วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม็อบกปปส.ลุยแล้ว ชัตดาวน์ 'ชาวบ้าน'โกลาหล

หน่วยหน้ายึดพื้นที่ปิดถนน คปท.ขู่ยึดตลท.วิทยุการบิน เทียนพรึบมธ.ขอสันติภาพ

กปปส.คึกสุดขีดรวมพลชัตดาวน์กรุงเทพฯ ส่งหน่วยล่วงหน้าเคลื่อนพลปิดถนน ตั้งเวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เหิมบุกยึดสี่แยกปทุมวันปักหลักชุมนุม ประกาศกร้าวปิดทุกกระทรวงราชการต้องหยุดงาน  “สรส.”  บุกบ้านเฉลิม  ยื่นหนังสือเลิกรับใช้ “ทักษิณ” ด้าน “มท.1” ยัน “ยิ่งลักษณ์” ไม่ถอยเข้าวอร์รูมบัญชาการรับมือม็อบ  ขณะที่  ศอ.รส.ออกประกาศห้ามใช้รถ  14  เส้นทาง  สั่งห้ามบุคคลอันตรายจ้องยั่วยุปั่นป่วนผ่านพื้นที่ 7 จุดอันตรายและพื้นที่สำคัญอีก 8 แห่ง กลุ่ม นปช.อีสาน เหนือแห่รณรงค์จุดเทียนต้านรัฐประหาร-ค้านกบฏปิดกรุงเทพฯ

ศอ.รส.เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯเช้าวันที่ 13 ม.ค.ของกลุ่ม กปปส.หวั่นการจราจรเป็นอัมพาต ล่าสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.สั่งตั้งจุดบริการประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ขณะที่ รมว.สาธารณสุขสั่งระดมหน่วยแพทย์ออกช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ศอ.รส.จับตาม็อบมียา–อาวุธ

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เวลา 09.30 น. ที่ ศอ.รส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม ศอ.รส.เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ซึ่งมีรายงานว่าเริ่มมีการเคลื่อนมวลชนมาจากภาคใต้ จ.ชุมพร ระนอง อย่างน้อยประมาณ 150,000 คน มีการพกอาวุธและยาเสพติดมาส่วนหนึ่ง นอกจากนี้แกนนำได้บอกญาติๆตัวเองไม่ต้องมา ซึ่งเป็นนัยสำคัญว่าน่าจะมีเหตุไม่คาดฝัน จึงได้กำชับให้สืบสวนมวลชน แกนนำ แนวร่วมและยานพาหนะที่นำมา และระดมตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้นเพราะเป็นช่วงสุดท้ายของสถานการณ์ ขอให้ ผบ.เหตุการณ์เข้าใจถึงการควบคุมความรุนแรงในเบื้องต้น การควบคุมอาวุธพวกฮาร์ดคอร์ต่างๆในแต่ละภาคให้ดำเนินตามเป้าหมายที่วางไว้ การตรวจค้นอาวุธและแนวทางปฏิบัติ ขอให้สื่อมวลชนได้เห็นการปฏิบัติงานด้วย

ย้ำ ตร.ต้องอดทน–อดกลั้น

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า กองร้อย ปจ.ต้องไม่พกพาอาวุธโดยเด็ดขาด ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่ามีเฉพาะชุดป้องกันคุ้มครองการใช้อาวุธเพื่อยับยั้งเท่านั้น เน้นให้มีการฝึกการ รปภ.ภายใน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีแผนตามลำดับและให้ทำหนังสือเชิญสื่อมวลชน คณะกรรมการสิทธิและประชาชนให้มาชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนคดีที่ สภ.คูคต ได้เน้นย้ำให้ ผบก.ภ.จ.ปทุมฯ ชี้แจงให้สังคมเข้าใจว่าตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

ศอ.รส.ประกาศห้ามใช้รถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อดุลย์ได้ลงนามในประกาศ ศอ.รส.ฉบับที่ 1/2557 เรื่อง ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือใช้ยานพาหนะ “ห้ามยานพาหนะใดๆ ที่บรรทุกเครื่องมืออุปกรณ์ที่นำมาใช้หรือสนับสนุนเพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น ทราย ปูนซีเมนต์ กระสอบ ไม้ไผ่ ยางรถยนต์ หรือเครื่องขยายเสียงที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 1 กิโลวัตต์ขึ้นไป” ใช้เส้นทางถนนราชสีมา ถนนพิษณุโลก ถนนอู่ทองใน ถนนลิขิต ถนนพระราม 5 ถนนสุโขทัย ถนนราชวิถี ถนนราชดำเนินนอก ถนนลูกหลวง ถนนพิชัย ถนนนครสวรรค์ ถนนศรีอยุธยา ถนนนครปฐม และถนนกรุงเกษม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ห้ามกลุ่มบุคคลเข้า–ออกพื้นที่

ส่วนประกาศ ศอ.รส.ฉบับที่ 2/2557 เรื่องห้ามบุคคลเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด โดยห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ซึ่งมีพฤติการณ์อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือกระทำการยั่วยุ ปั่นป่วนต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ 1. แยกศาลาแดง 2. แยกปทุมวัน 3. แยกราชประสงค์ 4. แยกอโศก 5. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและบริเวณโดยรอบ 6. แยกลาดพร้าว และ 7. ถนนราชดำเนินกลาง รวมถึงสถานที่สำคัญอาทิ 1. ศูนย์ราชการ 2. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด 3. บริษัท ทีโอที จำกัด 4. สถานีดาวเทียมไทยคม 5. สถานีให้บริการภาคพื้นดินไทยคม ลาดหลุมแก้ว 6. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ส่วนบริการอินเตอร์เน็ต ฝ่ายสื่อสารข้อมูล 7. วิทยุการบินแห่งประเทศไทย และ 8. สโมสรตำรวจ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

สธ.ยันดูแล ปชช. เท่าเทียมกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศอ.รส. นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา  อธิบดีกรมการแพทย์  นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข  อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.ไพโรจน์  บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการดูแลสุขภาพประชาชนในการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค. โดยนพ.ประดิษฐกล่าวยืนยันว่า จะดูแลประชาชนให้เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดหลักจรรยาบรรณในวิชาชีพ

นพ.สุพรรณกล่าวว่า ศูนย์เอราวัณมีจุดให้บริการทางการแพทย์ 26 จุด  สนับสนุนหน่วยแพทย์และเวชภัณฑ์  หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่หมายเลข 1646 ศูนย์เอราวัณ หรือ 1669 ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน และหมายเลขสายตรง 0-2354-8222 ศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ นพ. เจษฎากล่าวว่า  กรมสุขภาพจิตมีความห่วงใยประ-ชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมจึงขอให้ผ่อนคลายพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากมีปัญหาสามารถปรึกษาได้ที่สายตรงหมายเลข 1323

ตร.เตรียมรับมือการจราจร

เวลา 11.30 น. พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย  ผบ.ตร.  พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล  รอง  ผบช.น.และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ร่วมแถลงถึงมาตรการบริหารจัดการจราจร เพื่อรองรับการชุมนุมโดย พล.ต.ท.เรืองศักดิ์กล่าวว่า  แผนการดูแลการจราจรจะต้องกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลต่างๆจึงได้ตั้งจุดบริการ 7 แห่ง จุดแรกบริเวณแยกปทุมวัน ปากซอยจุฬาฯ 12 จุดแยกราชประสงค์ที่บริเวณแยกชิดลม จุดแยกอโศกที่หน้าสวนเบญจสิริ จุดแยกศาลแดงที่แยกวิทยุ จุดอนุสาวรีย์ชัยฯที่ปั๊ม ปตท.ถนนพหลโยธิน จุดแยกห้าแยกลาดพร้าวที่แยกรัชโยธิน และจุดแจ้งวัฒนะ ที่แยกหลักสี่

ตั้งจุดบริการ ปชช. 7 จุด ทั่ว กทม.

