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่อย่างใด ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำภาพถ่ายชายชุดลายพรางเหมือนพลซุ่มยิงบนตึกออกมาเปิดเผยผ่านทางเฟซบุ๊กนั้น เป็นภาพเก่าที่นำมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยขอให้ประชาชนติดตามการชุมนุมอย่างมีสติ

ศอ.รส.ถกรับมือปิดเมืองกรุง

ที่ ศอ.รส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. เป็นประธานสรุปสถานการณ์ชุมนุมมีการยกระดับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลว่า แนวโน้มจะเป็นการแสดงกำลังของกลุ่มผู้ชุมนุม และระหว่างวันที่ 14-18 ม.ค. แกนนำผู้ชุมนุมจะเริ่มกดดันสถานที่สำคัญเพื่อยกระดับการชุมนุม ตำรวจต้องเพิ่มความระมัดระวังเหตุแทรกซ้อนกลุ่มมือที่สาม การเผชิญหน้าของตำรวจกับผู้ชุมนุม ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนตรวจค้นหอพักย่าน ม.รามคำแหง พบการ์ดผู้ชุมนุมจำนวนมากและใบกระท่อม ได้เร่งรัดดำเนินการแกนนำฮาร์ดคอร์ที่มีหมายจับเพื่อสกัดกั้นเหตุรุนแรง ติดตามข่าวสารกำหนดมาตรการแยกแยะมวลชน บังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชัตดาวน์ และให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เร่งสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ เช่น พรรค ปชป.ถูกยิง การ์ดถูกยิงที่แจ้งวัฒนะ แขวนระเบิดหน้าบ้านแกนนำ กปปส.นนทบุรี

มท.1 ชี้รัฐบาลนิ่งไม่ตอบโต้

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ กปปส. ในการปิดกรุงเทพมหานครว่า เราไม่แปลกใจที่เขาเคลื่อนไหวปิดพื้นที่ที่ประกาศไว้ก่อนเวลา จริง 12 ชั่วโมง ถือเป็นยุทธ– ศาสตร์ ส่วนรัฐบาลคงติดตามสถานการณ์โดยพยายามอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงหรือทำอะไรที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า ถ้าไปทำอะไรผลที่ตามมาก็คือความรุนแรงซึ่งจะนำไปสู่การปฏิวัติ รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดเช่นนั้น รัฐบาลจะอยู่นิ่งๆ ใช้ความสงบสยบทุกความเคลื่อนไหวต่อไปไม่ตอบโต้อะไรทั้งนั้น

ชัตดาวน์สงบไม่งัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. แถลงภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมปิดกรุงเทพฯวันแรกว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้ประชาชนจะประสบปัญหาจราจรรถติดขัดและกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง แต่ยังไม่มีการแจ้งเหตุร้าย ซึ่ง ศอ.รส.หวังว่าการชุมนุมจะเป็นไปด้วยความสงบและสันติ ไม่นำไปสู่ความรุนแรง เมื่อการชุมนุมสงบอย่างนี้ถือว่าเหตุการณ์เป็นไปในทางที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไร ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เบื้องต้นตำรวจเตรียมการรับมือไว้ 1 สัปดาห์ก่อน

ปลัด กห.ขอให้เชื่อทหารไม่ปฏิวัติ

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเป็นหลัก ในส่วนของกำลังทหารจะเป็นฝ่ายสนับสนุน ตามที่ ศอ.รส.ร้องขอและเป็นไปตามจำนวนที่ขอมา ซึ่งขณะนี้ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชุดดูแลด้านการแพทย์ ที่เน้นให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกฝ่าย เมื่อถามว่า ทหารจะไม่ทำอะไรหรือไม่ เพราะมีข่าวเรื่องรัฐประหาร พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ผบ.ทบ.พูดทุกวันถือว่าบอกกับสังคมไปแล้วทุกอย่างขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.ส่วนข่าวทหารตั้งกองกำลังมาปรามตำรวจที่จะปราบม็อบ ต้องขอร้องสื่อระมัดระวังเลือกใช้คำที่มาทำข่าว เนื่องจากสถานการณ์เปราะบาง ทำให้ส่วนราชการมีความไม่เข้าใจกันได้

“ประยุทธ์” เกาะติดชัตดาวน์ กทม.

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท. ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 104 ปี โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ อดีต ผบ.ทบ.และผู้บังคับบัญชาระดับสูงเดินทางมาร่วมงาน ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงาขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ยกเลิกมาเป็นประธานอย่างกะทันหันเพราะติดภารกิจประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมปิดกรุงเทพฯร่วมกับนายทหารระดับ 5 เสือ ทบ.ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.)พล.ท.ธีรชัยกล่าวถึงจุดยืนของกองทัพภาคที่ 1 ต่อสถานการณ์ทางการเมืองว่า เราทำตามนโยบายของ ผบ.ทบ.พวกเรารู้สึกเห็นใจ ผบ.ทบ.ที่ต้องใช้ความอดทนอย่างมากต่อมรสุมต่างๆพวกเราเข้าใจเจตนาการตกลงใจทุกอย่างว่า ท่านจะตกลงใจในทางที่ถูกต้อง ซึ่งกำลังพลของกองทัพภาคที่ 1 พร้อมจะปฏิบัติตามโดยอยู่เคียงข้างประชาชน

ย้ำปฏิวัติขึ้นอยู่กับสถานการณ์

เมื่อถามว่า  หาก ผบ.ทบ. ตัดสินใจปฏิวัติกองทัพภาคที่ 1 พร้อมหรือไม่ พล.ท.ธีรชัยกล่าวว่า เรื่องนี้เลิกพูดกันได้แล้ว ตนเชื่อมั่นการตกลงใจของ ผบ.ทบ. ทุกกรณีท่านยืนอยู่บนความถูกต้องและตัดสินใจถูกต้องแล้ว เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นที่ ผบ.ทบ. ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการปฏิวัติ พล.ท.ธีรชัย กล่าวว่า ตนไม่ใช่หมอดู ส่วนความเป็นไปได้หรือไม่นั้นอย่าเพิ่งไปคาดเดา เพราะยังไม่มีใครคิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ขณะนี้อยากให้มองว่าเราทุกคนมาช่วยเหลือกัน เพราะคนไทยไม่อยากทะเลาะกัน เราพูดภาษาเดียวกัน มีอะไรขอให้คุยกัน อย่าต้องให้มีเรื่องมีราว ส่วนที่มีกลุ่มคนพยายามปลุกระดมให้จับตัวลูกสาวของ ผบ.ทบ.หากปฏิวัตินั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เมื่อถามว่า หากสถานการณ์รุนแรงมีการใช้อาวุธจะดำเนินการอย่างไร พล.ท.ธีรชัยกล่าวว่า ผบ.ทบ.
ได้สั่งเตรียมการไว้หมดแล้วในทุกกรณีทุกปัญหา

กำชับทหารดูแลสถานที่ราชการ

เวลา 08.30 น. ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวัน โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.และ พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำถึงการทำหน้าที่ของกำลังพลในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ราชการสำคัญ ภายหลังได้รับมอบหมายภารกิจจาก ศอ.รส.โดยให้ทหารทุกคนตรวจสอบอุปกรณ์การสื่อสารให้พร้อมสมบูรณ์เมื่อเกิดเหตุจะได้ไม่เกิดปัญหาเรื่องการสื่อสารและให้ผู้บังคับหน่วยไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในพื้นที่ประจำจุดต่างๆ

ไฟเขียวแต่งชุดพลเรือนปฏิบัติงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในกองบัญชาการกองทัพบก ได้นำรั้วลวดหนามขึงบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการและประตูด้านหลัง และจัดชุดรักษาความปลอดภัยลาดตระเวนเตรียมความพร้อมตามจุดหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พร้อมนำสุนัขทหารตรวจรถยนต์เข้า-ออก อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ได้ประกาศผ่านเสียงตามสายว่าตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.2557 ให้กำลังพลภายในกองทัพบกแต่งกายชุดพลเรือนที่สุภาพแทนเครื่องแบบทหารมาทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่า มีผู้ไม่หวังดีหรือกลุ่มมือที่สามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อโยงให้เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง และให้ลดจำนวนกำลังพลหมุนเวียนเข้ามาทำงานเฉพาะส่วนที่จำเป็นเท่านั้น

