วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุญญากาศถึง 'หลุมดำ'

ยิ่งลักษณ์

2 สัปดาห์เลย ว่ากันตามอารมณ์ขี้ตกใจตามสไตล์ฝรั่ง ล่าสุดสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ออกประกาศคำแนะนำไว้บนเว็บไซต์ ให้กักตุนอาหาร น้ำ และยาไว้ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับ 2 สัปดาห์ และเตรียมเงินสดในมือให้พอใช้สำหรับ 1 สัปดาห์

ชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

นั่นก็หมายถึงว่า “ข่าวกรอง” สหรัฐฯ ประเมินสถานการณ์ “ชัตดาวน์แบงค็อก” ของ “ม็อบกำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะ “ยืดเยื้อ” ลากยาวไป ไม่ได้จบภายใน 1–2 วัน

ท่ามกลางกระแส “ปฏิวัติ” ให้ลุ้นช่วงนาทีระทึกใจตัดหน้าหรือคล้อยหลังดีเดย์ 13 มกราคม

แต่ก็ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ สถานการณ์ยังเหมือนช่วงหลายเดือนก่อนหน้าที่มีข่าวลือรัฐประหารกระเส็นกระสายรายวัน กระแสแอ่นแอ๊นเร้าบรรยากาศตลอดเวลา

จนแล้วจนรอดก็ยังเป็นแค่ข่าวลือที่เพิ่มอุณหภูมิขึ้นวูบวาบแล้วก็ซาไป

ในอารมณ์ที่อ่านทางได้ ท็อปบูตก็ยังกล้าๆกลัวๆแหยงซ้ำรอยรัฐประหารปี 49 ที่ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.ต้องพลิกจากบทพระเอกมาเป็นผู้ร้าย และสุดท้ายกลายเป็นตัวตลก

ไร้ภูมิคุ้มกัน โดนไล่เช็กบิลย้อนหลัง

เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีเหตุนองเลือดตรงหน้า เจอเหตุสุดวิสัยเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ทหารก็ยังไม่ลงมือ

ผลก็คือประชาชนคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับยุทธการป่วนแบบ “สุดโต่ง” แบบที่มากันก่อนนัดดีเดย์ ม็อบกำนันเทพสั่งปิดถนนกันตั้งแต่เย็นถึงค่ำวันที่ 12 มกราคม ประชาชนที่ไม่รู้ล่วงหน้าเผ่นกลับบ้านกันแทบไม่ทัน รถติดวินาศสันตะโร

ในสถานการณ์ที่ไหลเข้าสู่ภาวะ “รัฐล้มเหลว” ไม่รู้อำนาจที่แท้จริงอยู่ตรงไหน

หันไปทางนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ยืนกรานนิ่มๆแต่นิ่งมาตลอดว่า ไม่ยอมลาออกจากนายกรัฐมนตรีรักษาการ เพราะตามกฎหมายต้องทำหน้าที่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

ไม่อย่างนั้นส่อผิดมาตรา 157 เสี่ยงโดนไล่บี้ไล่ต้อนซ้ำจนตกกระดาน

ทั้งๆที่ลึกๆที่สะท้อนผ่านความในใจกับคนวงใน ถ้าตอบในนามของผู้หญิงธรรมดาชื่อ “ปู” วันนี้คงจะเหนื่อยล้ามาก อยากลาออกซะวันนี้พรุ่งนี้
เพราะยื้อสู้ต่อไปก็มองไม่เห็นอนาคต แถมเสี่ยงโดน “จัดหนัก” ขึ้นเรื่อยๆ

ตามคิวต่อไป ในอาการ “ภูมิคุ้มกันบกพร่อง” นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องลุ้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะลงมีดคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในระยะเวลาไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้

และก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ทั้งชิ่งทั้งปัดเผือกร้อนมือเป็นระวิง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงออกตัวกัน 2–3 รอบ ล่าสุดมีมติร่วมลงนามหนังสือถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เสนอให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อนด้วยการออกพระราชกฤษฎีกาใหม่

แต่ก็เป็นนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ออกตัวเลยว่า ทำในฐานะรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่เมื่อเสนอแล้วรัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่ กกต.ไม่มีอำนาจบังคับได้

กกต.เทกแอ็กชั่น เป็นบันทึกไว้ทางหน้าสื่อมวลชน

เพราะทางหนึ่งก็แหยงแรงเสียดทานม็อบต้านเลือกตั้งกลัวซ้ำรอยอดีต 5 เสือ กกต.ชุด พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ที่เจอปัญหาจัดเลือกตั้งผิดกฎหมาย ต้องเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง แต่อีกทางก็ต้องตีกรรเชียงไม่ให้เข้าเงี่ยงมาตรา 157 โดนคนของฝ่ายพรรคเพื่อไทยเล่นงานฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

งานนี้มีข้อแก้ต่างได้ว่า กกต.พยายามทำหน้าที่อย่างเป็นกลางแล้ว

ที่แน่ๆต้องมีการกระจายความเสี่ยง จากปัญหาผู้สมัคร ส.ส.เข้าไปสมัครไม่ได้เพราะโดนกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ปิดล้อมสถานที่รับสมัคร กกต.ก็โบ้ยให้คนที่มีปัญหาไปร้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตัดสิน

แต่สุดท้ายก็มีการยกคำร้อง โดยศาลชี้เลยว่า สมาชิกแต่ละพรรคการเมืองยังไม่ผ่านขั้นตอนการสมัครของ กกต. จึงไม่เข้าข้อกฎหมายที่ศาลจะรับรองให้ได้

โยนกลับมาที่ กกต. อยู่ในข่ายมีอำนาจดำเนินการได้

ตามรูปการณ์ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งก็ทำหน้าที่วินิจฉัย แต่ปัดเข้ามาเอี่ยวโดยตรง

สรุปต่างฝ่ายต่างประคองตัวให้อยู่ในจุด “ปลอดภัย” ไม่เสี่ยงเข้าไปติดเงี่ยงกฎหมาย

สถานการณ์จึงตกอยู่ในภาวะ “สุญญากาศ” ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนคนกลางๆที่ถูกจับเอาเป็นตัวประกัน ว้าเหว่มองไม่เห็นทางออกของประเทศไทย

เป็น “หลุมดำ” อันตราย ขยายวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ.


ทีมข่าวการเมือง

14 ม.ค. 2557 00:51 14 ม.ค. 2557 00:51 ไทยรัฐ