วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บันกีมูน'เตือนไทย ยึดสันติ อย่าใช้ความรุนแรง


เลขายูเอ็นห่วงชัตดาวน์กทม. ‘เทือก’ขู่ไล่‘ปู’พ้นจากประเทศ บิ๊กตู่วอนอย่าถามเรื่องปฏิวัติ

ลุ้นระทึกชัตดาวน์กรุงเทพฯ 13 ม.ค. “ประยุทธ์” เด้งเชือกไม่ตอบกองทัพขยับยึดอำนาจหรือไม่ วอนทุกฝ่ายช่วยแก้วิกฤติชาติ หวั่นสถานการณ์รุนแรงปะทะเดือด กห.สยบข่าวลือแจงหลังเสร็จภารกิจงานวันเด็ก-สวนสนามวันกองทัพไทย ทยอยขนอาวุธยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้งต่างจังหวัดทันที “นิคม” ชี้เปรี้ยง 12 ม.ค. มีโอกาสสูงถูกปฏิวัติ รอง ผบช.น. เตือนผู้เข้าร่วมแบงค็อก ชัตดาวน์ ระวังถูกมือที่สามจัดฉาก นปช.รู้ทันถูกขุดหลุมล่อ เบรกคนเสื้อแดงอย่าหลงกลเข้าสู่เกมรัฐประหาร กลุ่มเยาวชนบุกกองทัพไทยค้านทหารออกโรง เพื่อไทยกดดัน ผบ.ทบ. พูดให้ชัดไม่ขยับรถถัง กปปส.ซัดรัฐสร้างเหตุสกัดมวลชนเข้าเมืองหลวง กลุ่มค้านปิดเมืองจัดแรลลี่เปิดไฟต้าน “บัน กี มูน” ห่วงไทยทวีความรุนแรงหนัก แนะสองขั้วการเมืองยึดแนวสันติแก้ปัญหา

หน่วยงานภาครัฐ ทหาร-ตำรวจ รวม 96 กองร้อย เตรียมพร้อมรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค.ของกลุ่ม กปปส. ที่เหตุการณ์อาจบานปลายถึงขั้นกองทัพออกมายึดอำนาจ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เด้งเชือกไม่ยอมตอบคำถามว่าจะมีการ ปฏิวัติหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์เขม็งเกลียวหนักขึ้นทุกที เกิดเหตุปะทะเป็นหย่อมๆ และ กปปส.ต่างจังหวัดทยอยเข้า กทม.สมทบที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

“ประยุทธ์” วอนทุกฝ่ายช่วยแก้วิกฤติ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. เวลา 08.00 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก และคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ที่กองทัพบกจัดขึ้น จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีต่างชาติมีความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยว่า ต่างชาติกังวลไม่เป็นอะไร อย่าไปสนใจเขามากนัก อยู่ที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันสร้างความมั่นคงเกิดขึ้นในประเทศให้ได้ คนไทยต้องแก้ปัญหาของคนไทยด้วยกันเอง เราต้องแก้ของเรากันเองให้ได้ ถ้าเราแก้ไม่ได้จะเป็นประเทศไทยได้อย่างไร คนไทยต้องแก้ปัญหาของคนไทยให้ได้ ไม่ต้องไปให้คนอื่นมาแก้

ว้ากเลิกถามกองทัพปฏิวัติหรือไม่

เมื่อถามว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คิดว่าประเทศไทยผ่านเวลาวันเหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว จึงคิดว่าน่าจะผ่านพ้นได้ดีอีกครั้งหนึ่งประเทศไทยเป็นแผ่นดินแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เป็นแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉะนั้นสิ่งที่เลวร้ายน่าจะดีขึ้น ไม่สามารถพูดได้ว่าดีขึ้นได้ด้วยอะไร ทั้งนี้ยืนยันว่าจุดยืนของทหารอยู่บนแผ่นดิน ทหารก็ทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุด ดูแลประชาชนทุกฝ่ายให้ปลอดภัย เมื่อถามว่าขณะนี้สถานการณ์จะมีการปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “ถามเป็นจ่ายตลาดทุกวันเลยหรือไง ไม่มีใครเขาถามแบบนี้ เลิกถามได้แล้ว ถ้าเราถามอย่างนี้ทุกวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันทุกวัน เพราะทำให้ทุกอย่างแย่ลง สังคมภายนอกก็รับรู้รับทราบว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น”