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า  บช.น. ได้ระดมตำรวจจราจร 4,000 นายเศษ  เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรคือ  พื้นที่ปิดการจราจร สถานที่สำคัญและพื้นที่รอบนอก ที่ไม่ได้ปิดการจราจรและตั้งจุดบริการประชาชนใกล้ทางแยกทั้ง 7 จุด  1. แยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 ขาออกจากสะพานกษัตริย์ศึก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 6 ออกถนนเพชรบุรี หรือเลี้ยวที่แยกเจริญผล เพื่อใช้ถนนบรรทัดทอง ออกถนนพระราม 4 ถนนพญาไท ขาเข้า เลี้ยวซ้ายแยกราช-เทวี เข้าถนนเพชรบุรี เลี้ยวขวาแยกมิตรสัมพันธ์ เลี้ยวขวาแยกนานาเข้าสุขุมวิท เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุ เพื่อใช้ถนนสาทร หรือถนนพระราม 4 ถนนพญาไทขาออก เลี้ยวซ้ายแยกจุฬา 12 เข้าถนนบรรทัดทอง เพื่อใช้ถนนเพชรบุรี หรือถนนพระราม 4 จุดบริการประชาชน ตั้งอยู่ที่ปากซอยจุฬา 12

แจงเส้นทางเลี่ยงรถติดหนัก

2. แยกราชประสงค์  ถนนราชดำริ ให้เข้าถนนสารสิน  เข้าถนนวิทยุ เลี้ยวซ้ายไปถนนเพชรบุรี หรือเลี้ยวขวาไปถนนพระราม 4 ถนนเพลินจิตสามารถใช้ถนนวิทยุไปถนนเพชรบุรี หรือไปถนนพระราม 4  3. แยกอโศก ถนนสุขุมวิทขาเข้า เลี้ยวซ้ายแยกบ้านกล้วยใต้เข้าซอยสุขุมวิท 40 เพื่อไปถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท ขาเข้า เลี้ยวขวาแยกเอกมัยใต้เข้าซอยสุขุมวิท 63 เพื่อไปถนนเพชรบุรี ถนนอโศกมนตรี เลี้ยวซ้ายเข้าซอย มศว. ประสานมิตร เพื่อออกซอยสุขุมวิท 31 หรือ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี เลี้ยวขวาเข้าซอยพร้อมพงษ์ ออกซอยสุขุมวิท 39  เพื่อไปถนนสุขุมวิท  จุดบริการประชาชน ตั้งอยู่ที่หน้าอุทยานเบญจสิริ 4. แยกศาลาแดง ถนนพระราม 4 สามารถใช้สะพานลอยไทย-ญี่ปุ่น ได้ตามปกติ กรณีถูกปิดสะพานลอย ขาออก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุรวงศ์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ขาออกให้เลี้ยวซ้ายแยกวิทยุ เข้าสาทรใต้ เลี้ยวขวาเข้าถนนนราธิวาสราชนครินทร์ หรือใช้เลี้ยวขวาถนนวิทยุ ออกถนนเพชรบุรีได้ จุดบริการประชาชน ตั้งอยู่ที่แยกวิทยุ

จัดตั้งจุดบริการทุกเส้นทาง

5.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนพหลโยธินขาเข้า ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน 2 ออกถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพญาไทขาออก เลี้ยวซ้ายเข้าซอยโยธี ออกถนนพระราม 6 หรือถนนราชวิถี ถนนราชวิถี เมื่อถึงแยกตึกชัย ให้เลี้ยวเข้าถนนพระราม 6 สามารถเลี้ยวขวามาทางแยกศรีอยุธยาหรือเลี้ยวซ้ายไปทางแยกโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ถนนดินแดง เลี้ยวซ้ายแยกสามเหลี่ยมดินแดงเข้าถนนราชปรารภ เพื่อไปทางถนนเพชรบุรี หรือถนนศรีอยุธยา จุดบริการประชาชน ตั้งอยู่ที่ปั๊ม ปตท.พหลโยธิน 6.ห้าแยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ขาออก เลี้ยวขวาแยกสะพานควายเข้าถนนสุทธิสาร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดี ถนนพหลโยธิน ขาเข้า เลี้ยวขวาแยกรัชโยธินเข้าถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดี ถนนลาดพร้าว ขาเข้า เลี้ยวซ้ายหรือขวา แยกรัชดา-ลาดพร้าว จุดบริการประชาชน ตั้งอยู่ที่แยกรัชโยธิน 7.ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก เลี้ยวซ้ายเข้าแจ้งวัฒนะ 5 เข้าถนนภายในศูนย์ราชการ เลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า เลี้ยวซ้ายเข้าแจ้งวัฒนะ 14 เลี้ยวขวาเข้าซอยแจ้งวัฒนะ 12 เพื่อออกไปยังถนนกำแพงเพชร 6 หรือซอยแจ้งวัฒนะ 10

เตรียม ฮ.ย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ได้กำหนดจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินไว้ 7 แห่งคือ 1.กองบินตำรวจ ถนนรามอินทรา 2. พล.ม.2 ถนนพหลโยธิน 3.โรงงานยาสูบ ถนนพระราม 4 4.สโมสรท่าเรือ ถนนสุนทรโกษา 5. กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน 6.สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต 7.โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หากพบปัญหาจราจร อุบัติเหตุระหว่างเดินทาง หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โทร. 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง

“ปู” นัดถกวอร์รูมรับชัตดาวน์

เวลา 09.00 น. ที่ซอยโยธินพัฒนา นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า วันที่ 13 ม.ค.เวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องประชุมประเมินสถานการณ์และตรวจความพร้อมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ยืนยันนายกฯจะอยู่ในกรุงเทพฯไม่ไปไหน และไม่มีใครไม่กังวลเกี่ยวกับกระแสข่าวการปฏิวัติหรือนอนหลับสบายในสถานการณ์แบบนี้ เพราะเป็นการทำลายกติกาการเลือกตั้ง ส่วนที่นายบัน กี มูน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ยึดสันติแก้ปัญหา หลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายเฝ้ามองประเทศไทยด้วยความกังวล ทุกฝ่ายควรรู้ว่าไม่ควรทำอะไรตามใจ ไม่ควรตะแบงทำให้ประเทศเสียเกียรติภูมิ ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองคือยึดหลักเสียงข้างมาก ตอนนี้ผิดเพี้ยนให้คนกลุ่มเดียวที่มีศักยภาพสูงกุมอำนาจไว้ แต่ถ้าคิดว่าคนไทยมันโง่ก็ทำไปเถอะ

