วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรรพากรปรับปรุงค่าลดหย่อน

หวังเพิ่มความเป็นธรรมคนจ่ายภาษีเงินได้

สรรพากรเตรียมพิจารณาปรับปรุงค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้มีความเหมาะสม ลดเหลื่อมล้ำให้ผู้มีรายได้ต่ำลงมาใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มที่มากขึ้น ย้ำนโยบายลดหย่อนภาษีช่วยทั้งประชาชนผู้เสียภาษีและกลุ่มธุรกิจ

นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรกำลังพิจารณาทบทวนเรื่องค่าลดหย่อนภาษีและยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 20 รายการ ให้มีความทันสมัยและเป็นธรรมต่อผู้ที่มีรายได้น้อยมากขึ้น เนื่องจากการหักค่าลดหย่อนบางรายการ เอื้อประโยชน์ต่อคนที่มีรายได้สูงมากเกินไป เช่น การซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ)

“กรมกำลังพิจารณาว่าจะปรับปรุงเรื่องการหักค่าลดหย่อนและการเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร ถึงจะมีความเหมาะสมกับเศรษฐกิจและโครงสร้างของสังคมที่สุด เนื่องจากผู้ที่มีรายได้สูงๆหรือเกินกว่า 3 ล้านบาทต่อปี สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่ เช่น แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ สามารถซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้หรือไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมทั้ง 2 ฝั่งแล้ว ผู้ที่มีรายได้สูงสามารถหักค่าลดหย่อนจากทั้ง 2 รายการได้สูงสุดถึง 1 ล้านบาท ส่วนคนที่มีรายได้น้อยกว่า เช่น รายได้ปีละ 1 ล้านบาท หากต้องการใช้สิทธิอย่างเต็มที่แต่ก็จะถูกกำหนดที่เพดานสูงสุดที่ไม่เกิน 15% หรือคิดเป็นเม็ดเงินไม่เกิน 150,000 บาท รวม 2 ฝั่งก็ประมาณ 300,000 บาท”

นายสุทธิชัยกล่าวว่า แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟจะหมดอายุการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปี 2559 โดยในปี 2559 จะเป็นปีสุดท้ายที่ผู้มีเงินได้จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ยังไม่ถึงเวลาที่กรมจะพิจารณาว่าสมควรจะยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีของแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟหรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าควรมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น  เนื่องจากมีการใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวมาหลายปีแล้ว

“ปัจจุบันโครงการการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯก็เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังคาดหวัง คือการเพิ่มจำนวนนักลงทุนประเภทสถาบันในตลาดหุ้น ลดความตื่นตระหนกของนักลงทุนรายย่อยและการเพิ่มการออมให้แก่คนไทยในประเทศ ตลาดหุ้นก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ทำให้ประชาชนมีความรู้ทางด้านการลงทุนมากขึ้น”

นายสุทธิชัยกล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมา กรม สรรพากรมักจะใช้เรื่องการหักค่าลดหย่อนและการยกเว้นภาษีเพื่อสนับสนุนธุรกิจบางประเภทที่เห็นว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์ เช่น การหักค่าลดหย่อนจากดอกเบี้ยผ่อนชำระที่อยู่อาศัย การหักค่าลดหย่อนจากการซื้อประกันชีวิต เป็นต้น ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยหรือบ้านเป็นของตนเองได้มากขึ้นหรือมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้นหากซื้อประกันชีวิต เป็นต้น ซึ่งหากกรมสรรพากรยกเลิกหรือลดค่าลดหย่อนบางรายการ ก็เท่ากับเป็นการลดการสนับสนุนจากภาครัฐที่มอบให้แก่เอกชน ซึ่งก่อนหน้านี้มีแนวคิดที่จะยกเลิกรายการค่าลดหย่อนบางประเภทลง จากปัจจุบันมีวงเงินในการลดหย่อนทั้งหมด 1.5 ล้านบาท ให้เหลือหักค่าลดหย่อนเป็นแบบเหมาจ่ายได้ไม่เกิน 750,000 บาท

ทั้งนี้ ในปัจจุบันรายการหักค่าลดหย่อนประกอบด้วย การศึกษาบุตรสูงสุด 3 คน เป็นเงิน 6,000 บาท บิดาและมารดา 120,000 บาท ประกันบิดาและมารดา 15,000 บาท คนพิการ 60,000 บาท ประกัน ชีวิต 100,000 บาท กบข./กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/อาร์เอ็มเอฟ/ประกันบำนาญ 500,000 บาท แอลทีเอฟ 500,000 บาท ดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อบ้าน 100,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท รวมเป็นยอดเงินกรณีที่ได้หักค่าลดหย่อนได้สูงสุด 1.515 ล้านบาท.

สรรพากรเตรียมพิจารณาปรับปรุงค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้มีความเหมาะสม ลดเหลื่อมล้ำให้ผู้มีรายได้ต่ำลงมาใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มที่มากขึ้น ย้ำนโยบายลดหย่อนภาษีช่วยทั้งประชาชนผู้เสียภาษีและกลุ่มธุรกิจ... 13 ม.ค. 2557 02:36 ไทยรัฐ