ชัตดาวน์กรุงเทพฯมวลชนคึกคัก

เมื่อเวลา 09.00 น. การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.บริเวณอนุสาวรีย์ ถนนราชดำเนินกลาง นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ ได้เริ่มเดินขบวนออกจากเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อส่งมวลชนไปยังเวทีปราศรัย จุดต่างๆ 8 เวที โดยขบวนนายสุเทพ ผ่านแยกผ่านฟ้าลีลาศเข้าถนนหลานหลวง ผ่าน 5 แยกยมราช เข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อถึงแยกราชเทวี ก็ส่งผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งไปยังเวทีปราศรัยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยระหว่างนั้นมีประชาชนสองข้างทางออกมาให้กำลังใจ ร่วมโบกธงชาติ เป่านกหวีด ตะโกนให้นายสุเทพ “สู้ๆ” จากนั้นขบวนนายสุเทพเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไทไปยังแยกปทุมวัน เพื่อส่งผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งที่เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน และนายสุเทพเดินต่อไปตามถนนพระรามที่ 1 เพื่อไป เวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ ซึ่งระหว่างทางหน้าห้าง สรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน มีประชาชน มอบเงินสนับสนุนกับนายสุเทพจำนวนมาก

“ม็อบ” คึกผูกเงินหย่อนให้ “เทือก”

นายสุเทพยังเดินขบวนอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์และสยามพารากอน ถนนพระรามที่ 1 โดยมีประชาชนมายืนรอเพื่อทักทายและให้กำลังใจพร้อมบริจาคเงินให้นายสุเทพเป็นจำนวนมาก ทำให้การเคลื่อนขบวนออกจากแต่ละจุดมีความล่าช้า โดยนายสุเทพทักทายประชาชนที่มาให้กำลังใจ ส่วนหนึ่งยืนอยู่บนสกายวอล์คและสะพานลอยสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางคนได้นำเงินผูกกับเชือกหย่อนลงมาด้านล่างให้กับนายสุเทพ และบางคนโยนเงินเป็นแบงก์และมีเงินใส่ซองโยนให้นายสุเทพด้วย ซึ่งแต่ละจุดที่เดินผ่านประชาชนตะโกนโห่ร้องให้นายสุเทพสู้ๆ “ยิ่งลักษณ์” ออกไป แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่ประชาชนก็ยังรอให้นายสุเทพเดินผ่าน ซึ่งหน้าอาคารธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ ถนนสุขุมวิท มีกลุ่มกบฏดอกไม้หรือกลุ่มคนเพศที่ 3 ตั้งเวทีเล็กปราศรัยโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนใหญ่แต่งกายในชุดนางงาม ทำให้บรรยากาศครึกครื้นมีผู้ชุมนุมขอถ่ายรูปจำนวนมาก

“เทือก” ปัดนายพล “อ.-ป.” หนุน กปปส.

นายสุเทพให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินขบวนว่า การชุมนุมหน้าสถานที่ราชการต่างๆ ว่าจะไม่มีการบุกรุกเข้าไปภายใน แต่จะล้อมอาคารอยู่ภายนอก และยืนยันว่า การชุมนุมครั้งนี้จะทำตามแนวทางที่จะขจัดระบอบทักษิณ เมื่อถามว่า การชุมนุมวันนี้มีกระแสข่าวลือว่ามีนายทหารกลุ่มหนึ่งเตรียมปฏิวัติรัฐประหารร่วมกับแกนนำ กปปส. นายสุเทพยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวนายทหาร อ.และ ป. สนับสนุน นายสุเทพถามกลับว่า นายทหารอยู่ตรงไหน ถ้ารู้ก็ให้บอกชื่อจริง ถือเป็นการพูดไปเรื่อย อย่าเอาอักษรย่อมาพูดกับตน และครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติโดยประชาชน และหากมีเหตุการณ์นองเลือดรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ เพราะเราชุมนุมมือเปล่า

แฉ “แจ๊ด” สั่งขนลูกน้องร่วมเสื้อขาว

เมื่อถามว่า เหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค. ที่มีการยิงปืนใส่ร้านกาแฟ ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพตอบว่า เป็นการลอบทำร้ายฝ่ายเดียวของสมุนรับใช้ระบอบทักษิณ ทำให้ประชาชนหวาดกลัว ไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้ ถ้ารัฐบาลยังทำร้ายประชาชนก็จะออกมาเพิ่มขึ้น เชื่อว่าการยิงใส่จุดดังกล่าวเป็นเพราะเขาคิดว่าตนเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และคนในพรรคมีส่วนร่วมกับการชุมนุม จึงยืนยันว่า ตนออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และการต่อสู้ครั้งนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่คงมีคนในพรรคที่มาให้กำลังใจบ้าง ส่วนการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก-รัฐมนตรี ไปใช้พื้นที่กระทรวงกลาโหมเพื่อทำงาน นั้น เห็นว่าวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีสถานภาพเป็นนายกฯแล้ว ไปที่ไหนมีแต่ประชาชนรังเกียจ และการที่กลุ่มคนเสื้อขาวออกมาจุดเทียนสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งนั้น เขามีสมุนบริวารที่พยายามต่อสู้ ทราบว่า ผู้ร่วมชุมนุมเสื้อขาวส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ถูก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูป-กระจ่าง ผบช.น. สั่งให้มา นอกจากนั้นคงยังมีคนที่ยังมีความหลงแบบไม่ลืมหูลืมตา

โยนหินใส่ม็อบแยกศาลาแดง

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่แยกศาลาแดง กลุ่ม กปปส. นำโดยนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.เดินทางมาปักหลักชุมนุมตามแผนชัตดาวน์กรุงเทพฯตั้งเวทีหน้าลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เปิดการปราศรัยโจมตีรัฐบาล โดยการ์ด กปปส.ปิดการจราจรทุกเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่แยกศาลาแดง ตั้งแต่แยกวิทยุ แยกศาลาแดง แยกอังรีดูนังต์ และแยกสามย่าน ทั้งขาเข้าและขาออก แต่เว้นช่องทางให้รถ ขสมก. รถพยาบาลสามารถสัญจรได้ตามปกติ กระทั้งเวลา 10.00 น. ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อพนักงานบริษัทที่อยู่บริเวณโดยรอบสีลมบางคนเกิดความไม่พอใจในการปิดการจราจรได้โยนก้อนหินขนาดเล็กจากบนตึกใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ จนกระทั่งแกนนำต้องประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมให้ระวังตัว

ขอบริจาคยางสร้างบังเกอร์

เวลา 16.00 น.วันที่ 13 ม.ค. ที่บริเวณแยกศาลาแดง ถนนสีลม กทม. บรรยากาศการชุมนุมของ กปปส. ยังคงมีประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมรับฟังการปราศรัยของแกนนำ กปปส. นักวิชาการ และนักธุรกิจ เน้นโจมตีการทำงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สลับกับการร้องเพลง โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมชุมนุมครั้งนี้ด้วย ส่วนการรักษาความปลอดภัยได้นำแผงเหล็กมากั้นปิดการจราจรถนนพระรามที่ 4 ตั้งแต่แยกวิทยุ แยกศาลาแดง แยกอังรีดูนังต์ แยกสามย่าน และแยกสารสิน ซึ่งบนเวทีประกาศรับบริจาคยางยนต์เก่าเป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาสร้างบังเกอร์ป้องกันห้ามรถผ่านโดยเด็ดขาด เว้นแต่รถพยาบาล และมีการจัดกำลังการ์ดประจำจุดป้องกันเหตุอาจจะเกิดขึ้นในยามค่ำคืน

ปทุมวันจัดลำตัด–งิ้วล้อการเมือง

ผู้สื่อข่ายรายงานว่า กลุ่ม กปปส.ที่เวทีแยกปทุมวัน ซึ่งเป็นบุคลากรของจุฬาลงกรณ์และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั่งปักหลักบนพื้นถนน ตั้งแต่หน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปถึงแยกสามย่าน ส่วนด้านหลังมีการตั้งจอโปรเจกเตอร์และแอลอีดียาวถึงเชิงสะพานหัวช้าง ส่วนบริเวณแยกราชเทวีใช้เป็นสถานที่จอดรถของกลุ่มผู้ชุมนุมจนต้องปิดการจราจรตลอดเส้นทาง ตั้งแต่แยกสามย่านถึงแยกราชเทวี สำหรับบนเวทีได้มีการจัดกิจกรรมบันเทิงผ่อนคลายผู้ชุมนุมที่นั่งตากแดดได้รับชมการเล่นลำตัดแซวการเมืองและร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติ ซึ่งในช่วงค่ำจะมีการเล่นงิ้วของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล้อการเมือง