ซัดลุอำนาจไล่ “ปู” ออกนอก ปท.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณี กปปส. จะปิดกรุงเทพฯ 7 จุด ในวันที่ 13 ม.ค. ว่าแผนการดังกล่าวไม่ใช่ความคิดของกปปส.อย่างเดียว แต่มีคำแนะนำจากกลุ่มการเมือง และอดีตนายทหารยศ พล.อ. อักษรย่อ ป. และ ด. ช่วยวางแผน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. โกหกบอกว่าการปิดกรุงเทพฯ ไม่มีผลกระทบต่อประชาชน มีมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่ง และโรงเรียนจำนวนมากประกาศปิดการเรียนแล้ว เชื่อว่าคน กทม.ไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ ต้องถามนายสุเทพว่า การขนคนจากภาคใต้เพื่อสร้างความวุ่นวายถูกต้องแล้วหรือ ขอให้หยุดได้แล้ว ประเทศเสียหายไปแล้วกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการที่นายสุเทพไล่นายกฯออกจากประเทศ เป็นการลุแก่อำนาจ เป็นเผด็จการ แนวคิดเป็นเผด็จการจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร

“ปู” โผล่ สตช.หลังเช้าหายจากบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 เมื่อเวลา 09.00 น. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เดินทางนำผลไม้ น้ำดื่ม มอบตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.5 จ.เชียงใหม่ น่าน ลำพูน และลำปาง จำนวน 2 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบ้านนายกฯ พร้อมมอบนโยบายว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีสติทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ยืนยันนายกฯจะไม่หนีไปไหน ขณะที่การรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวดมีการตั้งจุดตรวจทางเข้าออกทุกเส้นทางที่จะไปบ้านนายกฯ โดยมีรายงานข่าวว่านายกฯเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัดพร้อมบุตรชาย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปป์) ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เวลา 10.00 น. มีผู้หญิงวัยกลางคนอายุ 40-45 ปี ขับรถยนต์นิสสัน นีโอ สีทอง มีเด็กผู้ชายอายุ 3-4 ขวบ นั่งหลังเปิดกระจกถือธงชาติไทย พร้อมเป่านกหวีดขับผ่านบ้านนายกฯถึง 2 ครั้ง

กระทั่งเวลา 14.00 น. นายกฯได้ปรากฏตัวที่ สตช.เพื่อเข้าประชุม ศอ.รส.ประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมใหญ่กลุ่ม กปปส.ในวันที่ 13 ม.ค.โดยไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

“เหลิม” วางแผนจับกุมกบฏ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ สตช. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวว่า ได้หารือกับ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา  เลขานุการ รมว.แรงงาน วางแผนจับกุมผู้ต้องหากบฏ โดยเฉพาะคนที่ขึ้นเวที ปราศรัยจะต้องถูกดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระกัน ส่วนการชุมนุมใหญ่วันที่ 13 ม.ค. ฝากเตือนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไตร่ตรองให้ดี เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ เลื่อนการเลือกตั้ง และการใช้ความรุนแรง รวมถึงเป็นห่วงมือที่สามสร้างสถานการณ์รุนแรง เมื่อถามว่ากล้าฟันธงหรือไม่ว่าวันที่ 13 ม.ค. จะไม่มีคนเจ็บ คนตาย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่กล้าฟันธงว่าจะมีคนบาดเจ็บล้มตายหรือไม่ ประเมินสถานการณ์ยาก แต่มั่นใจว่าสถานการณ์จะไม่เหมือนเหตุการณ์เมื่อปี 2553 เพราะรัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรง ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ใช้อาวุธและจะไม่ประชิดผู้ชุมนุม เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า โดยส่วนตัวไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรง

ปชป.ไม่เอาปฏิวัติ–ความรุนแรง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของ กปปส.ประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯว่า จะเกิดความรุนแรงเพื่อเป็นเงื่อนไขการปฏิวัติที่สมรู้ร่วมคิดระหว่างทหารกับ กปปส. ซึ่ง กปปส.ได้ปฏิเสธไปแล้ว หากมีความรุนแรงต้องมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับกลุ่มมวลชนจัดตั้งหรือกับเจ้าหน้าที่ โดยเริ่มใช้อาวุธโจมตีในที่ชุมนุม ควบคู่กับการใช้คนเสื้อแดงปะทะกับกลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาล หวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯต้องปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบไม่ให้มีเงื่อนไขนำไปสู่การรัฐประหารและความรุนแรง  เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือกติกาประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เพราะไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหาที่แท้จริงและไม่ใช่ทางออกของวิกฤติบ้านเมือง

บี้ “เด็จพี่” ขอโทษดูถูกคนปักษ์ใต้

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีการลงขันพันล้านบาทเพื่อล้มรัฐบาลว่าเป็นจินตนาการ คงไม่มีใครเสียสติ  เสียเงินพันล้านบาทมาล้มรัฐบาลรักษาการ นายพร้อมพงศ์เป็นคนใต้เหมือนกันควรหยุดพฤติกรรมพูดดูถูกคนภาคใต้ว่าได้รับจ้างมาชุมนุมหัวละ 2 พันบาทต่อวัน และขอให้ออกมาขอโทษ  เพราะไม่มีใครถูกจ้างมา

ปชป. ร่อน จม.แจง “บัน กี มูน”

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพรรคได้ทำหนังสือถึงสหประชาชาติ  เพื่อให้ข้อมูลกับนานาชาติ หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯใช้ยุทธศาสตร์กล่าวหาบิดเบือนว่าประชาชนใช้ความรุนแรง อ้างว่าองค์กรอิสระแทรกแซงการเมืองเป็นเท็จ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลทำผิดกฎหมายและทุจริต รวมถึงใส่ร้ายผู้ชุมนุมเสพยาเสพติด ปล่อยให้ผู้ไม่หวังดีโจมตีการ์ด กปปส.และ คปท.เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มียุทธศาสตร์จะใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม การโจมตีการ์ด คปท.และ กปปส. แสดงว่ากำลังถึงทางตันจึงใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน โดยหวังว่าเมื่อเกิดเหตุรุนแรงแล้วทหารจะออกมาเข้าข้างตัวเอง และนานาชาติจะให้การสนับสนุน

ต่างชาติไม่เชื่อ ปว.ยุติปัญหาได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดสถานการณ์การเมืองไทย โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกักตุนอาหารรับมือการเคลื่อนขบวนปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล โดยระบุว่าประชาชนแห่ซื้ออาหารและน้ำจากร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง อาจทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาดแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่กรุงเทพฯประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรายงานว่า หากการเผชิญหน้ากันของฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลบานปลายสู่การใช้ความรุนแรง อาจทำให้กองทัพไทยออกมารัฐ-ประหารเพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ แต่นักวิชาการระบุว่าการรัฐประหารไม่สามารถยุติความขัดแย้งได้ เพราะจะยิ่งทำให้ผู้สนับสนุนขั้วอำนาจทั้งสองฝ่ายทวีความเกลียดชังต่อกัน

ทบ.โต้ข่าวลือทหารใต้ขนอาวุธ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ระบุมีทหารขนอาวุธขึ้นมาจากภาคใต้เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมว่า ยังไม่พบข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ระยะหลังมีกระแสข่าวลักษณะนี้บ่อยครั้ง แต่ยังไม่เคยพบว่าเป็นเรื่องจริง  มีการปล่อยข่าวลือมากจึงต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วย จากข่าวผ่านสื่อตลอดห้วงที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ยังไม่พบแนวโน้มท่าทีความรุนแรง ความรุนแรงช่วงนี้พบว่ายังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามใช้อาวุธลอบก่อกวนทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานปกติและที่จัดเสริมพิเศษคงจะเร่งคลี่คลายเพื่อให้สังคมหายสงสัยต่อไป

ซัด “สุดชาย” ก้าวร้าวขู่จับลูก  ผบ.ทบ.

