วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปัตย์โหมกระแสผ่าตัดใหญ่ประเทศไทย "ล็อก" ทุกประตูปูทางปฏิรูป

เมื่อถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่พิกัดปลายทางปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีหลายองค์กรพยายามฝ่าด่านบนหนทางที่มืดมน ผลักดันไปสู่เป้าหมายดังกล่าวให้ได้

หนึ่งในนั้นมีพรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดโรดแมปปฏิรูปประเทศไทย “ขจัดคอร์รัปชัน มุ่งมั่นปฏิรูป” จะนำไปสู่ภาคปฏิบัติจริงระดับไหน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

โดยเริ่มต้นบอกถึงการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ทำอยู่ เปิดกว้างให้คนหน้าใหม่เข้ามา มีคนช่วยงานพรรคเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ขอปกปิดชื่อ ไม่อยากออกหน้า กลัวจะเดือดร้อน

หากใครเปิดหน้าเข้าพรรคนี้จะถูกฝ่ายตรงข้ามตราหน้าว่าอยู่ฝั่งนี้ หรือแค่บริจาคเงินช่วยเราก็ถูกดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เรียกไปสอบสวน เมื่อการเมืองตกอยู่ในสภาพเช่นนี้พรรคการเมืองจะพัฒนาได้อย่างไร ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไม่เคยทำเช่นนี้

มีคำถามถูกโจมตีว่าพรรคประชาธิปัตย์กลัวแพ้เลือกตั้ง จึงไม่ส่งคนลงสมัคร ส.ส. หากส่งผู้สมัครยังสามารถกลับเข้ามามีอำนาจผลักดันปฏิรูปประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ บอกว่าผมไม่เคยกลัวแพ้ หากพ่ายแพ้เราก็เป็นฝ่ายค้านได้ แต่ขอถามกลับบ้างว่าพวกคุณไม่โกงการเลือกตั้งได้บ้างหรือไม่

ฝ่ายตรงข้ามบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็โกงเลือกตั้งเหมือนกัน นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ขอให้ศาลตัดสินซิ วันนี้สมมติพรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง ประชาชนที่ชุมนุมจำนวนมากก็ไม่หยุด แล้วจะเหมารวมว่านักการเมืองทุกพรรคเหมือนกันหมด หรือวันนี้คุณยังไม่รู้ว่าประชาชนกำลังปฏิเสธการเมืองแบบเดิม คือโกงเสร็จก็ชนะแล้วมาอ้างว่าเป็นเสียงข้างมาก

ฉะนั้นในเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยอย่าหลอกตัวเองว่าการเลือกตั้งแบบเดิมๆ ในวันที่ 2 ก.พ. จะทำให้ประเทศเดินหน้าสู่ความเป็นปกติ ราบรื่น สังคมส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้นแล้วถ้าพรรคการเมืองสนใจแค่แย่งชิงคะแนนเสียง ทำนโยบายประชานิยม มันจะปฏิรูปประเทศตรงไหน

สถานการณ์การเมืองอย่างนี้ประเทศถูกบังคับให้เริ่มต้นเดินเส้นทางปฏิรูป เป็นตามความต้องการของสังคมที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ในสังคมมีความเห็นหลากหลาย ก็เริ่มมีแนวทางคล้ายกัน

พรรคการเมืองมีหน้าที่จะทำอย่างไรถึงเดินหน้าปฏิรูปได้ สำหรับผมวันนี้ไม่ได้คิดถึงเรื่องอำนาจ ฝ่ายไหนชนะผมก็ไม่มีอำนาจ แต่คิดจะเดินหน้าสู่การปฏิรูปบนเส้นทางตามรัฐธรรมนูญ การที่พรรคประชาธิปัตย์บอยคอตไม่ลงเลือกตั้งถือเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งและขับเคลื่อนทำให้เกิดการปฏิรูป หากเราลงเลือกตั้งตามปกติการปฏิรูปอาจจะยังไม่เกิดขึ้นก็ได้ กปปส.ก็มีบทบาทเยอะมาก รัฐบาลได้รับเครดิตไปด้วยที่ทำตัวอย่างนี้ จึงเกิดกระแสการปฏิรูปมากมาย

