วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปการเมืองตัวจริง

โดย

จากมติขององค์กรอิสระและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในไม่กี่วันที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ถูกตัดสินว่าทำผิดรัฐธรรมนูญค่อน ข้างจะซ้ำซาก เริ่มจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของวุฒิสภาของอดีต ส.ส. และ ส.ว. 308 คนไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหา

ตามด้วยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา190 เรื่องการตัดอำนาจของรัฐสภา ในการให้ความ เห็นชอบการทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศของรัฐบาล ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ส่งผลกระ-ทบต่ออดีต ส.ส. และ ส.ว. 381 คน ผู้มีส่วนร่วมในการแก้ไข และยังมีอีกหลาย กรณีที่รอการวินิจฉัย เช่น พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเป็นต้น

มีคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึง กระทำการที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาทำผิดรัฐธรรมนูญ? คำตอบส่วนหนึ่งก็คือรัฐบาลเชื่อมั่นในเสียงข้างมากในสภา ถือว่ามาจากการเลือกตั้ง และได้อำนาจจากประชาชนจึงมีอำนาจเด็ดขาดที่จะแก้ไข หรือออกกฎ- หมายได้ตามอำเภอใจ โดยที่ศาลหรือองค์กรอิสระไม่มีอำนาจขัดขวาง เพราะไม่ได้มาจากเลือกตั้ง ไม่ยึดโยงกับประชาชน

เป็นข้ออ้างที่มีเหตุผล แต่เป็นการมองประชาธิปไตยในเพียงมิติเดียวคือ“การเลือกตั้ง” ไม่ได้มององค์ประกอบในด้านอื่นๆ เช่น ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ระหว่างอำนาจสามฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ รวมทั้งการปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชน ธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง

ถ้ายังยึดหลักการ “รัฐสภามีอำนาจสูงสุด” โดยไม่ต้องถูกองค์กรที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้งตรวจสอบ เชื่อว่าจะถูกร้องต่อศาลหรือองค์กรตรวจสอบ เพื่อให้วินิจฉัยอย่างซ้ำซากต่อไป เว้นแต่รัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจ หรือยุบองค์กร ตรวจสอบต่างๆ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ น่าจะทำได้ยากอย่างยิ่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ท่ามกลางกระแสการปฏิรูป การเมืองที่มาแรงในขณะนี้ ทุกฝ่ายจึงน่าจะทบทวนว่าจะต้องปฏิรูปอะไร? จึงจะเป็นการปฏิรูปที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การแก้ไข หรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นแค่การปฏิรูปตัว อักษรบนแผ่นกระดาษ แม้แต่นักวิชาการที่ออกมา “ปกป้องประชาธิปไตย” ก็จะต้อง ปกป้ององค์ประกอบทุกอย่างของประชาธิปไตย ไม่ใช่ปกป้องแค่การเลือกตั้ง

ส่วนนักการเมืองโดยเฉพาะรัฐบาล ก็จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงทั้งตัวหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เริ่มต้นด้วยเรื่องง่ายๆ ที่สุด คือการรับฟังความเห็นของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจัด การน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จะต้องเป็นการรับฟังความเห็นอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เป็นพิธีกรรม จนถูกร้องต่อศาลปกครอง.

13 ม.ค. 2557 12:03 ไทยรัฐ