พ.อ.วินธัย ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุดชาย บุญไชย แกนนำกลุ่มเพื่อนทักษิณ โพสเฟซบุ๊กว่า จะจับตัวลูกสาวฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หากมีการปฏิวัติว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมอย่างมาก ไม่ให้เกียรติกัน ละเมิดและก้าวล่วงอย่างรุนแรง ก้าวร้าวเลยเถิดไปยุ่งเกี่ยวกับสถาบันครอบครัวที่คนไทยทุกคนรักและหวงแหน ส่อเค้าให้เห็นถึงทัศนคติที่ไม่ดีและเลวร้ายของบางคนที่นิยมใช้ความรุนแรง ไม่เป็นผลดีต่อสังคมอย่างมาก ถือเป็นการยุยงปลุกปั่นและเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่ดีเช่นนี้ด้วย มั่นใจว่าสังคมไทยคงไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาดู

คนกรุงอยากให้ยุติชุมนุมโดยเร็ว

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สอบถามความเห็นของคนกรุงเทพฯและปริมณฑล 1,344 คน ระหว่างวันที่ 9-11 ม.ค. หัวข้อ “คนกรุงเทพฯกับการประกาศปิดกรุงเทพฯ” ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในนามกลุ่ม กปปส. พบว่า ร้อยละ 34.88 ระบุเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ร้อยละ 24.28 ส่งผลต่อประเทศชาติ คนไทยทุกคน ธุรกิจและการค้าขาย ร้อยละ 21.85 ทำให้การจราจรติดขัด หลายเส้นทางถูกปิด ประชาชนเดินทางไม่ได้ มีเพียงร้อยละ 8.61 เกรงว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมือง เกิดการปะทะกันระหว่างคนไทยด้วยกันเอง เมื่อถามถึงความในใจที่คนกรุงเทพฯอยากบอกกลุ่ม กปปส. ร้อยละ 38.17 อยากให้ยุติการชุมนุมโดยเร็ว ให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตนเองหรือกลับบ้าน ร้อยละ 24.78 ขอให้ทุกฝ่ายมีสติ หันหน้าเข้าหากัน และร้อยละ 20.31 เคารพกฎหมายบ้านเมือง ไม่ใช้ความรุนแรง

“ฟอร์ดสีแดง” ตีปี๊บต้านปิด กทม.

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ กลุ่มฟอร์ดเส้นทางสีแดง นำโดยนาย อนุรักษ์ เวนตวนิชย์ และมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินรณรงค์แจกแผ่นพับมีข้อความเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า “ต่อต้านการปิดกรุงเทพฯ และสนับสนุนการเลือกตั้ง” เพื่อให้ประชาชนสนับสนุนออกมาเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. โดยมีประชาชนชาวไทย และนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างคับคั่ง นายอนุรักษ์กล่าวว่า ต้องการเชิญชวนประชาชนออกมาเลือกตั้งกัน และต่อต้านการชุมนุมปิดกรุงเทพฯนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อเชิญทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งเป็นแนวทางที่ประชาชนคนส่วนมากไม่ยอมรับ และยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังลงหุบเหว ดังนั้นวันที่ 2 ก.พ. ต้องมีการเลือกตั้งเหมือนนานาอารยประเทศ ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ

ผวา จนท.ป่าไม้ซ้อมสวนสนาม

เมื่อช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนหนึ่งแต่งกายเครื่องแบบสนามลายพรางมาฝึกซ้อมสวนสนามที่บริเวณลานวีรชนป่าไม้ สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชน เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้มารับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมจาก กปปส.ที่จะมาชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ทั้งนี้นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ไม่ได้เกณฑ์เจ้าหน้าที่ป่าไม้มารับมือม็อบ กปปส.แต่มาซ้อมสวนสนามเพื่อปฏิญาณตนเนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ม.ค.นี้ ซึ่งได้สั่งยกเลิกการสวนสนามของกำลังเจ้าหน้าที่ 2,000 คนที่จะเข้ากรุงเทพฯไปแล้ว แต่ให้กำลังทั้งหมดไปสวนสนามในพื้นที่ 4 จังหวัดแทนคือ จ.ชลบุรี นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ และอุบลราชธานี

กปปส.คึกเตรียมเคลื่อนพลปิดกรุง

ทางด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส.เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ทยอยเดินทางมาสมทบตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค. และช่วงเช้าวันที่ 12 ม.ค. เป็นจำนวนมากเพื่อร่วมชุมนุมปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. ทำให้พื้นที่หน้าเวทีและบริเวณโดยรอบแน่นขนัด ท่ามกลางแสงแดดแผดร้อนยามบ่าย ซึ่งมีการแจกร่มหลากสีให้กางป้องกันแดด ขณะเดียวกันมีการรื้อเต็นท์โดมหน้าเวทีบางส่วนแล้ว สำหรับการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ หลังมีข่าวว่าจะมีกลุ่มคนแฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมสร้างความวุ่นวายระหว่างรื้อถอนเวทีช่วงค่ำคืนนี้

กร้าวปิดทุกกระทรวง ขรก.ห้ามเข้า

เวลา 13.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ขึ้นเวทีแจ้งนัดหมายการเคลื่อนไหววันที่ 13 ม.ค.ว่า ขอให้มวลชนที่มาจากภาคอีสานพบกันที่แยกสะพานผ่านฟ้าเวลา 16.00 น. วันที่ 12 ม.ค. จะมีรถพาไปยังเวทีชุมนุมห้าแยกลาดพร้าว มีนายอิสสระ สมชัย เป็นแกนนำ ส่วนภาคกลางนัดพบที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เวทีที่เหลืออีก 5 เวทีในวันที่ 13 ม.ค.เวลา 09.00 น. จะเคลื่อนจากเวทีราชดำเนินไปตามเวทีต่างๆ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เป็นแกนนำ แต่จะมีบางกลุ่มไปเย็นนี้ซึ่งจะนัดหมายเฉพาะบางกลุ่มที่ต้องไปคุมพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ และวันที่ 13 ม.ค.จะปิดกระทรวงทุกกระทรวงไม่ให้ข้าราชการเข้าไปทำงานขอให้ออกมาร่วมกับมวลมหาประชาชน

โฆษก กปปส.อัด“ปู”บิดเบือน

เวลา 15.00 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หารือกับนายบัน กี มูน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าการสนทนาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายบัน กี มูน เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ใส่ร้ายประชาชนกับองค์กรระหว่างประเทศ เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดเป็นการบิดเบือนใส่ร้ายว่า ปัญหาแตกแยกเกิดขึ้นจากองค์กรอิสระ ประชาชนและโทษฝ่ายค้าน บิดเบือนว่าเป็นคนใต้และกล่าวหาใช้อาวุธปืน ระเบิด ใช้ความรุนแรง ยกยอตัวเองว่าประสานวิถีทางกับทุกฝ่ายเป็นการโกหกหน้าด้านๆ ใส่ร้ายประชาชน แต่ไม่เคยยอมรับว่ารัฐบาลเป็นต้นเหตุปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด นายกฯฉวยโอกาส คิดว่าต่างชาติจะไม่รู้ จึงอยากขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาชี้แจงประเด็นดังกล่าว