ห่วงสถานการณ์รุนแรงปะทะเดือด

เมื่อถามอีกว่าเป็นห่วงสถานการณ์ที่ กปปส.จะปิด กทม. ในวันที่ 13 ม.ค. แค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะคนมีจำนวนมากและสถานการณ์ความรุนแรงก็เกิดขึ้นตลอด ดังนั้นอยากบอกให้ทุกฝ่ายอย่าปะทะ อย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน ความคิดเห็นต่างกันสามารถทำได้ แต่ทะเลาะหรือฆ่ากันไม่ได้ ดังนั้น ขอร้องว่าอย่าใช้ความรุนแรงและสังคมไทยต้องลดความรุนแรงลงให้ได้ ต่างฝ่ายต่างตั้งป้อมใช้ความรุนแรงต่อกัน มันไม่ได้ วันนี้สื่อก็ต้องช่วยเราด้วย โดยช่วยกันรณรงค์ให้ลดความรุนแรง

ทัพบกแจ้งทหาร รปภ.สถานที่สำคัญ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) ให้สัมภาษณ์กรณีทหารเข้าไปในพื้นที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่า ภารกิจดังกล่าว เนื่องจากหน่วยงานได้ร้องขอ ศอ.รส. เป็นไปตามแผนการใช้กำลังทหาร 37 กองร้อย สนับสนุนการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ สาธารณูปโภค อาทิ ทำเนียบรัฐบาลรัฐสภา ศูนย์ราชการ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการกองทัพบก กองบัญชาการกองทัพเรือ กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สนามบินสุวรรณภูมิ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 ช่องไทยพีบีเอส การประปาสามเสน การประปาบางเขน การไฟฟ้านครหลวง วิทยุการบิน สถานีรถไฟฟ้าสุขุมวิท

โปรดฟังอีกครั้ง กห.สยบข่าวลือ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ ผบก.สท.ในฐานะรองโฆษก ศอ.รส. พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ร่วมกันแถลงข่าว โดย พล.ต.สุรชาติกล่าวว่า ปัจจุบันเกิดข่าวลือในรูปแบบต่างๆมากมาย นำมาซึ่งความวิตกกังวล ความหวาดกลัวแก่สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธและยุทโธปกรณ์ ทั้งรถยานเกราะ รถถัง ปืนใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ จากต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงที่กำลังตึงเครียดของสถานการณ์การเมือง ทำให้ประชาชนคิดว่าเตรียมการเพื่อก่อการรัฐประหาร ทั้งๆที่กองทัพบกได้ชี้แจงไปแล้วว่านำมาใช้สวนสนามเนื่องในโอกาสวันกองทัพไทย ในวันที่ 18 ม.ค. ที่กองทัพภาคที่ 1 ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน

แจงวันขนยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้ง

พล.ต.สุรชาติกล่าวอีกว่า ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ได้นำมาใช้ในงานวันเด็กจะเคลื่อนย้ายกลับในเย็นวันที่ 11 ม.ค. และเมื่อจบการสวนสนามในวันที่ 18 ม.ค. จะเคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดกลับในคืนวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าทหารทุกคนจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยร่วมกับตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและประชาชน ด้วยความตระหนักในความเป็นพี่น้องร่วมชาติอย่างแท้จริง โดยไม่ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด และยึดมั่นในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานพรปีใหม่ 2557 ความตอนหนึ่งว่า จะคิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวม และความเป็นไทยไว้เสมอ

