วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'องอาจ' ป้อง 'กปปส.' ชุมนุมสงบ

"องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" ป้อง กปปส.ชุมนุมสงบ ดักคอรัฐบาลอย่าหนุนให้เกิดความรุนแรง ยก 3 เหตุ รัฐบาลบิดเบือนใส่ร้ายผู้ชุมนุม จี้นายกฯลาออก

วันที่ 12 ม.ค. 57 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยกระดับกดดันรัฐบาลของ กปปส.ที่จะใช้ปิดกรุงเทพฯ เพื่อให้นายกฯลาออกจากการรักษาการเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งว่า นายกฯยังไม่คิดที่จะหาทางออกให้ประเทศชาติ มีแต่หาทางออกให้ตัวเอง เพราะนับตั้งแต่ประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯ ก็มีกระบวนการสร้างกระแสว่า จะเกิดความรุนแรงเพื่อเป็นเงื่อนไขให้มีการปฏิวัติที่สมรู้ร่วมคิดกัน ระหว่างทหารกับ กปปส. ซึ่งกลุ่มกปปส.ได้ปฏิเสธชัดเจนแล้ว

ทั้งนี้ ตนเห็นว่าหากจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็ต้องมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุม กับกลุ่มมวลชนจัดตั้งหรือกับเจ้าหน้าที่ ที่เริ่มมีการใช้อาวุธโจมตีในที่ชุมนุมต่อเนื่องอย่างที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้คนเสื้อแดงมาปะทะกับกลุ่มมวลชนที่ต่อต้านรัฐบาล ซึ่งสอดรับกับกระแสปลุกปั่นว่าจะเกิดความรุนแรงจนนำไปสู่การรัฐประหาร ซึ่งตนมั่นใจว่าการชุมนุมของประชาชนจะไม่นำไปสู่ความรุนแรง หากรัฐบาลปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบอย่างเต็มที่ เพราะมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง ดูแลผู้ชุมนุมที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญไม่มีอาวุธ

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้รัฐบาลเป็นผู้ดูแลกองกำลังที่จะระงับยับยั้งไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้ จึงหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องปฏิบัติภารกิจของตัวเองป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงกับประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไร ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือกติกาประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เพราะไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหาประเทศที่แท้จริง ไม่ใช่ทางออกของวิกฤติบ้านเมือง จึงหวังว่าในการชุมนุม 13 ม.ค.รัฐบาลจะไม่เป็นตัวการในการปล่อยให้มีการสร้างเงื่อนไขขึ้นมาโดยที่รัฐบาลไม่ระงับยับยั้งการสร้างเงื่อนไขดังกล่าว เพราะรัฐบาลมีภาระความรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าปล่อยให้มีการดำเนินการที่นำไปสู่ความรุนแรงหรือการรัฐประหาร ถือว่านายกฯและคณะรัฐบาลมีส่วนรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เกิดขึ้น ถ้านายกฯและรัฐบาลที่ชอบพูดว่าไม่ประสงค์เห็นความรุนแรงก็ต้องดูแลรักษาความสงบไม่ให้มีเงื่อนไขนำไปสู่การรัฐประหารและความรุนแรง

นายองอาจ กล่าวอีกว่า หลังการประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯของกลุ่ม กปปส. มีกลุ่มแนวร่วมของรัฐบาลออกมาสร้างสถานการณ์ด้วยข้อมูลเกินจริงพยายามชี้ให้ เห็นว่า การปิดกรุงเทพฯจะก่อให้เกิดปัญหา คือ 1. สร้างข่าวเท็จว่าสายการบินจะลดเที่ยวบินเดินทางมา กทม.หลายร้อยเที่ยวบิน แต่ตรวจสอบแล้วพบว่า มีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินไม่กี่สายเท่านั้น 2. มีการแจกใบปลิวเท็จใส่ร้าย กปปส.ว่าจะปิดการจราจรในกทม.ทั้งหมด แถมจะปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ตัดน้ำตัดไฟทั่วกทม. ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่ทำเพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้ชุมนุม 3. ใช้เจ้าหน้าที่รัฐ อาทิ นครบาลสร้างข่าวว่าจะมีมือที่สามเข้ามาก่อเหตุรุนแรงสร้างสถานการณ์

จึงขอให้นครบาลทำหน้าที่ระงับยับยั้ง ไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าไม่ทำ ก็แสดงว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ สร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายป้ายสีไม่ให้มีคนมาชุมนุม ดังนั้น นายกฯต้องพิจารณาข้อเรียกร้องที่ขอให้ลาออกจากเพื่อยุติปัญหา จึงอยู่ที่จิตสำนึกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าจะทำเพื่อชาติบ้านเมืองหรือเพื่อครอบครัวที่จะยุติปัญหาหรือสร้างปัญหา ให้กับประเทศชาติ เพราะการชัตดาวน์ กทม.คือการชัตดาวน์ระบอบอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

"องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" ป้อง กปปส.ชุมนุมสงบ ดักคอรัฐบาล อย่าหนุนให้เกิดความรุนแรง ยก 3 เหตุ รัฐบาลบิดเบือนใส่ร้ายผู้ชุมนุม จี้ นายกฯลาออก 12 ม.ค. 2557 12:39 ไทยรัฐ