ส่งมวลชนไป 7 จุดเตรียมพร้อม

นายเอกนัฏกล่าวว่า สำหรับรายละเอียดการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค.เริ่มต้นช่วงเย็นวันนี้ (12 ม.ค.) จะมีประชาชนเคลื่อนย้ายไปประจำทั้ง 7 จุด เพื่อตั้งเวที จัดเต็นท์ เตรียมความพร้อมการปฏิบัติการ โดยวันที่ 13 ม.ค.ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ทุกเวทีจะมีความพร้อม ขณะที่มวลชนส่วนหนึ่งจะปักหลักเวทีราชดำเนิน เคลื่อนไปพร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เวลา 09.00 น. โดยเส้นทางเริ่มต้นที่ราชดำเนินผ่านหลานหลวง พอถึงแยกราชเทวีมวลชนส่วนหนึ่งจะแยกไปสมทบเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขบวนใหญ่แยกไปปทุมวันกระจายไปราชประสงค์ ลุมพินี และแยกอโศก โดยนายสุเทพจะประสานงานทุกเวทีและประจำเวทีหลักที่แยกปทุมวัน แต่ละวันอาจจะไปล้อมสถานที่ราชการเริ่มตั้งแต่ 06.00-16.00 น. ช่วงเย็นจะเดินทางกลับเวทีเพื่อฟังปราศรัยจนถึงเวลา 02.00 น. ของทุกวัน

ส่งไม้กองทัพธรรมยึดราชดำเนิน

ช่วงเย็น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส. ขึ้นเวทีแจ้งข่าวกับมวลชนว่า หลังจากกลุ่ม กปปส.เคลื่อนขบวนไปชุมนุมใน 7 จุดทั่ว กทม.แล้ว กองทัพธรรมจึงรับอาสาที่จะรักษาพื้นที่ชุมนุมราชดำเนินไว้ให้ ทำให้ผู้ชุมนุมแสดงความดีใจโดยโห่ร้องพร้อมเป่านกหวีด

“มาร์ค” ขึ้นอัดเละ “ปู” โกหกยูเอ็น

เวลา 18.00 น. ที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยผู้ดำเนินรายการเชิญบรรดาแกนนำขึ้นเวทีเคารพธงชาติ โดยมีนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมขึ้นยืนเคารพธงชาติ แล้วกล่าวตอบโต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ว่าโกหกหลายเรื่อง ตนจึงเขียนจดหมายชี้แจงเลขาธิการยูเอ็น คนรู้ทั้งประเทศว่าตนกับแก้วสรร อติโพธิ ค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาตั้งแต่ต้น บอกอีกว่ากฎหมายนี้ไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และไม่ใช่กฎหมายการเงิน แต่เป็นกฎหมายเพื่อการปรองดอง เลยต้องเขียนจดหมายไปบอกเขาว่าโกหกทั้งสิ้น ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อ้างว่าไม่สามารถเลื่อนเลือกตั้งเพราะเป็นอำนาจของ กกต.จึงบอกบัน คี มูน ว่า กกต.ขอให้เลื่อน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เลื่อน และบรรดาขี้ข้ายังขู่ กกต.อีก

คปท.ยันปักหลักข้างทำเนียบฯ

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ตลอดทั้งวันมีผู้ชุมนุมเดินทางมาสมทบอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่มาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งนี้นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า คปท.จะไม่มีการยุบเวทีชมัยมรุเชฐ เคลื่อนขบวนไปไหน แต่จะปักหลักชุมนุมอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากมีภารกิจเฝ้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ และจัดเตรียมพื้นที่ชุมนุมเป็นที่พักค้าง รอมวลชนจากภาคใต้ทั้งหมดที่ขึ้นมาร่วมชุมนุมปิด กทม. แต่อย่างไรก็ตาม แม้ คปท.จะไม่เคลื่อนขบวน แต่ก็ไม่ตั้งรับอย่างเดียว พร้อมเคลื่อนมวลชนไปทุกที่สนับสนุนทั้ง 7 เวที ที่มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทำร้ายประชาชน

สรส.บุกยื่นหนังสือถึงบ้านเฉลิม

เวลา 16.00 น. กลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ-สัมพันธ์ หรือ สรส. นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน อดีตเลขาธิการ สรส.พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาหน้าบ้านริมคลองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานและที่ปรึกษา ศอ.รส.โดยมีตำรวจกว่า 200 นายโดยมี พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9 ควบคุมกระจายกำลังตั้งแนวบริเวณหน้าบ้านอย่างแน่นหนา ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม และนายวัน อยู่บำรุง ลูกชายได้ออกมาสังเกตการณ์ก่อนกลับเข้าไปภายในบ้าน กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงพร้อมปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ร.ต.อ.เฉลิม ใช้เวลากว่า 40 นาทีจากนั้นได้เดินทางกลับโดยไม่มีเหตุรุนแรง

นายสาวิทย์กล่าวว่า ตนมายื่นจดหมายเพื่อเรียกร้องให้ยุติการรับใช้ระบอบทักษิณและรัฐบาลทรราช ให้ยุติการทำหน้าที่ของ ศอ.รส.และให้จับกุมตัวผู้ที่ใช้ความรุนแรงในการสั่งฆ่าผู้ชุมนุมคือ นายวสุ สุฉันทรบุตรและตำรวจ การทำร้ายนายยุทธนา องอาจ การ์ดของ คปท.จนเสียชีวิต

“เหลิม” ยิ้มสู้เป็นแค่ที่ปรึกษา ก.ม.

จากนั้น  ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า  กลุ่ม  สรส.มายื่นเอกสารตนยินดีรับไว้เพราะเป็นสิทธิที่ใครก็สามารถทำได้แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาเพราะตนมาจากการเลือกตั้ง เป็นคนของประชาชนคนไทย  จะทำร้าย หรือเป็นศัตรูกับคนไทยได้อย่างไร อีกทั้งเป็น รมว.แรงงาน มีหน้าที่ดูแลสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หากกลุ่ม สรส.จะมากดดันเรื่องที่จับ นายสุเทพนั้น ในฐานะเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ ศอ.รส. ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปจับเพราะคนจับต้องเป็นตำรวจไม่ใช่ตน ตนได้รับมอบหมายให้มาดูแลเพียงด้านกฎหมายเท่านั้น

กปปส.ปิดแจ้งวัฒนะทั้ง 2 ฝั่ง

เวลา 17.00 น. กลุ่ม กปปส.ได้นำกระสอบทรายมาปิดถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้าและขาออกหน้าไปรษณีย์หลักสี่ และบริเวณทางรถไฟใกล้แยกหลักสี่และเตรียมตั้งเวทีที่หน้าศูนย์ราชการ และอีกจุดปิดถนนแจ้งวัฒนะขาเข้าหน้า รพ.มงกุฎวัฒนะ มีรถประชาชนจำนวนมากเข้ามาที่หน้าไปรษณีย์หลักสี่ เพื่อมุ่งหน้าด้านเมืองทองธานี ต้องยูเทิร์นรถกลับ หลังกลุ่ม กปปส. ปิดถนน และรถตู้โดยสารต้องให้ผู้โดยสารลงเดินผ่านแนวกระสอบทราย ทำให้รถชาวบ้านบางส่วนเริ่มไม่พอใจที่กลับเข้าบ้านไม่ได้ มีการโต้เถียงกันจนทำให้การ์ดต้องอำนวยความสะดวกให้รถประชาชนที่มีบ้านพักในละแวกนั้นนำรถขับเข้าไปเพื่อกลับบ้านได้นายราเชนทร์ ตระกูลเวียง ประธาน กปปส. จ.นนทบุรี กล่าวว่า การยึดถนนแจ้งวัฒนะทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งเวทีชุมนุมใหญ่ดีเดย์ปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. ส่งผลให้การจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะทั้ง 2 ฝั่งติดขัดยาวเหยียด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และ สน.ทุ่งสองห้อง มาคอยอำนวยการจราจรและประชาสัมพันธ์ให้รถหลีกเลี่ยงเส้นทาง