แยกราชประสงค์แน่นเต็มพื้นที่

ส่วนที่บริเวณแยกราชประสงค์กลุ่ม กปปส.นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.ปชป.ได้เคลื่อนขบวนมาปิดแยกราชประสงค์เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมาโดยติดตั้งเวทีขนาดใหญ่ พร้อมกับปราศรัยเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีลาออก ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากร่วมรับฟัง โดยส่วนใหญ่ต่างพากันนำเต็นท์เครื่องนอนต่างๆมาปักหลักพักค้างแรมกันริมฟุต-ปาทตลอดทั้งสองข้างทางตั้งแต่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เกษรพลาซ่า ขณะที่ช่วงเช้ามีประชาชนจากต่างจังหวัด และ กทม.รวมทั้งพนักงานออฟฟิศถือธงชาติและนกหวีดเข้าร่วมชุมนุมกันจำนวนมากยาวเหยียดไปจนถึงแยกประตูน้ำ ขณะที่ห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่โดยรอบต่างพากันปิดตัวลงเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยนอกจากนี้บริเวณถนนเพลินจิต รถยนต์เคลื่อนตัวได้อย่างยากลำบาก ส่วนที่บริเวณสกายวอล์กผู้ชุมนุมต่างพากันปักหลักชุมนุมกันเต็มพื้นที่

ท้า ตร.จับล้มแท่งแบริเออร์

เวลา 16.30 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายชุมพล จุลใส เดินทางไปปิดทางเข้า-ออกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ ขณะที่กลุ่มแกนนำปราศรัยอยู่บนรถขยายเสียง มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดประตูรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติและล้มแท่งแบริเออร์ที่ขวางประตูออก ก่อนจะกลับไปรวมกลุ่มกับผู้ชุมนุมตามปกติ นายชุมพลกล่าวว่า การล้มแท่งแบริเออร์เป็นการแสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ต้องการให้มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน อยากให้ตำรวจหันกลับมาอยู่ข้างประชาชน ถ้าการกระทำครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับคนผิด ให้ดำเนินการออกหมายจับตนกับนายพุทธิพงษ์เท่านั้น กลุ่มผู้ชุมนุมคนอื่นไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว

“ชวน–มาร์ค” ขึ้นรถไฟฟ้าพบผู้ชุมนุม

ก่อนหน้านี้เวลา 09.40 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคบางส่วน ได้ร่วมกันเดินทางออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีอารีย์ เพื่อเดินทางตระเวนไปพบปะกับผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. ในทุกเวทีที่กระจายทั่ว กทม.โดยเริ่มจากเวทีปทุมวัน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้เดินบนทางเดินสกายวอล์กพบปะให้กำลังใจผู้เข้าร่วมชุมนุมจากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังเวทีราชประสงค์

จี้ ผบ.ตร.อย่าซุกใต้กระโปรง

ต่อมาเวลา 11.23 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายสุทัศน์ เงินหมื่น ได้เดินบนสกายวอล์ค มาที่เวทีราชประสงค์ พร้อมกับโบกมือให้กำลังใจประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ท่ามกลางเสียงนกหวีดดังอย่างกึกก้อง กระทั่งเวลา 11.25 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินเท้าจากแยกราชประสงค์ไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไปสมทบกับผู้ชุมนุมจากเวทีอโศก ที่เดินทางมารออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว โดยนายพุทธิพงษ์ ขึ้นเวทีประกาศท้าทาย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ให้ออกมาจับประชาชน อย่าซุกอยู่ใต้กระโปรง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่าทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ เพราะตำรวจดีๆ ยังมีอยู่มาก

ร้านค้าคึกคัก-ม็อบช็อปกระจาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมในช่วงบ่ายมีผู้ชุมนุมจำนวนมากจนแน่นสถานีรถไฟฟ้าสยาม ขณะที่ห้างร้านค้าในบริเวณแยกปทุมวัน อาทิ ห้างมาบุญครอง ห้างโตคิว และสยามดิสคัฟเวอร์รี่เปิดให้บริการตามปกติ โดยเฉพาะร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายเสื้อผ้า และของที่ระลึกที่พ่อค้า แม่ค้าหัวใส ได้สกรีนข้อความเกี่ยวกับการชุมนุมในวันชัตดาวน์กรุงเทพฯ ที่ขายในห้างสรรพสินค้าได้ รับสนใจจากผู้ชุมนุมจำนวนมาก เช่นเดียวกับห้องสุขาที่เปิดให้บริการฟรีจนห้างโตคิวต้องส่งพนักงานมาประชาสัมพันธ์ให้กระจายขึ้นไปใช้บริการที่ชั้นอื่นๆได้อีก เพราะห้องสุขาทั้งชายและหญิงที่ชั้น 1 มีผู้ชุมนุมใช้บริการจำนวนมาก ขณะที่ห้องน้ำในห้างมาบุญครอง ซึ่งปกติเก็บค่าใช้บริการคนละ 2 บาท แต่วันนี้เปิดให้บริการฟรี ซึ่งผู้ชุมนุมต่างสลับกันเข้าไปใช้บริการจำนวนมากเพราะลุกจากที่นั่งก็จะเสียที่นั่งใกล้เวที

กปปส.ปิด 5 แยกลาดพร้าว

ส่วนบริเวณแยกลาดพร้าว ด้านหน้าธนาคาร ทหารไทย สำนักงานใหญ่ตรงข้ามสวนจตุจักร นำโดยนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ได้ทยอยปักหลักตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 12 ม.ค. และตั้งเวทีตั้งแต่ช่วงกลางดึกโดยมีมวลชนจากภาคเหนือและอีสานทยอยมาสมทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้แผงเหล็กมาปิดถนนใต้สะพานแยกลาดพร้าวโดยรอบ ไม่ให้รถวิ่งผ่านเข้าถนนพหลโยธิน จนทำให้เกิดความโกลาหล เนื่องจากรถเมล์ที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิตไม่สามารถผ่านได้ ผู้โดยสารต้องลงใต้สะพานลอยลาดพร้าวแล้วเดินไปสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสระยะทางกว่า 1 กม. ทำให้ชาวบ้านบ่นอุบไปตามๆกัน ขณะที่รถ ขสมก.ที่วิ่งจากสะพานควายมาได้แค่ด้านหน้าธนาคารทหารไทย แล้วยูเทิร์นรถกลับให้ผู้โดยสารลงเดิน

นายอิสสระได้ชี้ถึงความจำเป็นในการปิดห้าแยกลาดพร้าวและขอโทษประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวก ขอให้อดทนไปสักระยะเพื่อเป้าหมายโค่นระบอบ ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ

ฝ่ายหนุนปลัด สธ.ตะเพิด “ชาญวิทย์”

เมื่อช่วงเช้า ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประชาคมสาธารณสุขประมาณ 100 คน มารวมตัวที่หน้าสำนักงานปลัดฯ จากนั้นผู้ชุมนุมบุกขึ้นไปบนห้องทำงานของ นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัด สธ. เพื่อปลดป้ายชื่อหน้าห้องทำงานออก พร้อมเป่านกหวีดขับไล่ นพ.ชาญวิทย์ ในจังหวะนั้น นพ.ชาญวิทย์เดินมาจะเข้าห้องทำงาน มีสีหน้าตกใจ แต่พยายามเข้าไปทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม แต่ไม่เป็นผล ต้องเลี่ยงไปเข้าห้องทำงานอีกด้านหนึ่งแทน หนึ่งในสมาชิกประชาคมสาธารณสุขกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องทำเนื่องจากไม่พอใจ นพ.ชาญวิทย์ ที่พูดทำนองว่า ประชาคมสาธารณสุขออกแถลงการณ์โดยไม่ใช่มติโดยรวมและ นพ.ชาญวิทย์ไม่อยู่เคียงข้าง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.จึงต้องการขับไล่ให้ออกไป

สำหรับที่ จ.ชลบุรี ที่หน้า รพ.ชลบุรี มีคณะแพทย์ พยาบาล พนักงาน ลูกจ้างชั่วคราว รพ.ชลบุรี จำนวนมาก นำโดย นพ.อัษฎา ตียพันธ์ ผอ.รพ.ชลบุรี เดินขบวนถือธงชาติ ป้ายติดข้างรถยนต์ความว่า ประชาคมสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีสนับสนุนปลัดกระทรวงสาธารณสุข เคลื่อนขบวนรณรงค์รอบตัวเมืองชลบุรี เพื่อรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว

5 องค์กรแพทย์ขู่ยกระดับกดดัน “ปู”

เวลา 08.30 น. ที่บริเวณหน้าอาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข มีบุคลากรทางการแพทย์ 5 เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย ประมาณ 1,000 คน ประกอบด้วย เครือข่ายคนรักประเทศไทย คนรักสุขภาพ สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย สุขภาพแห่งชาติ และคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง โดยมีบรรดาแพทย์อาวุโสและแพทย์ในแวดวงสาธารณสุข อาทิ นพ.มรกต กรเกษม อดีต รมช.สาธารณสุข นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้รวมตัวกัน แล้วเดินทางไปสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระ มหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ภายในกระทรวง และได้อ่านแถลงการณ์ให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งรักษาการ หากยังเพิกเฉยจะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยวิธีสันติวิธีทุกวิถีทาง พร้อมได้ส่งตัวแทนไปวางพวงหรีดดำใจความว่า แด่รัฐบาล รมว.สาธารณสุข และลิ่วล้อระบอบทักษิณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานปลัด สธ.

