วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนเตี้ยดูงิ้ว

ก่อนจะรู้ว่า สำนวนจีน คนเตี้ยดูงิ้ว มีความหมายอย่างไร...ต้องทำความเข้าใจ กับบรรยากาศโรงงิ้ว ในจีนโบราณ เสียก่อน

ส.สุวรรณ เล่าไว้ใน “คิดอย่างจีน”  (พิราบสำนักพิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 4) ว่า เวทีงิ้วสูงระดับหัวคน คนดูก็จะยืนดูหน้าเวที คนสูงก็ดูงิ้วได้สบาย แต่ในคนจำนวนมาก ก็มีคนเตี้ยดูอยู่ด้วย

เมื่อมองด้วยตาเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง ส่วนใหญ่หนักไปทางฟัง

งิ้วเล่นถึงตอนสนุก คนดูหัวเราะครื้นเครง คนเตี้ยก็หัวเราะครื้นเครง ถึงมุกทีเด็ดสะใจ คนดูเฮ คนเตี้ยก็จะเฮ

เพื่อนๆ ใกล้ตัว รู้ดีกว่า ที่จริง เพื่อนเตี้ยของเขา ไม่รู้เลยเขาหัวเราะ เขาเฮกันด้วยเรื่องอะไร

สำนวน คนเตี้ยดูงิ้ว ใช้กับคนที่ไม่มีวิจารณญาณ รัก ชัง หัวเราะ ร้องไห้ โกรธขึ้งปึงปังไปกับคนอื่น

ส. สุวรรณ เล่าถึง ไป๋เอี๋ยง นักเขียนชื่อดังของไต้หวัน หนังสือที่สร้างชื่อ คือเรื่อง จีนอัปลักษณ์

ไป๋เอี๋ยง วิจารณ์ ปัญหาใหญ่ของคนจีน คือขาดวิจารณญาณ ดูไม่เป็น ฟังไม่เป็น

เหตุที่คนจีนดูไม่เป็น ฟังไม่เป็น นอกจากถูกปกครองโดย

ระบอบเผด็จการมานาน ยังถูกครอบงำด้วยลัทธิคำสอนของศาสดาจีน

ในสมัยราชวงศ์ตงฮั่น ราชสำนัก มีข้อบังคับ ปัญญาชนทุกคน จะพูดจาเสวนา หรือเขียนบทความใดๆ เกินเลยขอบเขตที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนไม่ได้

ข้อเขียนที่ไม่ตั้งอยู่บนหลักการ ของศาสดา ถือว่าผิดกฎหมาย

หลังสมัยซุนชิวจั้นกั๋ว จินตนาการและวิจารณญาณของปัญญาชนจีน จึงถูกบีบคั้นให้ตายตัวอยู่แต่ในกรอบ

คนจีนก้มหน้าก้มตาวิเคราะห์วิจัย ปรัชญาของศาสดาและศิษย์ศาสดา ไม่มีความคิดอ่านเป็นของตนเอง

ในทัศนะของไป๋เอี๋ยง คนจีนขาดสมรรถนะในการพิจารณา แยกแยะความผิดความถูก ความดีความไม่ดี ผิดถูก ดีชั่ว จึงมั่วเละเทะเหมือนโคลนตม

บ้านเมืองอื่นเขามีประชาธิปไตย ก็มีประชาธิปไตยไปกับเขา แต่ประชาธิปไตยของเรา ก็เป็นแบบ “มึงเป็นประชา กูเป็นอธิปไตย”

เขามีระบบกฎหมาย เราก็มีระบบกฎหมาย เขามีเสรีภาพ เราก็มีเสรีภาพ เขามีทางม้าลาย เราก็มีทางม้าลาย แต่ขอโทษ ทาง ม้าลายของเรา มีไว้ให้รถวิ่งมาทับคน

กระทั่งประชาธิปไตย ก็เป็นเพียงรูปแบบ แท้ที่จริงประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เวลาหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง คนใหญ่คนโตเต๊ะท่าให้ถ่ายรูป เพื่อแสดงว่าเป็นประชาธิปไตย นี่คือการแสดงละครการเมือง

ยกข้อเขียนของไป๋เอี๋ยงแล้ว ส.สุวรรณ ก็เลี้ยวเข้าหาไทย คนไทยก็ดูไม่เป็นฟังไม่เป็น

นักการเมืองแสดงตัวเป็นคนดีมีคุณภาพ พูดจามีหลักเกณฑ์ มีอุดมการณ์ คนไทยก็ฟัง แล้วก็เฮโลเชื่อตามโดยสนิทใจ เลือกเข้าไปเป็นคนใหญ่คนโต

ผลสุดท้าย ก็ต้องเสียใจ ที่เลือกไม่ได้ดี อย่างที่คิด

ผมอ่านเรื่องของ ส.สุวรรณ แล้วก็นึกได้ นี่ก็ใกล้เทศกาลตรุษจีน คนชอบดูงิ้ว ก็คงมีงิ้วให้ดูกันบ้าง

โรงงิ้วสมัยนี้ เขามีที่ให้นั่งดู ไม่ต้องเบียดเสียดยืนดู เหมือนโรงงิ้วในสมัยก่อน

คนเตี้ยดูงิ้ว ดูก็เห็น ฟังก็เป็น ก็คงไม่ต้องถูกดูแคลน ว่างี่เง่า ไม่มีวิจารณญาณ ใครเฮก็เฮตาม คนเตี้ยแม้จะมีพันคน ล้านคน ฉลาดรู้ทันทั้งนั้น.

กิเลน ประลองเชิง