เริ่มปักหลักยึด 5 แยกลาดพร้าว

เวลา 18.00 น. ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวได้มีกลุ่ม กปปส. เริ่มทยอยเดินทางมารวมกันภายในสวนสมเด็จย่าฯใกล้แยกลาดพร้าว ล่าสุดยอดผู้ชุมนุมประมาณ 150 คน มีป้ายเขียนชื่อกลุ่มมาจากจังหวัด ขอนแก่น หนองคาย และน่าน ทั้งหมดได้แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อรอแกนนำ นายอิสสระ สมชัย ที่จะเป็นแกนนำชัตดาวน์ปิดแยกลาดพร้าว นอกจากนี้ผู้ชุมนุมบางส่วนยังมีการตั้งแผงขายที่เป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุม โค่นล้มระบอบทักษิณ เช่น นกหวีด มือตบ ที่คาดศีรษะลายสีธงชาติไทย เป็นต้น สร้างความสนใจให้กับประชาชนที่มาเดินสัญจรผ่านไปมา เดินเลือกซื้อ โดยบริเวณแยกลาดพร้าวนี้ยังไม่มีการปิดถนน การจราจรยังใช้งานได้ปกติ

สี่แยกปทุมวันโกลาหล

ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน ถนนพญาไทตัดพระราม 1 กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.พร้อมกับการ์ด นำแผงเหล็กสีเหลืองมาปิดกั้นการจราจรทั้งสี่ด้าน ห้ามรถยนต์ผ่านเข้าออก  ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถยนต์ที่มาจากสะพานหัวช้าง มุ่งสี่แยกปทุมวันให้เลี้ยวซ้ายเข้าห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัพเวอรี่ เพื่อทะลุไปแยกราชประสงค์ ส่วนที่มาจากแยกราชประสงค์ ถนนพระราม 1 มุ่งหน้าแยกปทุมวัน กลุ่มผู้ชุมนุมยังให้รถยนต์เลี้ยวซ้ายวิ่งไปสามย่านได้ เช่นเดียวกับรถที่มาจากสนาม กีฬาแห่งชาติและจะเลี้ยวขวาไปสามย่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจให้กลับรถบริเวณหน้าสนามกีฬา เพราะแยกดังกล่าวถูกปิดกั้น ทำให้การจราจรทุกด้านของแยกปทุมวันติดขัดเป็นอัมพาต ส่วนประชาชนที่เดินจับจ่ายใช้สอยอยู่บนห้างสรรพสินค้าหลายแห่งเห็นเหตุการณ์ รีบเดินทางกลับบ้านกันจ้าละหวั่น ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มนั่งจับจองพื้นที่บริเวณกลางแยก โดยมีรถหกล้อขนอุปกรณ์ตั้งเวทีเริ่มเข้ามาติดตั้งเวทีกลางถนนเพื่อปักหลักชุมนุมในวันพรุ่งนี้

มธ.ร่วมจุดเทียนไม่เห็นด้วย

เมื่อช่วงเย็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นัดหมายผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการปิด กทม.ของกลุ่ม กปปส. เดินทางมารวมตัวกันที่หน้าตึกโดม เพื่อทำกิจกรรม “ธรรมศาสตร์รวมพลัง จุดเทียนเขียนสันติ หยุดสร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความรุนแรง” โดยมีกลุ่มคนสวมเสื้อสีขาวหลายร้อยคน สวมเสื้อข้อความว่า “พอกันที” และ “respect my vote” เข้าร่วม ทั้งนี้กลุ่มผู้จัดงาน มีการแจกจ่ายกระดาษโพสต์อิท ให้ผู้ที่มาร่วมเขียนข้อความต้านความรุนแรง และการปิด กทม. เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ปิดบนบอร์ดที่เตรียมไว้ ไฮไลต์ของงานในเวลา 18.30 น. คือการร่วมจุดเทียน พร้อมตะโกนคำว่า เราไม่เอาความรุนแรง เราจะเอาเลือกตั้ง ก.พ. ทั้งยังมีการประกาศแถลงการณ์ว่า หากมีรัฐประหารเราจะกลับมารวมตัวกันใหม่ จากนั้นจึงสลายตัวกลับในที่สุด

“ธิดา” นำต้าน กปปส.ปิด กทม.

ขณะที่หน้าสถานีดาวเทียมไทยคม จ.นนทบุรี กลุ่ม นปช.นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก นำกลุ่มคนเสื้อแดงออกเดินรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 และต่อต้านการปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส.วันที่ 13 ม.ค. พร้อมแจกสติกเกอร์ “หยุดรัฐประหารต่อต้านกบฏ”

ด้านกลุ่มพลังสมุทรปราการต่อต้านการปิด กรุงเทพฯ นำโดย นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย สมุทรปราการ ได้รวมตัวกันหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการเดินขบวนให้ประชาชนออกมาค้านรัฐประหารต่อต้านกบฏและไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส.เพราะทำให้ประเทศเสียหาย

ตั้งเวทีใหญ่ นปช.ภาคกลาง

ด้านนายสุเชษฐ์ ชัยโกศล แกนนำ นปช.อยุธยา นำกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สร้างประชาธิปไตยที่มีชะตากรรมเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องกับการ เมืองที่ถูกกลั่นแกล้ง และวันที่ 13 ม.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงจะรวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดก่อนเดินไปที่สนามกีฬากลางจังหวัด เพื่อสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคกลางกว่า 100,000 คน

ขณะที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร กล่าวว่า ชมรมคนรักอุดรต่อต้านกลุ่มกบฏนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะปิดกรุงเทพฯ รวมถึงต่อต้านการทำรัฐประหารในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของฝ่ายใดหากเกิดความรุนแรงขึ้นในกรุงเทพฯ พวกเราพร้อมรวมตัวกันที่อุดรธานีเพื่อให้เป็นศูนย์กลางแสดงพลังในการทำกิจกรรมต้านการปฏิวัติรัฐประหาร

ตร.สกัดแดงเชียงใหม่ปะทะ กปปส.

