วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าเดินเข้าสู่ทางตัน

วันนี้ย่างเข้าสู่วันที่สองที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส่งมวลมหาประชาชนไปตั้งเวที  ปิด 7 จุดคีย์มึ้งสำคัญในกรุงเทพฯ   เพื่อบีบให้ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากนายกฯรักษาการ ขณะที่ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ในสถานทูตทั่วโลก เริ่มหย่อนบัตรกันตั้งแต่วันที่13 มกราคม ที่ผ่านมาแล้ว การเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ ก็จะเริ่มใน วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม ขณะที่ 28 เขตเลือกตั้งยังไม่มีผู้สมัคร

แต่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยังเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ต่อไป ทั้งๆที่รู้ว่าเลือกตั้งไปก็มีปัญหา มีจำนวน ส.ส.ไม่ครบ เปิดประชุมสภาไม่ได้ ตั้งรัฐบาลไม่ได้

มีข่าวเมื่อวานนี้ว่า คุณศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง–กกต. ได้ประชุม 5 กกต. รอบที่สอง เพื่อยืนยันมติให้ คุณศุภชัย ประธาน กกต. ใช้อำนาจในฐานะผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ทำคำชี้แนะ ส่งไปยัง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯรักษาการ ขอให้ออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ถึงมีการเลือกตั้งต่อไป ก็ไม่ได้ ส.ส.ครบ 500 คนอย่างแน่นอน จะทำให้เกิดปัญหา อาจมีนักกฎหมายไปฟ้องร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ

แต่ถ้ารัฐบาลยืนยันเดินหน้าเลือกตั้ง กกต. ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ก็ต้องรอดูคำตอบจาก รักษาการนายกฯยิ่งลักษณ์ ว่าจะเห็นตามข้อเสนอแนะของ กกต. หรือจะ “เดินหน้าสู่ทางตัน” ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น การแก้ปัญหาก็จะยิ่งยากขึ้น วันนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่อยากเห็น “การบีบให้กองทัพปฏิวัติ” เพราะผลเสียอย่างใหญ่หลวงจะตกแก่ประเทศไทย คนไทย และเศรษฐกิจไทย

ทุกฝ่ายจึงพยายามช่วยกันเสนอ “ทางออกที่หลากหลาย” เพื่อให้ “รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ” ในฐานะ “ผู้กุมอำนาจประเทศตามกฎหมาย” ข้อเสนอเหล่านี้ ผมคิดว่าคงไม่ใช่การรวมหัวกันบีบคั้นคุณยิ่งลักษณ์ อย่างที่มีการพูดกัน แต่เป็นความหวังดีให้มีการหาทางออกในการแก้ปัญหาที่ตีบตันมากกว่า

นอกจากนี้ คณะกรรมการเลือกตั้งชุดนี้ ซึ่งทำหนังสือเสนอให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน ก็เป็น กกต.ชุดที่เกิดจากรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และผ่านการกลั่นกรองเห็นชอบจาก วุฒิสภา ที่เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาล จึงไม่น่าจะเป็นหมากกลอะไรอย่างที่พูดกันแน่นอน

ผมเคยเสนอในช่วงต้นวิกฤติว่า ให้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศเพื่อทำการปฏิรูปประเทศในเรื่องเร่งด่วนสัก 6 เดือนถึง 1 ปี แล้วค่อยไปเลือกตั้ง และให้ข้อเสนอการปฏิรูปมีผลผูกพันต่อรัฐบาลในอนาคต แต่เสียงจากรัฐบาลที่ออกมาก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ อ้างว่าทำไม่ได้ ซึ่งความจริงสามารถออกพระราชกฤษฎีกาได้อยู่แล้ว

วันก่อน 7 องค์กรภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทจดทะเบียน และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ได้หารือกับอีก 18 องค์กรเอกชน  เช่น  องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ฯลฯ ก็ได้เห็นพ้องต้องกันเหมือนแนวทางที่ผมเคยเสนอตั้งแต่ต้นว่า ให้มีการจัดตั้ง “องค์กรเพื่อปฏิรูปประเทศไทย” โดยให้มีกฎหมายรองรับ คือให้ออกเป็น พระราชกำหนด โดย 7 องค์กรเอกชนจะประสานกับทุกฝ่ายเพื่อขอความเห็นชอบในวันชัตดาวน์กรุงเทพฯ 13 มกราคม

วันนี้ไม่รู้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว แต่นี่คือ แนวทางที่ดีที่สุด ที่ คุณยิ่งลักษณ์ นายกฯรักษาการ ไม่ควรปฏิเสธอีกต่อไป เพราะนี่คือ “หนทางแห่งการดับทุกข์” ที่ดีที่สุด ทั้ง ของประเทศ ของคุณยิ่งลักษณ์ และ ของรัฐบาล เพื่อให้การปฏิรูปประเทศและการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่ต้องไป “เซ็ตซีโร” ด้วย “การปฏิวัติ”

ข้อเสนอใน “ทางบวก” จากทุกฝ่ายทุกองค์กร ที่พยายามเสนอให้เป็น “ทางออกของประเทศ” ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี นายกฯยิ่งลักษณ์ควรรับฟัง เพื่อนำไปใช้เป็นทางออกของประเทศที่ตีบตันในเวลานี้ อย่าพยายามเดินเข้าไปในทางตันเลยครับ.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

13 ม.ค. 2557 12:08 13 ม.ค. 2557 12:08 ไทยรัฐ