วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำขอร้องจาก บัน กี มูน

โดย ซูม

ผมต้องขอขอบคุณ คุณบัน กี มูน เลขาธิการสหประชาชาติไว้ ณ ที่นี้ด้วยความซาบซึ้งอย่างยิ่งที่ท่านมีความเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศไทย และได้เรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายใช้แนวทางสันติวิธี และความอดทนอดกลั้นในการแก้ปัญหา

รวมถึงให้พยายามหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงในทุกรูปแบบ

ถึงแม้ว่าจะเป็นการขอร้องตามหน้าที่ของท่าน ในฐานะเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรหลักของประชาคมโลก ในการที่จะควบคุมดูแลให้โลกอยู่ในความสงบร่มเย็นและสันติสุขก็ตาม

แต่การที่ท่านกรุณาต่อสายตรงมาคุยกับรักษาการนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และผู้นำของพรรคฝ่ายค้านด้วยตัวเองนั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยสถานการณ์ในบ้านเราโดยแท้

นับเป็นการให้เกียรติแก่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายโดยตรง และผมก็หวังว่าทั้ง 2 ฝ่าย คงจะนำความคิดเห็นและถ้อยคำขอร้องของท่านเลขาธิการบัน กี มูนไปไตร่ตรอง พร้อมทั้งปฏิบัติตามที่ท่านเลขาธิการกรุณาฝากไว้

น่าเสียดายอยู่นิดเดียวที่เลขาธิการสหประชาชาติมิได้โทรศัพท์ไปที่กำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้นำม็อบตัวจริง เสียงจริง

เพราะการเลือกที่จะพูดจากับ คุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจจะไม่เกิดผลอะไรเลยก็ได้ เนื่องจากกำนันสุเทพมิใช่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว จึงไม่แน่ว่าคุณอภิสิทธิ์จะสามารถขอร้องให้คุณสุเทพ ปฏิบัติตามข้อแนะนำของท่านเลขาธิการสหประชาชาติได้หรือไม่

แต่มองจากมุมของท่านเลขาธิการสหประชาชาติ ท่านก็คงต้องเจรจาเฉพาะกับองค์กรโดยชอบตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ เท่านั้น

ท่านจึงเลือกที่จะคุยกับหัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทยฉบับที่ยังใช้กันอยู่ แทนการคุยกับเลขาธิการ กปปส. ซึ่งเป็นองค์กรที่คุณสุเทพตั้งขึ้นมาเอง

ผมก็ได้แต่หวังว่าคุณอภิสิทธิ์ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าพรรคของกำนันสุเทพมาก่อน คงจะสามารถนำไปถ่ายทอดต่อให้คุณสุเทพรับรู้รับทราบได้ว่าท่านเลขาธิการสหประชาชาติขอร้องเอาไว้อย่างไรบ้าง

ที่ผมเป็นห่วงมากๆว่าคำขอร้องของท่านเลขาธิการจะเป็นหมันก็ตรงที่คนไทยเราส่วนใหญ่เป็นคนเลือดร้อนไม่ค่อยอดทนอดกลั้นเท่าไรนัก

แค่ขับรถมองหน้ากันหน่อยเดียว ยังขับตามไปปาดหน้าตะคอกถามแล้วว่ามองหาอะไร? อยากมีเรื่องหรือไง?

ผมถึงได้ห่วงว่าเวลาไปยืนเผชิญหน้ากันหลายๆชั่วโมง ซึ่งจะต้องมองหน้ากันบ่อยๆและก็จะยั่วยุ เอ่ยถ้อยคำอะไรที่ระคายเคืองกันบ่อยๆ... คนไทยเราจะอดทนอดกลั้นเอาไว้อยู่ และจะลืมสันติวิธีกันเสียเท่านั้น

ที่จะต้องขอร้องให้อดทนอย่างมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นตำรวจหรือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งหลายที่ได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่ควบคุมดูแลเหตุการณ์ในครั้งนี้

ปกติแล้วตำรวจทั่วไปมักจะมีความรู้สึกว่า ท่านมีอำนาจมากกว่าประชาชน เพราะมีกฎหมายอยู่ในมือ จึงชอบที่จะยกตนขึ้นข่มประชาชนดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ

เมื่อจะต้องมาเผชิญหน้ากับประชาชน และถูกท้าทายหรือยั่วยุ ท่านอาจจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจหรือบันดาลโทสะมากกว่าบุคคลทั่วไป

ผมก็คงต้องขอร้องให้ท่านตระหนักอยู่เสมอว่ากลุ่มประชาชนที่ท่านเผชิญหน้าอยู่นั้นมิใช่คนร้ายมิใช่อาชญากรใดๆ

ห้ามขู่ตะคอก ห้ามบันดาลโทสะโดยเด็ดขาด และพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว จะขอบคุณเป็นที่สุด

สำหรับกลยุทธ์การปิด กทม. เพื่อการ “ชัตดาวน์” นั้น ผมก็หวังจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและยุติลงอย่างรวดเร็ว อย่ายืดเยื้อต่อไปเลยครับท่านกำนัน

แค่นี้ก็เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจมากมายมหาศาลแล้ว และก็ได้สั่งสอนรัฐบาลนี้อย่างสาสมแล้วกับการที่บังอาจขืนใจประชาชน ในกรณีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย

ทำอะไรรุนแรงและยืดเยื้อมากไปกว่านี้ เหตุการณ์อาจจะบานปลายออกไปและหยุดไม่อยู่เอาเสียเปล่าๆ

ยังไงๆก็ขอให้นึกถึงบทกลอนอมตะที่เพื่อนนักเรียนเตรียมอุดมรุ่น 21 ของผมคนหนึ่ง คุณนภาลัย (ฤกษ์ชนะ) สุวรรณธาดา เคยเขียนไว้... ได้แก่บทกลอนที่ลงท้ายว่า

“ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง”

นั่นนะซีครับ...ทุกๆ 8 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นจะเปิดเพลงชาติไทยให้ใครฟังดีล่ะครับ ถ้าเรายังทะเลาะกันไม่หยุดหย่อนอยู่อย่างนี้.

"ซูม"

13 ม.ค. 2557 11:56 13 ม.ค. 2557 11:56 ไทยรัฐ