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่รวมตัวกันที่ลาน 4 แยกประตูเชียงใหม่โดยใช้รถ จยย.และรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงพร้อมผูกริบบ้ินสีขาว และเปิดไฟหน้ารถกดแตรวนไปรอบเมืองเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ออกไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 และต่อต้านการทำรัฐประหาร ขณะที่บริเวณลานข้างหอศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มแนวร่วม กก.ปส.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมควบคู่ไปกับ กปปส.กทม.ที่เคลื่อนมวลชนชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค. พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ต้องระดมตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากโรงพักใกล้เคียงมาสนับสนุนตั้งด่านบริเวณทางเข้าเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปจนเกิดเหตุปะทะกัน

กำนัน–ผญบ.เผาโลงแช่งสุเทพ

ขณะที่สนามกีฬา อบจ.สระบุรี กำนันผู้ใหญ่บ้านจาก 5 จังหวัดภาคกลางประกอบด้วย จ.สระบุรี ปทุมธานี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา และอุทัยธานี ได้รวมตัวกันแสดงจุดยืนเพื่อต่อต้านการรัฐประหาร ผลักดันให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยมีนายอาคม ธีรศักดิ์ อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และนายบัญญัติ วงษ์ประยูร ประธานชุมชนท้องถิ่นสระบุรี เป็นแกนนำโลงศพเขียนชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. พร้อมพริกเกลือมาราดน้ำมันจุดไปเผาเพื่อสาปแช่ง

นปช.บุกศาลากลางโชว์พลัง

นายประจวบ รังสร้อย และนายสุวรรณ ญาติกระโทก ผู้ประสานงานกลุ่ม นปช.ปทุมธานี ร่วมชุมนุมที่หน้าศาลากลาง จ.ปทุมธานี เพื่อรวมพลังกันคัดค้านการกลุ่ม กปปส.ที่จะชัตดาวน์กรุงเทพฯ และเดินขบวนรณรงค์เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ก่อนจะมอบลูกโป่งสีขาวและช่อดอกกุหลาบให้นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผวจ.ปทุมธานี และ พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานีที่บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมืองลำปาง นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางได้ร่วมกันเดินรณรงค์สนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ.ไปตามถนนสายต่างๆทั่วเมืองลำปาง พร้อมป้ายคำขวัญเชิญชวนประชาชนชาวลำปางเพื่อให้ไปใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตยโดยมีผู้สนใจจำนวนมาก ขณะเดียวกันในช่วงค่ำได้มีกลุ่มมวลชนออกมาแต่งชุดขาวมารวมตัวกันจุดเทียนเพื่อแสดงสัญลักษณ์บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมืองลำปาง

ม็อบบุกบ้านพัก “ธาริต”

เมื่อเวลา 12.30 น. ม็อบ กปปส.ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาและ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี รวมตัวกันปิดถนนทางเข้าบ้านเลขที่ 444 หมู่ 11 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยผู้ชุมนุมชูป้ายโจมตีนายธาริต หาว่าทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เอาตำแหน่งรับใช้นักการเมืองและรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบอยคอตไม่ต้อนรับนายธาริตเข้ามาอยู่ในพื้นที่ แต่นายธาริต ไม่ได้มาพักที่บ้าน มีเพียงคนเฝ้าบ้านและชายฉกรรจ์ 5-6 คน ส่วนด้านหน้ามีกำลังตำรวจ สภ.ปากช่อง 7-8 นายคอยเฝ้าดูแล หลังผู้ชุมนุมอ่านแถลงการณ์จบทั้งหมดได้เป่านกหวีดแสดงพลังแล้วขึ้นรถเข้า กทม.สมทบกับ กปปส.ร่วมปิดกรุงเทพฯ

แนะเดินทางไปสุวรรณภูมิ

นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าช่วงที่มีการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค. อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาสนามบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบินออก อาจเลือกใช้รถไฟฟ้า Airport Rail Link รถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้า MRT แทนรถยนต์ เพราะจะสะดวกมากกว่า รวมทั้งเปลี่ยนเส้นทางรถ Shuttle Bus เพื่อรับส่งผู้โดยสารและผู้ใช้บริการระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง และกำชับไปยังผู้ประกอบการรถขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ ให้เตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับการปิดการจราจรตามจุดต่างๆ ภายในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ ฝ่ายขนส่งได้จัดเตรียมสติกเกอร์ สีส้มระบุท่าอากาศยานสุวรรณภูมิติดไว้ที่ด้านหน้าและด้านหลังรถ เพื่อให้ผู้โดยสารที่ต้องการมายังสนามบินเรียกใช้บริการได้

หวิดปะทะขวาง กปปส.อุดรฯ

เวลา 15.00 น. นายดนุท ตันเทิดทิตย์ แกนนำกปปส.อุดรธานี ได้นำมวลชนจัดงานแรลลี่นกหวีดที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มาสด้า ถนนอุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อรณรงค์ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง และไปร่วมชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ ระหว่างนั่งรถยนต์และรถ จยย.เป่านกหวีดมาถึงหน้าตลาดบ้านห้วย ถูกกลุ่มเสื้อแดงชมรมรักอุดรนำรถ 6 ล้อ ปิดถนนหน้าตลาดก่อนกระโดดลงจากรถถือไม้ไปขัดขวาง ทำให้ พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ทราบข่าวนำกำลังมาระงับเหตุได้ทัน ขอให้กลุ่มเสื้อแดงเลิกปิดถนนโดยไม่มีเหตุการณ์ปะทะ จากนั้นกลุ่ม กปปส.ได้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ข่มขู่และกักขังหน่วงเหนี่ยว

เมืองสองแควจุดเทียนหนุน ลต.

เวลา 18.00 น. กลุ่มคนรักประชาธิปไตยผู้มีหัวใจรักสงบ รักสันติภาพ ต่อต้านความรุนแรงใส่เสื้อสีขาวถือลูกโป่งสีขาวมารวมตัวกันพร้อมจุดเทียนสีขาวแสดงสัญลักษณ์สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งบริเวณหน้าสถานีรถไฟพิษณุโลก โดยแกนนำได้กล่าวปราศรัยและนัดหมายแสดงพลังร่วมกันปกป้องประชาธิปไตยในวันที่ 13 ม.ค. เวลา 08.00 น. ที่สนามกีฬากลางพิษณุโลก ก่อนเคลื่อนขบวนไปรอบเมืองพิษณุโลก นอกจากนี้ทางกลุ่มส่องแสง ไม่ส่งเสียง พิษณุโลก ได้เชิญผู้เข้าร่วมชุมนุมไปรวมตัวกันที่เวทีสวนชมน่าน ถนนพุทธบูชา เพื่อร่วมกิจกรรมเขียนสันติภาพบนผืนผ้า อ่านแถลงการณ์ต่อต้านรัฐประหาร และสนับสนุนการปฏิรูปในระบอบประชาธิปไตย

ปิดถนน 6 เลนหน้าสวนจตุจักร

เมื่อเวลา 19.30 น. ที่บริเวณหน้าสวนจตุจักร ถนนพหลโยธินขาออก ตรงข้ามธนาคารทหารไทยสำนักงานใหญ่ โดยนายอิสระ สมชัย แกนนำ กปปส.เดินทางมาปักหลักชุมนุมปิดการจราจร ถนนพหลโยธินขาออกด้านหน้าสวนจตุจักรทั้ง 6 เลน พร้อมกางเต็นท์เป็นพื้นที่ชุมนุม ตั้งโรงครัว โดยใช้รถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีชั่วคราว รวมถึงผู้ชุมนุมตัดกุญแจทางเข้าสวนจตุจักร เพื่อใช้พื้นที่ในสวนจตุจักรเป็นที่พักค้างแรมของผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดที่ทยอยมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บนเวทีปราศรัยได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมออกมาแสดงพลังตั้งแต่เวลา 00.00 น. พร้อมปิดห้าแยกลาดพร้าวอย่างถาวร โดยจะปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณหน้าสวนจตุจักรจะไม่ไปชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าวเพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุของผู้ไม่หวังดี และเป็นพื้นที่ในการดูแลความปลอดภัยได้ยาก