รอง ผบช.น.ปูดมือที่สามเตรียมก่อเหตุ

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายกลุ่มได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกลุ่ม กปปส.ชุมนุมปิดกรุงเทพฯ และเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ได้มีการปะทะกันของกลุ่มต่างๆในหลายแห่ง ดังนั้น บช.น.ขอเตือนประชาชนที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมด้วยความห่วงใย อาจเกิดความไม่ปลอดภัยจากกลุ่มมือที่สามที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เพราะขณะนี้การข่าวพบว่ามีกลุ่มมือที่สามเตรียมที่จะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ส่วนเมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวลา 23.00 น. ตำรวจตั้งจุดตรวจที่บริเวณแยกเฉลิมกรุง ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้ คือ นายสุวัฒน์ กล่ำคำ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 84/1 หมู่ 2 ต.บางขุนทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พนักงานการไฟฟ้านครหลวงสำนักงานวัดเลียบ พร้อมด้วยของกลางเป็นปืนขนาด 9 มม. มีทะเบียน แมกกาซีนบรรจุกระสุนจำนวน 2 อัน มีดสปาร์ตา 1 เล่ม หลังจากผู้ต้องหาขับรถจี๊ป ทะเบียน ชณ 6664 กรุงเทพมหานคร ผ่านเข้ามามีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงเรียกตรวจค้นยังพบเสื้อผ้าหลายชุด พร้อมวิกผม หมวก สายนกหวีดลายธงชาติ จึงได้ควบคุมตัวส่ง พงส.สน.พระราชวัง

ผบ.ตร.หนุนผลิตโล่กันกระสุน

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เดินทางมาให้คำแนะนำแก่ตำรวจ ภ.จ.เชียงราย ที่รวมตัวกันทำโล่กันกระสุน โดยนำเอาแผ่นฟิล์มเอกซเรย์มาประยุกต์ติดกับโล่ประจำกายไว้ใช้ในการควบคุมฝูงชน พร้อมกับมอบอุปกรณ์สนับสนุนในเบื้องต้น เช่น เครื่องตัดกระดาษ คัตเตอร์ตัดกระดาษ และคัตเตอร์สำหรับตัดแผ่นฟิล์ม พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยว่า การทำโล่กันกระสุนของตำรวจเพื่อป้องกันตัวเองจากการควบคุมสถานการณ์ชุมนุมในขณะนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ในที่ตั้ง มีเพียงโล่พลาสติกที่ใช้ป้องกันตัวเท่านั้น เมื่อเห็นตำรวจ ภ.จ.เชียงราย ศึกษาวิธีการ และทดลองนำแผ่นฟิล์มเอกซเรย์มาทำเป็นโล่กันกระสุน จึงเดินทางมาให้คำแนะนำ พร้อมกับทำหนังสือเสนอไปยัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ขอสนับสนุนอุปกรณ์จัดทำ รวมถึงแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ ซึ่ง ผบ.ตร.ได้อนุมัติ และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ศอ.รส.กังวลม็อบชนม็อบ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.กล่าวว่า เหตุการปะทะที่บริเวณแยกคอกวัว และผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นได้รับรายงานเหตุการณ์แล้วและยังอยู่ระหว่างฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเกี่ยวกับชนิดของอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุพร้อมได้สั่งเร่งรัดให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดให้ชัดเจน ส่วนในวันที่ 13 ม.ค. ที่กลุ่ม กปปส.เตรียมนัดชุมนุมปิดพื้นที่กรุงเทพฯ ยอมรับมีความกังวลหากผู้ที่ไม่หวังดีจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงและการเผชิญหน้ากันของมวลชน เช่น เหตุการณ์ในพื้นที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ซึ่งมีการปะทะกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในทางการข่าวมีการเฝ้าระวังสถานที่ราชการทุกแห่ง ที่ฝ่ายความมั่นคงมีการวางแผนอยู่แล้ว ให้ตำรวจร่วมปฏิบัติการกับฝ่ายทหารเตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้ง เน้นการพูดคุยและเจรจา รวมถึงการดูแลด้านการจราจรบริเวณที่ได้รับผลกระทบให้สามารถใช้งานได้