สาธารณสุขเข้าร่วมม็อบลาดพร้าว

จากนั้นเวลา 14.00 น. ได้จัดขบวน 5 เครือข่าย ร่วมปฏิรูปประเทศไทย พร้อมประชาคมสาธารณสุข นำโดย นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตปลัด และอดีต รมว. สาธารณสุข ได้เคลื่อนขบวนออกจากกระทรวงสาธารณ– สุข มายังห้าแยกลาดพร้าว โดยมีรถบรรทุกนกหวีดยักษ์ขนาดประมาณ 3 เมตรนำขบวน มีตัวแทนร่วม อ่านแถลงการณ์ และมอบนกหวีดยักษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวของพลเมืองด้วยสันติวิธีให้แก่แกนนำ ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว

ตื่นประทัดยักษ์ดังในสวนจตุจักร

ก่อนหน้านี้เวลา 13.30 น. มีเสียงดังคล้ายประทัดยักษ์ดังขึ้น 4 ครั้ง ภายในสวนจตุจักร ฝั่งใกล้ สวนรถไฟ หลังทีมการ์ดบนเวทีได้รับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.กล่าวว่า เบื้องต้นยังได้ให้การ์ดเข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่พบอะไร ซึ่งจุดที่มีการอ้างว่าได้ยินเสียงคล้ายประทัดยักษ์ เป็นพื้นที่กว้างและโล่ง จึงไม่ทราบว่าเป็นจุดไหน อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้ผู้ชุมนุมช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติขอให้รีบแจ้งการ์ดที่อยู่ใกล้เคียงทันที เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม เพราะเกรงว่าอาจมีผู้ไม่ประสงค์ลอบขึ้นไปสร้างสถานการณ์บนคอนโดมิเนียมใกล้พื้นที่ชุมนุม จึงส่งการ์ดเข้าไปตรวจสอบแล้ว และจะนำการ์ดไปตรวจสอบสะพานลอยข้ามแยกลาดพร้าวด้านถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก ที่เป็นจุดเสี่ยงอีกจุดหนึ่ง

ล็อกกุญแจปิดกระทรวงแรงงาน

เวลา 10.50 น. นายสุชาติ ศรีสังข์ อดีตส.ส.มหาสารคาม นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.นำมวลชนเคลื่อนขบวนจากแยกลาดพร้าวมาถึงกระทรวงแรงงานและใช้โซ่คล้องกุญแจล็อกปิดประตูทางเข้าออกประตู 1-2 จากนั้นนำรถสิบล้อจอดขวางหน้าประตู 3 เรียกร้องให้ข้าราชการหยุดทำงานรับใช้รัฐบาล หยุดทำตามคำสั่ง ร.ต.อ.เฉลิม โดยนายสุวิทย์ สุมาลา รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ออกมาเจรจากว่า 10 นาที ยืนยันว่าข้าราชการกระทรวงแรงงานเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำงานรับใช้ชาติและประชาชนต้องอยู่ดูแลทรัพย์สินทางราชการ ขณะที่นายสุชาติเรียกร้องให้ผู้บริหารและข้าราชการทุกระดับชั้นออกมาร่วมชุมนุมเหมือนข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เวลา 30 นาที ไปเก็บของออกจากกระทรวงก่อนจะใช้โซ่คล้องกุญแจล็อกปิดประตูของกระทรวงแรงงานทุกด้าน

“ตั๊น” นำมวลชนปิด 3 กระทรวง

ส่วนการเคลื่อนขบวนปิดล้อมกระทรวงต่างๆ เริ่มขึ้นเวลา 08.00 น. โดยผู้ชุมนุม กปปส.ประมาณ 200 คน นำโดย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำกลุ่ม กปปส.มาปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งฝั่งด้านถนนศรีอยุธยาและถนนพระราม 6 ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศปิดทางเข้าออกทั้งหมดไม่มีข้าราชการเดินทางมาทำงาน เช่นเดียวกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ปิดประตูทางเข้าออกโดยไม่มีข้าราชการเดินทางมาทำงาน ส่วนการจราจรถนนพระราม 6 ฝั่งกระทรวงวิทยาศาสตร์รถไม่สามารถวิ่งสัญจรได้ ขณะที่ฝั่ง รพ.รามาธิบดี ได้เปิดช่องทางไว้ให้ 2 ช่องทาง จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.10 น. น.ส.จิตภัสร์ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวน เพื่อไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกปทุมวัน

ปิดล้อม ก.วิทย์-อุตสาหกรรม

ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระราม 6 ตั้งแต่ช่วงเช้า น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร แกนนำ กปปส. นำกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งมาปิดประตูทางเข้ากระทรวงทุกประตูตั้งแต่ประตู 3 ด้านบริเวณถนนพระราม 6 และประตูด้านหน้าบริเวณถนนโยธี รวมถึงหน่วยงานรัฐบริเวณใกล้เคียง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้ข้าราชการเข้าไปทำงานได้ โดยที่ผู้ชุมนุมไม่ได้เข้าไปภายในกระทรวง แต่ยังมีข้าราชการบางคนที่มาก่อนผู้ชุมนุมมาปิดล้อม ได้เข้าไปทำงาน ทำให้บรรยากาศในกระทรวงค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากข้าราชการมาทำงานบางตา จนกระทั้งเวลาประมาณ 10.00 น. ผู้บริหารกระทรวงมีคำสั่ง อนุญาตให้ข้าราชการกลับบ้านได้ โดยเมื่อข้าราชการเดินออกมาที่ประตูเพื่อกลับบ้าน ปรากฏว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่นั่งอยู่บริเวณประตูได้ตบมือและเป่านกหวีดต้อนรับ

กระทรวงทรัพย์ถูกกระชับพื้นที่

ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มาทำงานบางตา โดยผู้บริหารกระทรวงอนุญาตให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กลับบ้านได้หลังเวลา 12.00 น. เป็นเวลาที่ผู้ชุมนุมกำลังเดินทางมาปิดกระทรวง ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งอยู่ย่านบางเขน ข้าราชการยังคงทำงานตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ประมาณ 100 คนมาเดินสวนสนามที่บริเวณลานวีรชนป่าไม้ เพื่อเตรียมปฏิญาณตนเนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ม.ค.นี้ เมื่อเสร็จภารกิจจะกลับสำนักจัดการป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ทันที โดยนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาต่อต้าน กปปส. เพราะหมดยุคแล้ว

ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทั้งที่ตั้งอยู่โบ๊เบ๊ และสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ผู้บริหาร พม. มีคำสั่งให้ปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.เป็นต้นไป ส่วนผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆให้ย้ายสถานที่ทำการไปยังสถานสงเคราะห์ต่างๆที่อยู่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สธ.ประชุมวอร์รูมชี้จังหวัดเสี่ยง

เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.กล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมคอนเฟอเรนท์กับผู้บริหาร สธ.และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในจังหวัดต่างๆว่า  หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้เตรียมพร้อมและทำงานในรูปแบบคณะกรรมการทำงานที่ชัดเจนและจากการติดตามสถานการณ์พบว่ามี 3 จังหวัดคือ บุรีรัมย์ พิษณุโลก และพระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่ายออกมาถือว่ามีความเสี่ยงทำให้ต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2556-13 ม.ค. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 286 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย รายล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 12 ม.ค. ที่ถนนแจ้งวัฒนะ มีชายอายุ 31 ปี ถูกยิงที่ลำคอด้านซ้ายถูกเส้นเลือดดำ ซึ่งนำส่งที่ รพ.พระมงกุฏวัฒนะขณะนี้ปลอดภัย

กระทรวงคลังสั่งปิดยาวถึง 14 ม.ค.