เริ่มปิดอนุสาวรีย์ชัย–แยกอโศก

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ม.ค. กลุ่ม กปปส. นำรถกระบะนับสิบคันมาจอดปิดกั้นเลนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2 เลน ฝั่งด้านหน้า รพ.ราชวิถี ส่วนที่เหลือ 4 เลนรถยังใช้ได้ตามปกติ โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังนั่งอยู่ท้ายรถเพื่อรอนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ที่จะเดินทางมาสมทบตั้งเวทีปราศรัยและเต็นท์สำหรับพักอาศัย ซึ่งการจราจรทั่วไปยังใช้ได้ปกติ  ส่วนที่บริเวณแยกอโศก ถนนเพชรบุรี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส.เดินทางมาตั้งเวทีด้านแยกอโศก  เบื้องต้นยังไม่พบการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมการจราจรยังใช้ได้ปกติ

“สุเทพ” โวชุมนุมเป็นประวัติศาสตร์โลก

เมื่อเวลา 22.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยบนเวทีว่า ไม่เคยมีการชุมนุมครั้งไหนมาชุมนุมมากมายเท่ากับมวลมหาประชาชนทั้งในไทยและในโลก นับตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลกที่มวลมหาประชาชนลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลทรราช และเราจะเป็นฝ่ายชนะ วันนี้เราจะเปิดเวทีอีก 8 แห่ง เมื่อเสร็จภารกิจเราก็กลับบ้าน เป็นประชาชนคนธรรมดา ตนไม่เป็นนักการเมืองอีกแล้วในชีวิตนี้ 2 เดือนที่ผ่านมา เราเทกันหมดหน้าตัก พวกนั้นยึดเงินเป็นอำนาจ ประเมินทุกอย่างเป็นตัวเลข  เขาสงสัยทุกวันว่ากำนันสุเทพเอาเงินที่ไหนมาจ้างมวลมหาประชาชน จึงมามากมาย บางคนไปรายงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม บอกว่าตนเอาเงินไปหว่านฝั่งธนฯ 20 ล้าน แล้วเก็บกลับมา 4-5 ล้าน นั่นสมองของมัน

ปูดมีคนเจรจาให้พามวลชนกลับบ้าน

นายสุเทพกล่าวอีกว่า หลายคนพยายามมาเจรจากับตน บอกสุเทพ หยุดเถอะ พาประชาชนกลับบ้าน ตนตอบไปว่า ตนเป็นเพียงร่างทรงของมวลมหาประชาชนเท่านั้น ชาวไทยเก็บกดสะสมมาเป็น 10 ปี ถูกระบอบทักษิณกดขี่ ย่ำยี ทนไม่ได้ จึงลุกมาต่อสู้ไม่ให้ระบอบทักษิณปกครองแผ่นดินนี้อีกต่อไป จึงได้ตอบท่านเหล่านั้นไปว่าอย่านำข้อเสนอใดมาเสนอกับตน ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดที่จะรับได้ รับได้อย่างเดียวคือระบอบทักษิณหมดจากประเทศไทย เราจะได้ปฏิรูปประเทศด้วยมือประชาชน โดยไม่มีนักการเมือง พรรคการเมือง มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือทำเพื่อลูกหลานของเรา

ลั่นประชาชนไม่มีวันพ่ายแพ้

นายสุเทพกล่าวว่า ตนขอประกาศ ณ คืนที่มีความสำคัญคืนนี้ว่ามวลมหาประชาชน ไม่สามารถรับข้อเสนอ ข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ต่อสู้ครั้งนี้แพ้เป็นแพ้ ชนะเป็นชนะ ไม่มีเสมอ ไม่มีวินวิน ถ้าระบอบทักษิณชนะ ตนก็จะเข้าคุก คงตายในคุกเพราะ 65 ปีแล้ว แต่ถ้าชนะประเทศไทยจะเห็นแสงสว่าง จะไม่มีนักการเมืองคนไหนมาย่ำยีประชาชนอีก พวกโลกสวยพยายามประนีประนอม ขอออมชอม จะให้พูดกับรัฐบาลอย่างไร คุณสุเทพจึงจะพาประชาชนกลับบ้านได้ ตนจึงบอกว่าตนไม่สามารถพาประชาชนกลับได้ ประชาชนต้องการรู้ว่าแพ้หรือชนะ เขาลงทุน ลงแรงมามาก ลงทุนมาขนาดนี้ ไม่เอาแค่เสมอ แพ้ชนะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ตนมั่นใจว่าประชาชนไม่แพ้ ไม่มีวันแพ้เด็ดขาด ส่วนจะชนะวันไหนอย่างไร ไม่ใช่หมอดู ตอบไม่ได้ รู้แต่ไม่แพ้ก็แล้วกัน จุดตัดสินของการแพ้ชนะคราวนี้ นอกจากประชาชนแล้ว ความ สำคัญอยู่ที่ข้าราชการ ถ้าตัดสินได้เด็ดขาดว่าระหว่างรัฐบาลทรราชกับมวลมหาประชาชน เขาเลือกข้าง ประชาชน จะเป็นวันชัยชนะเด็ดขาดของเรา

ขยายเพิ่มเป็น 8 เวทีทั่ว กทม.

นายสุเทพกล่าวว่า วันที่ 13 วันปฏิบัติการของเราจะมี 8 เวที แจ้งวัฒนะมี 2 เวที คือเวทีตั้งที่หน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มี กปปส.นนทบุรีและหลวงปู่พุทธะอิสระดูแล และเวทีแจ้งวัฒนะที่กับถนนถนนวิภาวดี มีนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เวทีห้าแยกลาดพร้าว มีนายอิสสระ สมชัย ดูแล แยกปทุมวันนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มวลชนจากตรัง สุราษฎร์ธานี แยกราชประสงค์นายเสรี วงษ์มณฑา นายชุมพล จุลใส แยกอโศก นายสกลธี ภัททิยกุล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แยกลุมพินี มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เวทีอนุสาวรย์ชัยสมรภูมิ มีนายถาวร เสนเนียม ดูแล นอกจากนี้กองทัพธรรมจะอยู่เวทีราชดำเนิน เพื่อเก็บไว้ฉลองชัยชนะ

“นิติธร” ขู่บุกปิดตลาดหลักทรัพย์

เมื่อเวลา 20.15 น.นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวบนเวทีปราศรัยว่าหากมีการทำร้ายประชาชนในทั้ง 8 เวทีของ กปปส. คปท.ส่วนหนึ่งจะเคลื่อนที่เร็วไปปกป้องพี่น้องประชาชนทั้ง 8 เวที อีกส่วนที่อยู่บนถนนพิษณุโลก จะย้ายเข้าทำเนียบทันที ถ้านักธุรกิจจะออกมาอยู่กับประชาชนให้รีบตัดสินใจออกมาก่อนวันที่ 15 ม.ค. ส่วนถ้าภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้เช่นกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ ลาออกจากรัฐบาลรักษาการ คปท.จะไปยึดตลาด หลักทรัพย์ทันที อีกทั้งตนทราบมาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมตัวบินออกนอกประเทศ ดังนั้น ตนจะให้เวลาถึง 15 ม.ค.นี้ถ้ายังไม่ออกนอกประเทศ คปท.จะไปปิดวิทยุการบิน ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการสัญจรทางอากาศ ให้ไม่มีใครสามารถบินออกไปได้ทั้งประเทศ และภารกิจนี้ คปท.จะเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด โดย กปปส.ซึ่งเป็นเวทีใหญ่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนพร้อมที่จะรับผิดทางกฎหมายเอง

13 ม.ค. 2557 08:31 13 ม.ค. 2557 08:31 ไทยรัฐ