25 มหาวิทยาลัยแจ้งปิด 12 แห่ง

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า ตามที่กลุ่ม กปปส.จะชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค. มีมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนที่คาดว่าได้รับผลกระทบรวม 25 แห่ง โดยมีสถาบันอุดมศึกษาที่แจ้งงดการเรียนการสอน/เลื่อนสอบ 12 แห่ง ดังนี้ งดการสอนวันที่ 13-15 ม.ค. มีจุฬาลงกรณ์ฯ ม.ธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ งดการสอนวันที่ 13-14 ม.ค. มี ม.ศรีนครินทรวิโรฒ  สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน  ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษ์ภูวนารถ และม.กรุงเทพ งดการสอนวันที่ 13 ม.ค. มี ม.ศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระและตลิ่งชัน ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ม.หอการค้าไทย และ ม. เซนต์หลุยส์ ส่วน ม. เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เลื่อนสอบกลางภาคจากเดิมสอบวันที่ 13-14 ม.ค. ออกไป และ ม.รามคำแหง เลื่อนการสอบซ่อมจากเดิมวันที่ 13-18 ม.ค. ไปเป็นวันที่ 10-14 ก.พ. ขณะที่มหาวิทยาลัยที่ยังไม่ประกาศงดการสอนและอยู่ระหว่างพิจารณา 13 แห่ง

“นิคม” ชี้เปรี้ยง 12 ม.ค. เสี่ยงถูก ปว.

นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิภา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวทหารจะทำปฏิวัติรัฐประหารว่า ยอมรับว่าข่าวหนาหูมากในโซเชียลมีเดีย มีโอกาสเกิดขึ้นได้วันนี้พรุ่งนี้ (12 ม.ค.) อยู่ที่เงื่อนไข โดยเฉพาะวันที่ 13 ม.ค. แต่ขอให้กองทัพพิจารณาด้วยความรอบคอบและคิดให้ดี เพราะการดำเนินการจะส่งผลเสียหายต่อประเทศอย่างมาก

คนนครฯเหมารถบัส 10 คันบุกกรุง

ด้านความเคลื่อนไหวของ กปปส.จังหวัดต่างๆ เมื่อเวลา 07.00 น. กปปส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ในแต่ละอำเภอได้เดินทางออกจากพื้นที่มุ่งหน้าไป กทม. เพื่อร่วมปิดกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ อ.เมือง ได้มีรถบัสขนาดใหญ่ จำนวน 10 คัน ออกจากบริเวณหน้าศาลาประดู่หก ถนนราชดำเนิน และบริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารไป กทม. และในช่วงบ่ายมีประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางโดยรถไฟไป กทม. ทั้งนี้ยังมีรายงานว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีหนังสือด่วนที่สุด จากส่วนการเจ้าหน้าที่ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่องการเปิดโอกาสให้คณาจารย์ พนักงาน นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองตามความเหมาะสมด้วย ส่วนที่ จ.ตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทา-นนท์ ผวจ.ตรัง ได้เตรียมมาตรการรับมือกลุ่มประชาชนฯปิด อ.เมืองตรัง 5 จุด ในวันที่ 13 ม.ค.ด้วย

ป่วนรถไฟสายใต้ระงับเดินทาง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ขณะที่ขบวนรถเร็วนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ จำนวน 15 โบกี้ กำลังจอดบริเวณชานชาลาและเตรียมจะออกจากสถานีต้นทางนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่การรถไฟประกาศว่าระงับการเดินรถทุกขบวนที่เดินทางไปกรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 11-14 ม.ค. แจ้งเหตุทางรถไฟขาดและสะพานชำรุดระหว่างสถานีบ้านวังก์ด้วน-ห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ประชาชน กปปส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 2,000 คน ที่ขึ้นไปนั่งรอบนขบวนรถ แสดงความไม่พอใจโกรธแค้นพร้อมใจกันเป่านกหวีดดังลั่น บางคนไม่พอใจเดินไปตีระฆังสัญญาณปล่อยรถ ในที่สุดแกนนำ กปปส.ฯตัดสินใจให้ทุกคนคืนตั๋วโดยสาร แล้วรวบรวมเงินค่าตั๋วเหมารถบรรทุก 10 ล้อ และรถบัสไปกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันที่สถานีรถไฟทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สถานีรถไฟยะลา สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา มีกลุ่ม กปปส.จะเดินทางไปร่วมชุมนุมนับพันคนไม่พอใจที่รถไฟหยุดให้บริการพร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาลเป็นต้นเหตุสกัดผู้ชุมนุม