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้สั่งปิดกระทรวงการคลังเป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 14 ม.ค. และสั่งให้ข้าราชการเข้าทำงานในสถานที่ที่รองรับไว้ตามแผนปฏิบัติการ จากนั้นจะประเมินอีกครั้ง หากสถานการณ์ว่าดีขึ้นจะเปิดกระทรวงในวันที่ 15 ม.ค. “เมื่อวันที่ 13 ม.ค. กรมสรรพากรเปิดให้บริการตามปกติ เมื่อม็อบมาปิดล้อม ได้สั่งให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่ประมาณ 500 คน ออกจากที่ทำงาน หากยังปิดล้อมอยู่ ปิดน้ำปิดไฟอีกเหมือนเดิมจึงสั่งปิดกระทรวงในวันที่ 14 ม.ค.อีก”

นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้การบริการด้านภาษีของ 3 กรมภาษียังเหมือนเดิม ทำงานได้ตามปกติ เพราะเรายังมีสำนักงานพื้นที่และสำนักงานเขตทั่วประเทศให้บริการประชาชน

ก.พลังงาน-ปตท.ปิดยาวหลายวัน

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้ปิดทำการเพื่อป้องกันถูก กปปส.ปิดล้อม ซึ่งปิดประตูทางเข้าออก ไม่อนุญาตให้ข้าราชการเข้าไปภายใน ยกเว้นข้าราชการที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลกระทรวง โดยนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งให้ข้าราชการรับทราบล่วงหน้าถึงเรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.แล้ว

สำหรับที่อยู่ในอาคารเอ็นเนอร์ยี คอมเพล็กซ์ (เอ็นโก้) กระทรวงพลังงาน และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บริหารเอ็นโก้ได้ออกประกาศปิดตึกตั้งแต่วันที่ 13-17 ม.ค. เพื่อความปลอดภัยของข้าราชการและพนักงาน ส่วนผู้บริหารระดับอธิบดีได้ย้ายไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ บางส่วนอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้ ส่วนพนักงานในกลุ่ม ปตท. ส่วนหนึ่งทำงานที่บ้าน และอีกส่วนย้ายไปทำงานที่โรงงานในเครือ

วางระบบป้องกันระบบกดเอทีเอ็มล่ม

ทางด้านกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ผู้บริหารระดับสูงได้ย้ายที่ทำงานไปที่กรมอุตุนิยมวิทยา ย่านบางนา ส่วนข้าราชการในระดับอื่น ถ้าไม่สะดวกเดินทาง ให้ทำงานที่บ้านได้ ขณะที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ได้แจ้งให้พนักงานทุกระดับทราบว่าหากไม่มีงานเร่งด่วน เดินทางไม่สะดวก สามารถหยุดและนำงานไปทำที่บ้านได้ ส่วนงานที่ให้บริการประชาชนจะต้องให้บริการตามปกติ ยกเว้นศูนย์บริการในพื้นที่ชุมนุมให้ปิดทำการ

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ยังคงเปิดให้บริการระบบอินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง ส่วนนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที กล่าวว่า เราเตรียมแผนรองรับไว้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้บริการโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ตได้วางระบบสำรองเอาไว้แล้ว เพราะหากได้รับผลกระทบจะกระทบต่อบริการอื่นๆ เช่น ตู้เอทีเอ็ม

ม็อบ กปท.บุกยึด ปตท.–พลังงาน

เมื่อช่วงเย็น บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน กลุ่ม กปท.นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล ผู้ประสานงาน กปท.พร้อมมวลชนใช้คีมตัดเหล็กตัดกุญแจที่คล้องประตูเหล็ก ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในกระทรวงพลังงานและสำนักงานใหญ่ ปตท.โดยภายในมีทหารจาก ป.พัน 721 จ.ลพบุรี จำนวนหนึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ พร้อมแจ้งกับแกนนำ ขอให้ชุมนุมกันอย่างสงบด้านนอกอาคาร จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำดอกกุหลาบมอบให้ทหาร  ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นก่อนขอถ่ายรูปและหอมแก้ม ก่อนที่ผู้ชุมนุมปักหลักบริเวณสนามหญ้าหน้าอาคาร A อาคาร B พร้อมนำรถขยายเสียงเข้ามาปราศรัย โดยนพ.ระวีกล่าวว่า เข้ามาภายในกระทรวงพลังงานเพื่อชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา เรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงานของประเทศทั้งระบบ โดยจะใช้สนามหญ้าด้านหน้าอาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่และไม่มีการบุกรุกเข้าไปภายในอาคารอย่างเด็ดขาด

เสื้อขาวจุดเทียนหน้าราบ 11 รอ.

เวลา 18.10 น. ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) กลุ่มมวลชนที่ใช้ชื่อว่า “ยุติความรุนแรงหยุดทำร้ายประเทศไทย” จำนวนกว่าร้อยคน นำโดย น.ส.นัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ พร้อมผู้ไม่เห็นด้วยกับกลุ่ม กปปส.ร่วมกันสวมเสื้อขาวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านความรุนแรง ไม่เอารัฐประหาร และสนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยตัวแทนได้แจกจ่ายกระดาษให้เขียนข้อความขอร้องไม่ให้ทหารออกมารัฐประหาร ก่อนที่นำไปติดบริเวณกำแพง ร.11 รอ. และมอบดอกกุหลาบ เสื้อที่มีข้อความว่า makelove not war ให้กับ พ.ต.ชลอ แก้วสถิตย์ ตัวแทนของ ร.11 รอ. ที่ออกมารับ ก่อนจะรวมตัวจุดเทียนพร้อมตะโกนคำว่า “เอาเลือกตั้ง ไม่เอารัฐประหาร เอาเลือกตั้ง ไม่เอาเทือกตั้ง” ก่อนสลายตัวกลับ

การ์ด กปปส.ถูกยิงสาหัส

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 13 ม.ค. ร.ต.อ.วิทยา คงทอง พงส.สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุยิงผู้ชุมนุม กปปส.ขณะวางกระสอบทรายกั้นถนนแจ้งวัฒนะ ปากซอย 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.ท.สำอาง ขาวสะอาด สว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือด ทราบชื่อนายสำราญ จันทร์–ทองอ่อน อายุ 36 ปี อยู่เลขที่ 28/1 หมู่ 6 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ถูกยิงด้วยปืนลูกซองไม่ทราบขนาด หลังสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายสำราญมายืนอยู่ด้านหน้าแผงกั้นเพื่ออำนวยการจราจรให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ขณะนั้นมีรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาว ทะเบียน พพ 961 กรุงเทพมหานคร ขี่มาตามถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้ขับขี่จอดลงมาพูดคุยกับคนเจ็บ จากนั้นได้ยินเสียงปีนดังขึ้น 1 ครั้ง นายสำราญล้มลงกับพื้นส่วนผู้ก่อเหตุ ขึ้นรถ จยย.ขี่หนีมุ่งหน้าไปทางปากเกร็ด

ยิงถล่มร้านกาแฟหน้าพรรค ปชป.

เมื่อเวลา 02.30 น. พ.ต.ท.สมาน ครองสิน พงส.ผนพ.สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงใส่ร้านกาแฟ “A BIG SEAT” ตั้งอยู่ด้านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนในเขตพญาไท กทม. ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ พฐ. ตรวจสอบกระจกร้านกาแฟพบรอยกระสุนไม่ทราบชนิดกว่า 10 นัด กระจกแตกกระจายเกลื่อนเต็มพื้น เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดของพรรคประชาธิปัตย์ พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 02.12 น. พบรถต้องสงสัยคล้ายรถยนต์โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เทา ไม่ทราบทะเบียน มุ่งหน้าออกถนนพระราม 6 เมื่อผ่านหน้าพรรค คนร้ายชะลอรถและลดกระจกหลังลง ก่อนกราดยิงใส่เข้ามาที่ร้านกาแฟแล้วขับรถหลบหนีไป สอบสวนนายรังสรรค์ เรืองสมบูรณ์ รปภ.ประจำพรรคประชาธิปัตย์ ให้การว่า  ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนับสิบนัด เห็นรถเก๋งสีบรอนซ์เทาขับออกไป

“มาร์ค” จี้ ตร.เร่งสาง ปชป.ถูกยิงขู่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าตรวจสอบดูสภาพร้านกาแฟ “A BIG SEAT” หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกมือมืดใช้ปืนยิงเข้าใส่จนกระจกหน้าร้านแตกกระจาย ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพวงจรปิดที่บันทึกรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้ สาเหตุน่าจะต้องการข่มขู่ทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของตำรวจต้องคลี่คลายหาความจริงให้ได้โดยเร็ว ส่วนที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์จัดฉากในเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนอยากถามกลับไปว่าจัดฉากเพื่ออะไร เพราะพรรคไม่ได้ประโยชน์อะไร ขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจมีมากขึ้น