ถ้าถามว่าเป็นกังวลหรือไม่ว่าการปฏิรูปจะสำเร็จ ขอบอกว่าโอกาสการปฏิรูปประเทศไทยไม่เคยมีเท่านี้มาก่อน แต่บทเรียนที่ผ่านมากรอบเวลาที่จะปฏิรูปมันไม่ยาว พอทอดเวลาไปสักระยะหนึ่งพลังของการเปลี่ยนแปลงจะลดลง และพลังของฝ่ายที่พยายามรักษาระบบเดิมจะค่อยๆ รุกคืบเข้ามาแทนที่

พรรคประชาธิปัตย์จึงเปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ ครอบคลุมด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แบ่งเป็นด้านการขจัดและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ด้านการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ด้านระบบราชการและการกระจายอำนาจ ด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้านลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการศึกษา และด้านสื่อมวลชน

ต่อจากนี้จะรวบรวมประเด็น วิเคราะห์ หามาตรการการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และเชิญชวนประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ทุกด้านมีการปรับแต่งได้ ไม่ผูกขาดความคิด

ในจังหวะที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร สามารถเริ่มปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย มีช่องทางที่สามารถทำได้ อาทิ หลักเกณฑ์การหาเสียง ปัญหาการหลอกลวงประชาชนด้วยนโยบายประชานิยม

ส่วนด้านอื่นๆ เมื่อมีองค์กรปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง สมควรเดินหน้าได้ เช่น ด้านการทุจริต เตรียมข้อมูลไว้ให้พร้อม ไม่ใช่พอหลังการเลือกตั้งมีรัฐบาลแล้วมาเริ่มต้นนั่งนับหนึ่ง ใช้เวลา 1 ปีถึง 1 ปีครึ่งในการศึกษา

วันนี้ต้องทำให้มันพร้อม โดยทุกฝ่ายร่วมกันยกร่างกฎหมายฉบับต่างๆ ที่นำไปสู่การปฏิรูปทุกด้าน เริ่มต้นจากกฎหมายเกี่ยวกับคอร์รัปชัน 4 ฉบับ คือ กฎหมายปราบทุจริต กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง แก้กฎหมายข้อมูลข่าวสาร กฎหมายอำนวยความสะดวกทางราชการ

อาทิ เมื่อยกร่างกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างจะต้องทำกระบวนการกำหนดราคากลางทุกโครงการตั้งแต่เล็กจนถึงเมกะโปรเจกต์ เมื่อได้ราคากลางสะท้อนต้นทุนจริงจะโกงไม่ได้ โครงการต่างๆ ยังมีรูปแบบการทุจริตที่หลากหลายการฮั้ว  การจัดอีเวนต์ จัดหาระบบไอที ค้าจ้างที่ปรึกษา ขอยกตัวอย่างโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จ่ายค่าที่ปรึกษา 7 หมื่นล้านบาท อุปกรณ์ไอทีซื้อแพงกว่าที่ควรจะเป็นสี่เท่า

หรือกรณีการแก้กฎหมายข้อมูลข่าวสาร ทำมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้เข้มข้น เช่น การเปิดเผยทรัพย์สินของอธิบดีกรมต่างๆ มีเท่าไหร่ ตกใจหรือไม่เป็นข้าราชการตลอดชีวิต มาเล่นการเมืองครั้งแรกเปิดบัญชีแสดงทรัพย์สินมีนับร้อยล้านบาท

เมื่อได้ข้อสรุปแล้วต่อไปจะทำโยงถึงการเสียภาษี เช่น แจ้งมีทรัพย์สิน 300 ล้านบาท แต่เมื่อย้อนหลังไป 20 ปีเสียภาษีรายได้เท่าเงินเดือนจะต้องชี้แจงว่าเงิน 300 ล้านบาทมาจากไหน มาจากมรดก จากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือใครให้มา ทั้งหมดจะมีส่วนช่วยขจัดแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

วันแรกที่รัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ต้องประกาศว่าจะทำกฎหมาย 4 ฉบับนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด ใช้เวลา 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือนเสร็จ ประเด็นเหล่านี้มีประโยชน์ในการขับเคลื่อน ดีกว่าที่พรรคประชาธิปัตย์กระโดดลงไปนั่งทะเลาะว่าจะปฏิรูปประเทศโดยใช้สภาปฏิรูป สภาประชาชน หรือองค์กรอะไร โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า พิมพ์เขียวของพรรคประชาธิปัตย์จะมีอุปสรรคต่อการผลักดันให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. หรือรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติหรือไม่ อย่างไร นายอภิสิทธิ์บอกเรื่องนี้ไว้ก่อนวันเด็กแห่งชาติว่าเส้นทางแรกหาก กปปส.ชนะถึงอย่างไรจะต้องเดินหน้าปฏิรูปตามที่ประกาศไว้