อ้างเหตุซ่อมคอสะพานทรุด

นายวีระศักดิ์ แต้นำตระกูล นายสถานีรถไฟทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าคอสะพานบริเวณ กม.ที่ 328 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก ห่างจากสถานีบ้านวังก์ด้วน  ต.คลองวาฬ  อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์  ประมาณ 1 กิโลเมตร เกิดชำรุดต้องปิดซ่อมประมาณ 4 วันว่า ล่าสุดได้ประสานกับแขวงบำรุงทางให้เข้าตรวจสอบแล้วพบว่าคอสะพานทรุดเพียงเล็กน้อย อยู่ในระหว่างประเมินเตรียมซ่อมบำรุง หากปิดเส้นทางผู้บริหารคงต้องออกมาแจ้งให้ประชาชนที่ใช้บริการทราบ ขอยืนยันว่าขณะนี้รถไฟทุกขบวนยังวิ่งผ่านได้

ผู้ชุมนุมรวมเวทีอนุสาวรีย์ ปชต.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิป-ไตย ถนนราชดำเนิน กปปส.ได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ภายใต้ชื่อ “สร้างอนาคตชาติที่ราชดำเนิน” ทำให้บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า และในช่วงเย็นมีประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด ประชาชนที่อยู่ใน กทม. ทยอยเข้าร่วมสมทบ เพื่อรอฟังการเคลื่อนไหวปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. ทำให้มีผู้ชุมนุมหนาตากว่าวันที่ผ่านมา

ซัดรัฐก่อเหตุรุนแรงสกัดมวลชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เกิดเหตุรุนแรงขึ้น 4 กรณีรวมกรณี กปปส.ปทุมธานีถูกคนเสื้อแดงดักทำร้าย เหตุการบริเวณสี่แยกคอกวัว เกิดเสียงระเบิดและมีการ ยิงปืนใส่การ์ด และพี่น้องประชาชนจนบาดเจ็บ 7 ราย เหตุการณ์เขตบางบอน โดยก่อนเกิดเหตุนายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่หาเสียง มีเด็กอนุบาลออกมาเป่านกหวีด หลังจากนั้นเกิดเหตุขว้างก้อนอิฐและยิงปืนขู่เข้าร้านค้า ซึ่งเป็นร้านค้าของแม่เด็ก และกรณีสุดท้าย การ์ด กปปส.จังหวัดราชบุรี ถูกอาวุธลูกซองยิงเสียชีวิต ทั้ง 4 เหตุ-การณ์มีความผิดปกติ ชี้ให้เห็นว่ามีกระบวนหวังสร้างเหตุรุนแรงให้ประชาชนหวาดกลัว และบั่นทอนกำลังมวลมหาประชาชน ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค. ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลและตำรวจระดับผู้บัญชาการมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ

รถไฟวิ่งปกติหลังปิดซ่อมชั่วคราว

นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่ารถไฟสายใต้ประกาศงดวิ่ง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-14 ม.ค. โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างการซ่อมแซมบริเวณสถานีห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยากให้เจ้าหน้าที่การรถไฟชี้แจงกรณีดังกล่าว มิฉะนั้นจะคิดได้ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลสกัดมวลชน

ต่อมา 16.05 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวบนเวทีว่า กปปส.มอบให้นายสมศักดิ์ โกสัยสุข แนวร่วม กปปส.ให้ไปเจรจากับสหภาพการรถไฟเพื่อเปิดเส้นทางรถไฟสายใต้ ได้รับทราบข่าวดีสามารถเปิดเส้นทางได้แล้ว

คปท.ยกระดับกดดันบิ๊ก ขรก.

นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ให้สัมภาษณ์เผยถึงแผนการเคลื่อนไหวของ คปท.ในวันที่ 13 ม.ค.ว่า จากนี้ไป คปท.มียุทธศาสตร์เคลื่อนไหวด้วยสันติวิธีเชิงรุก หากทำร้ายประชาชน พี่น้องประชาชนจะป้องกันตัวสูงสุด เราพร้อมเคลื่อนไปทุกที่ที่มีการใช้กำลังทำร้ายประชาชน โดยเฉพาะภายในทำเนียบรัฐบาล หากตำรวจหรือมีกลุ่มบุคคลใดมาลอบโจมตีทำร้ายผู้ชุมนุมในพื้นที่ความรับผิดชอบของ คปท. ไม่ขอรับประกันว่าทำเนียบรัฐบาลจะคงสภาพเดิมได้อีกหรือเปล่า สถานการณ์วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องลาออกจากรักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นต้องเดินทางออกนอกประเทศ ถ้ายังอยู่ติดคุกแน่นอน วันนี้อย่ามัวแต่นั่งร้องไห้ ตัดสินใจให้ประชาชนเข้ามาบริหารประเทศเอง บ้านเมืองจะได้สงบสุขเสียที ส่วนข้าราชการที่ยังนิ่งเฉยรอถึง 15 ม.ค.  ถ้าไม่แสดงตัวยืนข้างประชาชน ตนจะพาพี่น้องไปดูแลชีวิตท่านเอง

นศ.นัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ สี่แยกคอกวัว ภาคีเครือข่ายนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ภทน.) นำโดยนายธัชพงศ์ แกดำ เปิดตัวการร่วมกันของนิสิตนักศึกษากว่า 10 สถาบัน อาทิ ม.รามคำแหง ม.เกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานนิสิตนักศึกษาที่มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน พร้อมออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อเปิดการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่รัฐต้องสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมทุกฝ่าย และยุติการใช้ความรุนแรง พร้อมขอให้ทหารแสดงจุดยืนที่ชัดเจนจะเคียงข้างประชาชน ไม่รัฐประหาร พร้อมทั้งเชิญชวนทุกคนที่เห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมดมาร่วมกันแสดงพลัง “เลื่อนเลือกตั้ง เปิดทางประชาชน ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ประกันความปลอดภัย ไม่เอารัฐประหาร” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันที่ 13 ม.ค. เวลา 11.00 น.

ประชาคม สธ.ยันไม่ใช่ กปปส.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา ตัวแทนประชาคมสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมประชาคมสาธารณสุข ที่มีตัวแทนจากแต่ละชมรมวิชาชีพประมาณ 30 คนเข้าร่วมว่า ที่ประชุมเห็นว่าปัญหาบ้านเมืองไม่มีทางออกที่ชัดเจน จึงมีมติยืนยันทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคัดค้านการแทรกแซงที่จะเกิดขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 12 ม.ค. ทางประชาคมสาธารณสุขจะไปแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ยืนเคียงข้างปลัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีจะเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.ในวันที่ 13 ม.ค. ขอเรียนว่าทางประชาคมไม่ได้เป็นผู้นัดหมาย ใครจะเข้าร่วมถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ ส่วนการจะมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ประชาคมสาธารณสุขไม่ใช่กลุ่ม กปปส.อย่างแน่นอน

นปช.ตั้งลำออกคู่มือต้านยึดอำนาจ

วันเดียวกัน ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าวนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่ม นปช. แถลงว่า ขอส่งสารไปยังกองเชียร์ กปปส.ว่าตอนนี้ท่านอาจดูว่าเหมือนมีคนมาร่วมมาก แต่ยังมีคนอีกจำนวนมาก ที่ไม่เห็นด้วยแต่ไม่แสดงออก คนเหล่านั้นไม่ได้กลัว แต่เก็บความคับแค้นในสิ่งที่พวกท่านทำไว้ในใจ เพราะกฎหมายบ้านเมืองนี้ มีไว้แค่ใช้เฉพาะกับคนไม่เห็นด้วยกับ กปปส.และคนเสื้อแดง ดังนั้นช่วงนี้นปช.ขอเตือนพี่น้องเสื้อแดงหลีกเลี่ยงการปะทะ เพราะสิ่งที่ กปปส.กำลังทำเป็นเกมที่เขาวางไว้ เพื่อหวังรอให้อัศวินออกมาจัดการ คนเสื้อแดงอย่าไปเล่นในเกมนี้ คนที่ชนะไม่ใช่คนที่ยิงคนอื่นได้มากกว่า แต่คือคนที่ชนะหัวใจคนอื่นได้มากกว่า การต่อสู้ นปช.เป็นการสู้ระยะยาว อาจดูเหมือนแพ้ในบางเกม แต่จะชนะในสงครามใหญ่ เราเก็บตัวจริงแต่ตาจ้องพวกเขาไม่กะพริบ ขอให้ติดตามข่าวสารเร็วๆนี้ นปช.เตรียมจะทำคู่มือต้านรัฐประหารออกมาแจกจ่ายต่อไป