เหนือ–อีสานร่วมม็อบแจ้งวัฒนะ

เวลา 10.30 น. บรรยากาศการชุมนุมหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มวลชนต่างทยอยเดินทางเข้าสมทบอย่างต่อเนื่องส่วนใหญ่มาจาก จ.เพชรบุรี นนทบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ จันทบุรี สมุทรสงคราม โคราช และสระบุรี ขณะที่บนเวทีมีแกนนำย่อยและแกนนำจากหลายจังหวัดในภาคกลางขึ้นปราศรัย เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการโจมตีการทำงานของรัฐบาล และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ ที่ไม่ยอมลาออก

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำ กปปส. กล่าวว่าในพื้นที่จะมีนายราเชนทร์ ตระกูลเวียง แกนนำกปปส.นนทบุรี รับผิดชอบ โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตรวจตราผู้เข้าออกพื้นที่ รวมถึงยานพาหนะทุกคัน ป้องกันกลุ่มมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาก่อเหตุป่วนได้

ดีเอสไอเรียก 55 แกนนำรับข้อหา

เมื่อเวลา 13.30 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีพิเศษที่ 226/2556 เผยว่า ตนลงนามหมายเรียกผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำแถวที่ 1, 2 และ 3 ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ตามคำสั่งของศาลอาญาที่ให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาอีกครั้ง กำหนดวันให้ไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาไว้ 3 วันคือวันที่ 22, 23 และ 24 ม.ค.2557 ณ ห้องประชุมกรมราชทัณฑ์ ท่าน้ำนนท์ ซึ่งเป็นที่ทำการพนักงานสอบสวนชั่วคราว โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกบฏฯ ตามมาตรา 113,114 ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ตามมาตรา 116 และร่วมกันก่อเหตุวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งสิ้น 55 คน ส่วนการทำงานของดีเอสไอหลังผู้ชุมนุมมาปักหลักที่ศูนย์ราชการ ได้ย้ายสำนักงานไปตั้งชั่วคราวที่อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้างานต้องมาทำงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับรองลงมาให้มาเท่าที่จำเป็น ส่วนที่เหลือให้เตรียมความพร้อม ส่วนของการดูแลอาคารดีเอสไอได้ปิดล็อกทั้งหมดพร้อมขนย้ายอาวุธ เอกสารสำคัญ และเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ออกมาทั้งหมด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลสถานที่

คปท.นิ่งปักหลักรอดูท่าที

ด้านบรรยากาศของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐตลอดทั้งวันไม่มีท่าทีของการเคลื่อนไหว แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมอย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมวลชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักศึกษาและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง มาให้กำลังใจกับกลุ่ม คปท. ที่เวทีปราศรัยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า คปท.จะไม่การเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้นจนกว่าจะถึงวันที่ 15 ม.ค. ซึ่งเป็นกำหนดเส้นตายให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลาออกหากพ้นวันที่ 15 ม.ค. แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง แกนนำกลุ่มจะหารือถึงแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป

ภาคใต้พรึบเปิดเวทีคู่ขนาน กทม.

ด้านความเคลื่อนไหวของมวลชนที่เคลื่อนไหวคู่ขนานเวที กปปส.ที่ชัตดาวน์กรุงเทพฯวันที่ 13 ม.ค. เมื่อเวลาเช้า วันเดียวกัน มีประชาชนจำนวนมากร่วมตัวที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมกับ กปปส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี  แล้วเดินขบวนไปรอบเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เพื่อปิดหน่วยงานราชการต่างๆทั่วตัวเมือง ขณะที่ จ.ตรัง มีผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง แล้วเดินทางไปบ้านพัก ผวจ.ตรัง โดยนายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง ออกมาพบผู้ชุมนุมพร้อมยืนยันจะสั่งให้ข้าราชการทั่ว 10 อำเภอยุติปฏิบัติงานชั่วคราว ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจ กลับไปชุมนุมต่อที่ศาลากลาง ส่วนที่ จ.ภูเก็ต บริเวณหน้าศาลากลาง จังหวัด มีผู้สวมเสื้อข้อความขับไล่ระบอบทักษิณ-ปฏิรูปนับพันคนมารวมตัวกัน ก่อนเปิดประตูศาลากลางพร้อมแสดงสัญลักษณ์เป่านกหวีด ชูธงชาติ โดย ผวจ.ภูเก็ต ได้สั่งให้หน่วยงานรัฐที่มีสำนักงานอยู่ภายในศาลากลางหยุดทำการ 1 วัน ขณะเดียวกัน มี จนท.สาธารณสุข จ.ภูเก็ต ออกมารวมตัวอ่านแถลงการณ์สนับสนุนนโยบาย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้ปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง

หมอพัทลุงร่วมขย่มรัฐบาล

สำหรับที่ จ.พัทลุง มีกลุ่ม กปปส.จังหวัดพัทลุง เปิดเวทีที่บริเวณสนามศาลากลางจังหวัด มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรของรพ.พัทลุงมาร่วม นพ.เดชา สุขนวน ตัวแทน รพ.พัทลุง ในฐานะเครือข่ายของประชาคมสาธารณสุข ได้อ่านแถลงการณ์ว่าจะไม่รับฟังคำสั่งใดๆของรัฐบาลนี้ แต่ขอรับฟังคำสั่งของปลัดสาธารณสุขเท่านั้น ทั้งนี้กปปส.จังหวัดพัทลุงขู่จะปิดถนนสายเอเชียขาขึ้นและขาล่องชนิดถาวร หากนายกฯไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งรักษาการ ส่วน จ.สงขลา กปปส.จังหวัดสงขลาเดินขบวนรอบตัวเมืองเทศบาลนครสงขลา ได้รับความร่วมมือจากเทศบาลนครสงขลา ที่ว่าการอำเภอสงขลา และโรงเรียนกว่า 10 โรง ที่หยุดราชการและหยุดเรียน 1 วัน เช่นเดียวกับที่ กปปส.จังหวัดพังงา เดินขบวนรอบเขตเทศบาลเมืองพังงาแล้วไปรวมตัวที่เวทีที่หน้าศาลากลางจังหวัด โดยไม่มีข้าราชการเดินทางเข้ามาทำงาน ขณะที่ กปปส.จังหวัดสตูลเดินขบวนสถานที่ราชการในเขตเทศบาล ต.คลองขุด อ.เมือง เพื่อรณรงค์ให้ ขรก.หยุดงาน และไปรวมตัวชุมนุมต่อที่เวทีหน้าศาลากลาง ขณะที่ กปปส.เบตง มีชาว อ.เบตง อ.ธารโต จ.ยะลา มารวมตัวที่หน้าศาลาประชาคมเทศบาลเมืองเบตง ก่อนเคลื่อนขบวนไปรอบตัวเมือง และชุมนุมต่อที่เวทีหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง

คนไทยในสหรัฐฯแจมปิดกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา น.ส.สุทธิวรรณ ตัญญพงศ์ปรัชญ์ ผู้สื่อข่าวนสพ.ไทยรัฐ รายงานว่า มีกลุ่มคนไทยในนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงนับร้อยมีสัญลักษณ์ธงชาติและนกหวีดติดตัว นำโดย น.ส.ไพลิน คำศิริ รวมตัวที่บริเวณถนนไทม์สแควร์ตัดกับถนนบรอดเวย์ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง โดยชูธงชาติไทยผืนใหญ่ ชูป้ายข้อความภาษาไทยและอังกฤษสนับสนุนให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งพร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก

คนไทยซิดนีย์นัดชัตดาวน์

ในส่วนความเคลื่อนไหวของคนไทยในต่างแดน วันเดียวกันนี้ ที่ Belmore Park ย่าน Thai town มหานครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายณัฐพันธ์ ตรีเมฆ และนายประสิทธิ์ นิเวศน์ทอง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำประเทศออสเตรเลีย รายงานว่า กลุ่ม กปปส.ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  นำโดยนายบัญชา  มูลสุวรรณ แกนนำกลุ่ม นายสุรนาถ พัฒนเจริญ ที่ปรึกษาอาวุโส นายสัจจา ตันศิริ ที่ปรึกษา นายชัยเดช ณ ลำปาง ผู้ประสานงาน  และนายวีรพันธ์ วิบูลย์พันธุ์ ผู้ประสานงานกิจกรรม จัดเวทีปราศรัยและแถลงการณ์สนับสนุนการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง โดยจัดพร้อมกับ กปปส.ที่เมืองไทย นัดชัตดาวน์ กรุงเทพฯในวันและเวลาเดียวกัน มีคนไทยและต่างชาติร่วมฟังการปราศรัยกว่า 1 พันคน นายวีรพันธ์กล่าวว่า การปราศรัยครั้งนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นด้านการเมืองจากคนไทยในซิดนีย์ เพื่อต้องการให้ทุกคนเข้าใจ ว่าทำไมถึงต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จึงเชิญผู้ที่มีความรู้มาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพราะหากไม่มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม ในฐานะคนไทยและรักเมืองไทยจึงออกมาสนับสนุนเป็นกำลังใจให้ กปปส.ปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ

ร่วมต้านรัฐประหาร–หนุนเลือกตั้ง

สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่มสนับสนุนเปิดประเทศ ต้านรัฐประหาร สนับสนุนการเลือกตั้ง ค้านปิดกรุงเทพฯ เช้าวันเดียว ที่สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมรักอุดร นัดรวมพลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกฯจำนวนมาก ขี่ จยย.นับร้อยคัน สามล้อเครื่องนับร้อย เคลื่อนไปตามถนนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี รณรงค์ต่อต้านรัฐประหารและสนับสนุนการเลือกตั้ง ส่วนที่ จ.นคร-ราชสีมา มีมวลชนนักเรียน นักศึกษา กลุ่มคนเสื้อแดง นปช. จังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายอนุวัฒน์ ทินราช ประธาน นปช.ภาคอีสาน รวมตัวกันที่หน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ริมถนนมิตรภาพ ตั้งขบวนเคลื่อนไปที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี รวมกันปล่อยลูกโป่งนับพันลูก มีทั้งสีขาว สีแดง สีเขียว ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด ร.ท.ประไพ ฮวดศรี ประธานคนเสื้อแดง จ.ร้อยเอ็ด นำคนเสื้อแดงไปมอบกุญแจเปิดประเทศไทยให้ ผวจ. ร้อยเอ็ด ก่อนเคลื่อนขบวนรณรงค์ในตัวเมือง เช่นเดียว กับที่ จ.สกลนคร จ.อุบลราชธานี จ.นครพนม จ.มหาสารคาม จ.เลย ได้มีมวลชนออกมาเคลื่อนไหวต้านรัฐประหารและสนับสนุนการเลือกตั้ง

ชาวขอนแก่นจุดตะไลไล่ฝ่ายตรงข้าม

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น กลุ่มคนเสื้อแดงชาวขอนแก่นจำนวนมาก นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะแกนนำ นปช. พร้อมผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบบเขตใน จ.ขอนแก่น และระบบบัญชีรายชื่อ ได้ตั้งขบวนเคลื่อนไปตามถนนในตัวเมือง เพื่อรณรงค์สนับสนุนการเลือกตั้งและต่อต้านการปิดกรุงเทพฯของ กปปส. เมื่อเดินมาถึงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองได้เข้าไปสักการะ จากนั้นได้ร่วมปล่อยลูกโป่งสีขาว แดง น้ำเงิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร สนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมมีการจุดพลุ ตะไล แสดงออกถึงการขับไล่แกนนำ กปปส. ต่อมาขบวนได้เคลื่อนมุ่งหน้าไปที่เวทีปราศรัยหน้าศาลากลางจังหวัด

แดงเชียงใหม่รณรงค์เปิดประเทศ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ 4 ประตูเมืองของ จ.เชียงใหม่ คือประตูท่าแพ ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนดอก และประตูช้างเผือก มีคนเสื้อแดงจำนวนมากจาก จ.เชียงใหม่ และลำพูน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และยังมีผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้เคลื่อนออกจากจุดดังกล่าวไปที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อทำพิธีบวงสรวง จากนั้นได้เดินรณรงค์เชิญชวนชาวเชียงใหม่ให้ไปเลือกตั้งและรวมพลังต่อต้านรัฐประหาร ไปสิ้นสุดที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยเพื่อร่วมกันเปิดประเทศ ค้านปิดกรุงเทพฯ

เมืองกล้วยไข่ “แคน” ปะทะ “นกหวีด”

ขณะที่ จ.พิษณุโลก มีกลุ่มคนรักประชาธิปไตยนับร้อยรวมตัวกันที่สนามกีฬากลางจังหวัด ก่อนเคลื่อนขบวนไปรอบเมืองพิษณุโลก รณรงค์ให้มีการเลือกตั้งและในช่วงเย็น ที่เวทีสวนชมน่าน ริมถนนพุทธบูชา ได้ร่วมจุดเทียนส่องแสง ไม่ส่งเสียง เพื่อต่อต้านรัฐประหารและความรุนแรง เช่นเดียวกันใน จ.ลำปาง มี นปช.ลำปาง ใน จ.อุตรดิตถ์ มี นปช.อุตรดิตถ์ ที่เคลื่อนไหวรณรงค์ในเรื่องเดียวกันในเขตเทศบาลตัวจังหวัด สำหรับที่ จ.กำแพงเพชร ที่บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง มีประชาชนมารวมกลุ่มกันนับพันถือป้ายข้อความต่อต้านเผด็จการ ต้องการเลือกตั้ง จากนั้นแสดงสัญลักษณ์จุดเทียนสีขาวแสดงความมีสันติภาพและเดินเท้าไปตามถนนรอบเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร มีรถแคนวงรถติดเครื่องขยายเสียงนำ พอมาถึงหน้าตลาดสดศูนย์การค้าในจังหวัด ได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาเป่านกหวีดใส่ ในที่สุดต่างฝ่ายต่างตะโกนด่าทอใส่กัน โดยไม่มีตำรวจ มาดูแล ในที่สุดแยกย้ายกันไปโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

โชว์สีขาวสัญลักษณ์ต้านรุนแรง

ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ ที่ศาลากลางหลังเก่า มีประชาชนจำนวนมากสวมเสื้อและถือลูกโป่งสีขาว พร้อมยื่นแถลงการณ์ถึง ผวจ.นครสวรรค์ เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง ก่อนเคลื่อนขบวนไปในตัวเมืองปราศรัยไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ ทางด้าน จ.สมุทรสาคร บริเวณศาลากลางจังหวัด เครือข่ายกลุ่มสมุทรสาครต่อต้านความรุนแรงนับพันคน นำโดยนายอภิชิต ประสพรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ร่วมกันเดินไปที่บริเวณวงเวียนน้ำพุ เทศบาลนครสมุทรสาคร เพื่อรณรงค์สนับสนุนการเลือกตั้ง ต้านรัฐประหาร หยุดสร้างเงื่อนไขสู่ความรุนแรงทุกรูปแบบจากทุกสีทุกฝ่าย โดยมีการปล่อยลูกโป่งสีขาวเป็นสัญลักษณ์ เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มพลังมวลชนชาวปากน้ำจำนวนหนึ่งสวมชุดขาว เดินรณรงค์สนับสนุนการเลือกตั้ง

“จรัมพร” ยันตลาดหุ้นเปิดตามปกติ

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวภายหลังการหารือผู้บริหาร ตลาดหลักทรัพย์ว่า ตลาดหลักทรัพย์ยังยืนยันที่จะเปิดทำการตามปกติทุกวัน แม้จะมีการชัตดาวน์กรุงเทพฯของผู้ชุมนุม โดยได้มีการรายงานสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่ให้บริการ ยังคงดำเนินการตามปกติเพื่อให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ การส่งคำสั่งซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ต่างๆ ก็ยังเป็นไปตามปกติ ยังไม่ได้มีการรายงานปัญหาเข้ามา

ส่วนที่กลุ่ม คปท.จะมาปิดล้อมตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 15 ม.ค.นั้น นายจรัมพรกล่าวว่า ยังไม่มีความกังวล แต่คงต้องติดตามประเมินสถานการณ์วันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตลาดได้มีการเตรียมมาตรการต่างๆรับมือหากมีผู้ชุมนุมมาปิดล้อม เพื่อให้ระบบการซื้อขายยังสามารถทำการซื้อขายได้ตามปกติ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ได้เตรียมแผนภาวะฉุกเฉิน โดยให้ทีม Business Continuity Plan (BCP) หรือแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินงานต่อเนื่องในช่วงวิกฤติ

กองทัพธรรมยึดสะพานพระราม 8

เวลา 09.00 น.  ผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) และกองทัพธรรม ที่บริเวณถนนราชดำเนิน ได้ทยอยเดินทางปิดการจราจรบนสะพานพระราม 8 หลังจากที่ปิดบริเวณ ถ.วิสุทธิกษัตริย์ด้านล่างสะพานพระราม 8 ตั้งแต่บริเวณแยกวิสุทธิกษัตริย์ ไปจนถึงแยก จปร. ทำให้การจราจรสำหรับรถที่จะเดินทางข้ามสะพานพระราม 8 ทั้งขาเข้าและขาออก ไม่สามารถสัญจรได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนในการชัตดาวน์กรุงเทพมหานคร ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ประกาศไว้ในการปฏิรูปประเทศก่อนหน้านี้ จากนั้นได้มีการตั้งเวทีปราศรัยและจัดตั้งโรงครัว หลังจากมีมวลชนทยอยเข้าสมทบอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

