วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยต้องแก้ไขกันเอง

“ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”- “เลือกตั้งแล้วปฏิรูป”- “ปฏิรูปคู่ขนานเลือกตั้ง” เป็นประเด็นที่เป็นเงื่อนไขในการต่อสู้ทางการเมือง ณ เวลานี้ แต่ละฝ่ายต่างก็วางเหตุผลเพื่อสนองแนวคิดเพิ่มน้ำหนักความชอบธรรมให้ได้รับการยอมรับ

กปปส.ให้เหตุผลว่าการปฏิรูปประเทศนั้นมีความสำคัญที่จะต้องดำเนินการก่อนการเลือกตั้ง โดยไม่ให้นักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางออกก็คือนายกฯและรัฐบาลรักษาการต้องลาออกไปก่อน ตั้งรัฐบาลโดยคนกลางเข้าบริหารประเทศชั่วคราว จัดตั้งสภาประชาชน

ทั้งรัฐบาลกลางและสภาประชาชนมีภารกิจสำคัญก็คือการทำปฏิรูปประเทศให้เสร็จเรียบร้อยในห้วงระยะเวลาไม่นานนัก

ปฏิรูปเสร็จก็จะจัดให้มีการเลือกตั้ง

เหตุผลรองรับสำคัญก็คือหากให้มีการเลือกตั้งแล้วค่อยปฏิรูปจะไม่มีทางสำเร็จได้ เนื่องจากนักการเมืองยังครอบงำอยู่และทุกอย่างก็จะวนอยู่ในรูปแบบเก่า

มีแนวคิดที่เห็นควรปฏิรูปคู่ขนานกันไปกับการเลือกตั้งโดยให้พรรคการเมืองต่างๆมาร่วมลงนามสัตยาบันว่าเมื่อ เลือกตั้งเสร็จจะต้องนำการปฏิรูปไปปฏิบัติให้เป็นจริง ซึ่งแนวทางนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถดำเนินการได้แล้ว

แม้จะเป็นเสียงจากกลุ่มนักธุรกิจจาก 7 องค์กรธุรกิจภาคเอกชนแต่ออกมาเคลื่อนไหวและขอแสดงบทบาทเป็นตัวกลางเพื่อเจรจากับฝ่ายต่างๆ แต่ยังมีน้ำหนักเพียงพอที่จะให้ได้รับการยอมรับเพราะตัวแทนใน 7 องค์กรเองก็ยังมีความเห็นที่ต่างกัน

เลือกตั้งแล้วปฏิรูปนั่นคือเสียงจากรัฐบาล คนเสื้อแดงที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนให้นายกฯทำหน้าที่ต่อไปไม่ต้องลาออกเพื่อให้ระบบเดินไปได้

นายกฯเองก็ยืนยันตลอดว่าจะไม่ลาออกเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้นายกฯคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

หากพิจารณาในเหตุผลของรัฐบาลในเชิงลึกก็ต้องมองว่าการที่นายกฯไม่ลาออกแต่ยืนยันให้มีการเลือกตั้งต่อไปนั้น ทั้งๆที่รู้ดีว่าการเลือกตั้งมีปัญหาแน่นอนและยังไม่รู้ด้วยว่าหลังเลือกตั้งจะประชุมสภาได้หรือไม่ จะตั้งนายกฯได้หรือไม่

แต่ประเด็นใหญ่ก็คือยังต้องการรักษาอำนาจเอาไว้ในมือ

เพราะถ้าหากยอมลาออกไปก็ไม่แน่ว่าจะได้อำนาจกลับคืนมาหรือไม่ เพราะเงื่อนไขและตัวแปรจะต้องเปลี่ยนไปทั้งระบบ ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะถูกเช็กบิลติดตามมาอย่างแน่นอน

ไม่ใช่เฉพาะ “ชินวัตร” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงบุคคลที่เกาะเกี่ยวอยู่กับระบอบทักษิณอีกด้วย ดังนั้น รูปกระบวนการต่อสู้จึงออกมาในลักษณะแพ้ไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการอย่างใดก็ตาม

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มบุคคล นักวิชาการบางส่วนได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการเลือกตั้งทำให้ระบบเดินไปข้างหน้าได้

ทิ้งน้ำหนักไปที่ความห่วงใยว่าจะเกิดความรุนแรงทหารปฏิวัติ

ดังนั้น การที่ กปปส.ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการได้นำผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปตั้งเวที 7 จุดเพื่อชัตดาวน์-ปิดกรุงเทพฯ เพื่อกดดันให้นายกฯลาออกจากตำแหน่งจึงเป็นการยกระดับที่หวังผลว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้

แต่เงื่อนไขอยู่ที่ว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะสามารถทำให้นายกฯตัดสินใจยอมลาออกหรือไม่ และจะยืดเยื้อต่อไปมากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ยอมจะเกิดอะไรขึ้น

ต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะเกิด

อะไรขึ้น และในท่ามกลางความขัดแย้งที่เผชิญหน้ากันอยู่ในเวลา

จะส่งผลไปสู่ความรุนแรงหรือไม่

ความขัดแย้งแตกแยกที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเวลานี้จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศไทยว่าจะดำเนินการไปในทิศทางไหน

อยู่ที่คนไทยด้วยกันนี่แหละที่จะต้องร่วมกันแก้ไข.

"สายล่อฟ้า"

13 ม.ค. 2557 12:01 ไทยรัฐ