เส้นทางที่สองถ้าพรรคเพื่อไทยสุดๆ ไปเลยชนะเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อย่างเรียบร้อย ราบรื่น รัฐบาลก็ต้องปฏิรูป หากไม่ทำจะถูกแรงกดดันจากสังคม เส้นทางที่สามตามที่ถามว่าเมื่อเกิดการปฏิวัติ ถามว่าคนปฏิวัติกล้าที่จะไม่ปฏิรูปหรือไม่ ผมว่าไม่กล้า

ถ้า กปปส.หรือรัฐบาลไม่ชนะและไม่มีการปฏิวัติ คิดว่าจะเกิดทางเลือกใหม่เป็นทางที่สี่ ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเห็นว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่ใช่คำตอบ ปฏิเสธการปฏิวัติ คนเหล่านี้กำลังผนึกกำลังกัน ในที่สุดจะกลายเป็นมวลมหาองค์กร ที่พยายามเอาประเด็นการปฏิรูปต่างๆ มาทำให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ไม่มีกฎหมายรองรับองค์กรที่เป็นเจ้าภาพปฏิรูปตามแนวทางที่สี่ จะทำอย่างไรให้เข้าสู่กระบวนการปฏิบัติได้จริง นายอภิสิทธิ์บอกว่า เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องมาหาข้อยุติถึงสถานะขององค์กร ความเป็นกลาง รูปแบบกติกา เมื่อมีข้อเสนอจะมีผลบังคับให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และอำนาจนิติบัญญัติจะต้องปฏิบัติตาม

ถึงได้บอกว่ากระบวนการปฏิรูปจะต้องเริ่มต้นก่อนการเลือกตั้งและจะไม่มีทางเสร็จก่อนเลือกตั้ง ไม่มีทางเสร็จก่อนจะได้สภาผู้แทนราษฎร สภาฯต้องออกกฎหมายเพื่อให้การปฏิรูปสำเร็จ แต่พรรคเพื่อไทยดูบริบทของสถานการณ์จะต้องเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ท่ามกลางประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

ถ้ารัฐบาลยอมรับความจริงและมาหาข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งจะต้องทำอย่างไรถึงมีการปฏิรูปได้จริง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้ง ถ้าสามารถมาคุยในกรอบนี้ได้จะนำไปสู่ทางเลือกที่สี่ แต่ถ้ารัฐบาลเดินหน้าเลือกตั้งแบบปกติ สุดท้ายจะสร้างวิกฤติซ้อนวิกฤติ ไม่สามารถปฏิรูปประเทศได้

ไปสู่จุดหมายทางเลือกที่สี่ยากแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ยาก เพราะเป็นการเดินบนเส้นทางที่ต้องตอบโจทย์ทุกฝ่ายและองค์กรที่เกิดขึ้นมาตามแนวทางนี้จะต้องทำพื้นที่ตรงกลางให้ขยายเพิ่มจำนวนมากขึ้น

วันนี้ 7 องค์กรภาคธุรกิจบวกองค์กรอื่นๆ มีศักยภาพทำได้โดยไม่ขัดแย้งกับรัฐบาลหรือ กปปส. แค่ขยายพื้นที่ตรงกลางให้เห็นว่าไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้งและไม่ปฏิเสธการปฏิรูป

องค์กรนี้จะแตกต่างกับสภาปฏิรูปที่รัฐบาลผลักดันอยู่ ซึ่งออกคำสั่งหรือระเบียบโดยทางราชการ ทันทีที่มีคำสั่งทางราชการคนในสังคมก็หวาดระแวงแล้ว

หากเป็นองค์กรที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากคำสั่งทางราชการ มีโรดแมปปฏิรูปประเทศไทยออกมา ต้องมีรูปแบบที่มัดแน่นทุกพรรคการเมืองก่อนนำไปสู่การเลือกตั้ง

เมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่ต้องปฏิรูปประเทศตามโรดแมปทันที.


ทีมข่าวการเมือง