กองทัพธรรม–กปท.จ่อค้างคืนพระราม 8

เมื่อเวลา 17.00 น. มวลชนของกองทัพธรรมได้เคลื่อนพลมาสมทบกับกลุ่ม กปท.บนสะพานพระราม 8 พร้อมนำสุขาสำเร็จรูปจำนวน 8 ห้อง มาติดตั้งให้บริการผู้ชุมนุมตรงจุดนี้กว่า 800 คน บรรยากาศด้านบนสะพานถูกปิดตายทั้งขาเข้า-ขาออก รถของประชาชนไม่สามารถสัญจรได้ และมีท่าทีว่าผู้ชุมนุมจะปักหลักค้างคืน เนื่องจากมีการจับจองพื้นที่ทั้งบนผิวการจราจรและบริเวณระเบียงทางเดินริมสะพานทั้ง 2 ฝั่งกางเต็นท์ไว้เตรียมพักผ่อน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาจากกลุ่มการ์ดอาสา ทั้งยังมีการนำเครื่องบินบังคับ 4 ใบพัด ติดกล้อง CCTV มาบินสังเกตการณ์ดูความเคลื่อนไหวของพวกมือที่สามที่อาจรุกล้ำเข้ามาสร้างความปั่นป่วนอีกด้วย

คุมเข้มเวทีศูนย์ราชการหวั่นมือที่สาม

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่เวทีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. แจ้งวัฒนะทยอยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีแกนนำขึ้นปราศรัย อ่านกลอน ร้องเพลงโดยการ์ด กปปส.ปิด สะพานข้ามถนนวิภาวดีมุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะใช้เป็นที่จอดรถของกลุ่มผู้ชุมนุม บนเวทีมีการประกาศเตือนผู้ชุมนุมให้ระวังกลุ่มเด็กแว้นย่าน จ.นนทบุรีที่จะเข้ามาก่อกวน อาจทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไป การ์ด กปปส.วางกำลังคุมทุกจุดเข้าออกและหลังเวทีที่มีแกนนำอยู่ โดยมีรถพยาบาลจอดเตรียมพร้อมอยู่ด้านข้างเวที ระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมนั่งฟังแกนนำปราศรัยมีเฮลิคอปเตอร์ตำรวจบินวนไปมา และมีทหารสวมเครื่อง แบบเข้ามาเก็บภาพ และแจ้งกับผู้ชุมนุมว่า จะนำรถพยาบาลของทหารมาจอดเตรียมพร้อมไว้ที่แยกถนนแจ้งวัฒนะตัดถนนวิภาวดี สถานการณ์จุดนี้ยังเฝ้าระวังการเข้ามาก่อเหตุของมือที่สามอย่างเต็มที่

ประกาศิตปิดกรุงจนกว่าจะชนะ

กระทั่งเวลา 17.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ เดินทางถึงเวทีปราศรัยแยกอโศก พร้อมขึ้นกล่าวทักทายผู้ชุมนุมและปราศรัยว่า มีคนจำนวนมากออกมาร่วมปิด กทม. เพื่อให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ออกไปให้พ้นจากประเทศไทย และเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.56 ที่มีการปิดแยกครึ่งวัน แต่วันนี้ปิดทั้งวันเพื่อให้รู้ผลแพ้ชนะ สู้จนจบเกม ไม่มีการกลับบ้าน และจะสู้ถึงวันสุดท้าย ถ้าแพ้ก็เดินเข้าคุก และเตรียมใจเป็นขี้ข้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯทั้งชาติ แต่ถ้าชนะจะเดินกลับบ้านอย่างเสรีชน

ยกสุดท้ายต้องเทหมดหน้าตัก

“วันนี้เป็นยกสุดท้ายต้องทุ่มเทให้ถึงที่สุด ให้โลกจารึกไว้ว่าคือหัวใจของคนไทย สู้ครั้งนี้เพื่อเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพื่อให้วันข้างหน้าไม่มีนัก การเมือง พรรคการเมือง และรัฐบาลที่เลว ทั้งนี้รัฐบาลสบประมาทการชุมนุมของประชาชนว่าไม่กี่วันก็กลับบ้านแล้ว ครั้งนี้เราจะสู้ให้ถึงที่สุด ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยคิดถึงเรื่องอุดมการณ์ เห็นประเทศ เป็นของเล่น เห็นประชาชนเป็นเครื่องจักรเครื่องมือนับถือเงินเป็นใหญ่ ไม่เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์” นายสุเทพกล่าว

กร้าวไม่เจรจากับใครทั้งสิ้น

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ส่วนการที่มีการระบุว่าจะมีการนำคนกลางมาเจรจากับตนเพื่อให้ยุติการชุมนุม เพราะตนเป็นแกนนำ ต้องบอกว่าเข้าใจผิด หากไม่มีตนก็จะมีคนอื่นมาเป็นแกนนำ แต่ที่ประชาชนออกมาเพราะทนไม่ไหวแล้ว อย่ามาคาดคั้นต่อรอง แต่ขอให้ต่อรองกับประชาชน วันนี้ไม่มีการไกล่เกลี่ย หรือประนีประนอม ไม่เจรจากับใครทั้งสิ้น การที่ขอให้วินวิน ก็ยืนยันว่าต้องมีวินฝ่ายเดียวไม่มีวินวิน2 ฝ่าย ขอปฏิญาณว่าตนและแกนนำ กปปส.จะต่อสู้กับพี่น้องจนวันสุดท้าย

ฮึดเตรียมบุกกรมศุลกากร 14 ม.ค.

เมื่อเวลา 19.30 น. การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.บริเวณแยกศาลาแดง ถนนสีลม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ แกนนำ กปปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ตอนนี้ มีกระบวนการก่อกวนระบบการสื่อสารของเวทีชัตดาวน์ทั้ง 7 เวทีเพื่อปิดหูปิดตาประชาชน เพราะรัฐบาลรู้ว่ามีแรงศรัทธามวลมหาประชาชนนำไปสู่ชัยชนะของรัฐบาลสู่ความล้มเหลวในสายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้มีมวลมหาประชาชนออกมา ร่วมขับไล่รัฐบาลอย่างล้นหลามทั้งต่างจังหวัดแม้จะมีการสกัดกั้นตามจุดต่างๆยังไม่สามารถหยุดยั้งได้

ด้านนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ตัวแทนนักธุรกิจย่านสีลม กล่าวว่า คืนนี้สั่งการ์ด กปปส.ดูแลควบคุมตรวจเข้มงวดผู้มาร่วมชุมนุมเป็นพิเศษ เพราะมีข่าวว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาก่อความวุ่นวายพื้นที่ชุมนุมสวนลุมพินี จึงอยากให้มวลชนพักผ่อนเก็บแรงให้มากในเวลา 07.00 น. วันที่ 14 ม.ค.นี้ นัดหมายกันที่ลาน ร.6 สวนลุมพินี เพื่อเคลื่อนขบวนไปปิดล้อมกรมศุลกากร เขตคลองเตย เพราะได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังจะมาประชุมที่กรมศุลกากร

รพ.ตร.เตือนนกหวีดป่วนคนไข้

พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.กล่าวว่า สั่งการให้สำรองกระแสไฟฟ้าและน้ำประปาไว้เพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วยเป็นเวลา 7 วัน หากถูกตัดน้ำตัดไฟ ซึ่งในโรงพยาบาลตำรวจมีคนไข้ในกว่า 500 เตียง หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถรองรับได้ 200 เตียง ส่วนห้องไอซียูมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเต็มทุกเตียง นอกจากนี้ ยังสำรองเลือดและเวชภัณฑ์ไว้ ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้หันลำโพงไปทิศทางด้านอื่น และขอร้องอย่าเป่านกหวีดใกล้อาคารผู้ป่วย ซึ่งโรงพยาบาลตำรวจได้เปิดจุดรับผู้บาดเจ็บบริเวณราชประสงค์กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย

“อดุลย์” ให้กำลังใจตำรวจดูแล สตช.

เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ สตช. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เดินทางมาตรวจเยี่ยมและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์วันต่อวัน จุดที่น่าเป็นห่วงคือ บริเวณหลักสี่ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดเส้นทางสัญจรของประชาชน กลัวว่าจะมีการกระทบกระทั่งกัน ส่วนปัญหาการจราจรประชาชนอาจได้รับ ผลกระทบบ้าง แต่ประชาชนมีการเตรียมตัวล่วงหน้า จึงสามารถปรับตัวได้ทำให้การจราจรติดขัดไม่มากนัก

14 ม.ค. 2557 07:30 ไทยรัฐ