วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สุรพงษ์' ชี้ ชัตดาวน์ ยังไม่แรงถึงใช้ พรก.ฉุกเฉิน

"สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ" แจงรัฐรับฟังข้อเสนอทุกฝ่าย พร้อมหาทางออกให้ประเทศ

วันที่ 13 ม.ค. 57 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า  ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. แถลงว่า ทางศอ.รส เฝ้าติดตามการชุมนุมประท้วงประชาชนในทุกจุด ตั้งแต่ ห้าแยกลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปจนถึงสี่แยกอโศก การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คนกรุงเทพประสบปัญหาจราจร รถติดขัดบ้าง แต่ยังไม่มีการแจ้งเหตุร้ายอื่นใด

ศอ.รส.คาดหวังว่า การชุมนุมจะเป็นไปด้วยความสงบและสันติ และไม่นำไปสู่ความรุนแรง ศอ.รส. ต้องขอขอบคุณประชาชนคนไทย ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ที่ต้องใช้ความอดทนอดกลั่น ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยกลับคืน ขอบคุณ คนกรุงเทพ ที่ต้องทนต่อความยากลำบาก ในการสัญจร และได้รับผลกระทบ กิจวัตรประจำวัน หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ โทรสายด่วน 1111 ไว้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการแจ้งเหตุ ศูนย์นเรนทร 1669 สอบถามเส้นทางคมนาคม ที่หมายเลข 1356

นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า นายกฯ เฝ้าติดตามสถานการณ์รวมถึงรัฐมนตรีกว่า 10 คน การชุมนุมเป็นไปโดยความสงบอย่างนี้ถือว่า เหตุการณ์ไปในทางที่ดี ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วันนี้ ต้องขอบคุณทหาร ตำรวจ ข้าราชการกระทรวงสารณสุข และกระทรวงคมนาคม ที่ให้บริการอำนวยความสะดวกประชาชน แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ เหตุการณ์ยืดเยื้อไปถึงเมื่อไร เบื้องต้น ตำรวจ เตรียมการรับมือไว้ 1 สัปดาห์ก่อน

นายสุรพงษ์ เผยต่อว่า ตนจะทำรายงานหลักฐานต่างๆ ถึงเหตุการณ์ในไทย ส่งให้กับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พูดคุยกับ นายบัน คี มูน ว่า การชุมนุมประท้วง ปรากฏพบอาวุธ ยาเสพติดใบกระท่อม รวมถึงการร่วมชุมนุมขึ้นเวทีปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ทำให้เห็นถึงภาพต่างๆ ซึ่ง นายบัน คี มูน อยากเห็นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เรื่องนี้ไม่ใช่การประจานประเทศ เพราะตนทำอะไร รักษาหน้าตาศักดิ์ศรีของประเทศ ไม่เหมือนหลายคน ปากกับใจไม่ตรงกัน รู้ว่าอะไรควรพูด ไม่ควรพูด

นายสุรพงษ์  กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้รับหนังสือจากกกต.ที่ขอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้ง ซึ่งนายกฯ มอบหมายให้ตนตรวจสอบรายละเอียด เพื่อดูว่า สิ่งที่กกต.กล่าวอ้าง เหตุผลไม่สามารถเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน โดยตนได้ขอข้อมูล จากผู้บังคับการจังหวัด ผูัว่าฯ และกกต.จังหวัดทั้ง 8 จังหวัด ส่งข้อเท็จจจริงมา ซึ่งต้องรอรายงาน กลับเข้ามาก่อน เนื่องจากรัฐบาล มีหน้าที่ นำความจริงมาเปิดเผย เพื่อนำเสนอประชาชน รับทราบอีกมุมหนึ่ง รัฐธรรมนูญไม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญ เขียนชัดเจนการเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่โยนภาระให้รัฐบาล รัฐบาลไม่ได้ปิดประตู ที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ ตามระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลก็พร้อม

แต่อย่าโยนเป็นภาระรัฐบาล เพราะ อาจต้องนำคำถามนี้ ไปถามศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดสินว่า ทำผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ เพราะ ศาลรัฐธรรมนูญ มักตัดสินในส่ิงที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน จนกลายเป็นว่า ทำผิดรัฐธรรมนูญประจำ วันนี้เลือกตั้ง เป็นทางออกตามกระบวนการประชาธิปไตยมากที่สุด แม้ต้องเสียค่าจ่ายเพิ่มมาเท่าไร ก็ต้องยอมเสีย เพื่อให้ประชาธิปไตยไปได้ อีกระดับหนึ่ง