วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองประเทศ 'เออีซี' ร้อนระอุ รับเปิดประชาคมอาเซียน 58 (ชมคลิป)

ปี 2558 จะเป็นปีที่ 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำหนดการเปิดประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน ตามรอยประชาคมเศรษฐกิจในหลายทวีปทั่วโลก แต่ดูเหมือนปัจจัยภายในของแต่ละประเทศที่ยังไม่สงบ จะทำให้ 10 ประเทศในอาเซียน จะจับตาอย่างใกล้ชิดว่า การเปิดเขตเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง จะเป็นไปในรูปแบบไหน

เหตุการณ์ปะทะทางการเมืองครั้งล่าสุดในกัมพูชา นอกจากจะมีประชาชนเสียชีวิตแล้ว ภาคเศรษฐกิจของกัมพูชาก็ได้รับความเสียหายโดยตรง เนื่องจากคนกัมพูชากำลังเผชิญหน้ากับรัฐบาล ผู้ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แรงงานกัมพูชาได้ออกมาร่วมกับผู้ต่อต้านรัฐบาล หยุดงานประท้วงจนกว่าจะได้ค่าแรงที่สูงขึ้น จาก 1,830 บาท เป็น 2,250 บาท ด้านเจ้าของโรงงานหลายแห่งในกัมพูชาไม่สามารถเดินไลน์การผลิตได้

ตลอดปี 2556 ที่ผ่านมา อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมาร์ และประเทศไทย ต้องพบกับการประท้วงใหญ่ทางการเมืองภายในประเทศที่ส่งผลกระทบไม่น้อยกับความเชื่อมั่น เรื่องการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ใกล้เข้ามาในปี 2558 นี้

แม้สถานการณ์ในอินโดนีเซีย และมาเลเซียจะคลี่คลายไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า จะมีการปะทุขึ้นอีกหรือไม่ ต่างกับ 3 ประเทศ อย่างกัมพูชา เมียนมาร์ และประเทศไทย ที่ยังคงปะทุต่อเนื่อง จนไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้เลยว่า สถานการณ์จะยุติเมื่อไหร่

ในแง่ของการลงทุน กัมพูชา เมียนมาร์ และประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันดีของนักลงทุนต่างประเทศ ในฐานะประเทศที่ค่าแรงต่ำ เหมาะแก่การลงทุน สร้างโรงงาน และจ้างแรงงาน ก่อนหน้านี้ทั้งสามประเทศล้วนเป็นที่หมายตาของนักลงทุนต่างประเทศ แต่จากสถานการณ์การเมืองภายในที่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนไม่น้อยหาตัวเลือกใหม่ในการตั้งหลักการลงทุนแทน โดยประเทศเวียดนามกลายเป็นประเทศเนื้อหอมน้องใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจมากในขณะนี้ หลังรัฐบาลเวียดนามประกาศต้อนรับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงเดินหน้าเปิดนิคมอุตสาหกรรมครบวงจรแห่งที่ 2 บนพื้นที่เกือบ 10,000 ไร่ ในทำเลยุทธศาสตร์ติดสนามบิน ณ เมือง โฮจิมินห์ ซิตี้ โดยล่าสุด บริษัทมือถือยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง ได้ย้ายฐานการผลิตจากจีนไปที่เวียดนามแล้วเรียบร้อย ด้วยเหตุผลของการลดต้นทุน และความเชื่อมั่น ความมั่นคงทางการเมืองล้วนๆ ทำให้เห็นได้ชัดว่า ความไม่นิ่งทางการเมือง เป็นปัจจัยหลักที่ชี้วัดทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

สำหรับประเทศไทย นับว่าเป็นประเทศที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของประชาคมอาเซียน ที่ถูกจับตามองมาโดยตลอดว่า จะเป็นเมืองสำคัญที่เป็นศูนย์กลางของทั้ง 10 ประเทศ เนื่องจากมีอาณาเขตติดกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีภูมิศาสตร์ที่เป็นมิตรต่อการลงทุน ติดทะเลที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่แห่งการลงทุนหลายสาย รวมถึงไม่มีภัยธรรมชาติรบกวนหนัก เมืองฟิลิปปินส์ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง รวมถึงอินโดนีเซียที่ทุกวันนี้ยังมีภูเขาไฟหลายลูกที่ปะทุอยู่ โดยการประท้วงที่ผ่านมาในปี 2556 - 2557 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้รายงานว่า การประท้วงได้ทำร้ายเศรษฐกิจไทย และการท่องเที่ยวไทยอย่างมาก สำหรับหุ้นไทยตกลง 12 % ภายใน 1 เดือน เงินบาทอ่อนตัวเรื่อยๆ นับตั้งแต่การเริ่มต้นประท้วงในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยลดลง 20% นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 8% สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากความต้องการลดลง จึงทำให้ประเทศไทยเสียอันดับไม่น้อยกับความน่าสนใจในการลงทุน

จากสถานการณ์ดังกล่าว เป็นที่คาดการณ์ได้ว่า แม้หลายประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะไม่สามารถหาความมั่นคงทางการเมือง และเศรษฐกิจได้ในเร็ววัน สิ่งที่ส่งผลกระทบตามมา คือ ความร่วมมือหลัก ในการดึงประชาคมนี้ให้ทัดเทียมประชาคมอื่นๆ ในโลก รวมถึงประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง จะโดดเด่นขึ้นมาอย่างมากต่อสายตานักลงทุนต่างชาติ และอาจขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มในประเทศในแถบตะวันตกเฉียงใต้แห่งนี้.

ปี 2558 จะเป็นปีที่ 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำหนดการเปิดประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน ตามรอยประชาคมเศรษฐกิจในหลายทวีปทั่วโลก แต่ดูเหมือนปัจจัยภายในของแต่ละประเทศที่ยังไม่สงบ จะทำให้ 10 ประเทศในอาเซียน จะจับตาอย่างใกล้ชิดว่า การเปิดเขตเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง จะเป็นไปในรูปแบบไหน 13 ม.ค. 2557 18:58 ไทยรัฐ