ดักคอฝ่ายก่อหวอดโยนผิดเสื้อแดง

ขณะที่นายวรชัย เหมะ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ฝาก ผบ.ทบ.ตรวจสอบเรื่องที่ นปช.ได้ข่าวมาว่ามีทหารนอกแถวบางคนนำโจรใต้ขึ้นมา 15 คน พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามาในม็อบ กปปส. สงสัยทหารกลุ่มนี้ทำเพื่ออะไร ขณะที่อาวุธที่ขนมางานกองทัพไทยก็ยังอยู่พร้อม นอกจากนี้ยังทราบข่าวมีการเตรียมเสื้อแดงมาไว้แจกจ่าย 3 พันตัว สำหรับเอาไว้ให้ฝ่ายก่อความไม่สงบใส่เพื่อสร้างสถานการณ์ ขอเตือนคนที่จะมาชุมนุมกับ กปปส.วันที่ 13 ม.ค. ให้ระวังตัวและเอาเสื้อเกราะใส่มาด้วย การสร้างสถานการณ์ครั้งนี้ จะไม่คำนึงว่าใครเป็นใคร ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน ส่วน นปช.ยืนยันจัดกิจกรรมนอกพื้นที่ชุมนุม กปปส. และไม่มีการปะทะแน่นอน

แรลลี่เปิดไฟเปิดกรุงต้านปิดเมือง

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่หน้าสนามฟุตบอลสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นัดหมายผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส. รวมตัวจัดกิจกรรมแรลลี่ชื่อว่า “เปิดไฟ เปิดกรุง อย่าให้ความมืดปกคลุม อย่าอยู่ใต้อาณาจักรแห่งความกลัว” ขบวนรณรงค์ประกอบด้วย รถยนต์ชนิดต่างๆเข้าร่วมราว 50 คัน มีการผูกริบบิ้นสีขาว เปิดไฟหน้า ติดสติกเกอร์ข้อความคัดค้านปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส. และข้อความ respect all vote เคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนวิภาวดีฯ มุ่งหน้าสามเหลี่ยมดินแดง วนไปที่ตลาดรังสิต ก่อนกลับมารวมตัวหน้าสโมสรตำรวจแล้วสลายตัวกลับ ทั้งนี้ นายสมบัติระบุว่าเชิญชวนให้ผู้ไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ ได้ร่วมเปิดไฟหน้ารถเพื่อนเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันที่ 13 ม.ค.

กลุ่ม นร.บุกกองทัพค้านยึดอำนาจ

ช่วงสายวันเดียวกัน ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เยาวชนนักเรียนในนามกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท กลุ่มวารสารการศึกษาปริทรรศน์ กลุ่มไทยยังฟิล์มเมอร์ และกลุ่มสภาหน้าโดม จำนวนหนึ่ง นำโดยนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชูทิศฯ รวมตัวแสดงจุดยืนคัดค้านการรัฐประหาร โดยกล่าวปราศรัยพร้อมชูป้ายข้อความไม่เอารัฐประหาร

จากนั้นได้เดินเข้าไปในสถานที่จัดแสดงรถถัง รถยานเกราะ ภายในงานวันเด็กของกองบัญชาการกองทัพไทย และนำดอกไม้ไปมอบให้ทหารที่อยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อขอบคุณที่ไม่ทำรัฐประหาร และร่วมกันตะโกนว่า เราไม่ต้องการรัฐประหาร เราต้องการประชาธิปไตย ระหว่างนี้มีทหารเข้ามาตักเตือนเรื่องความไม่เหมาะสม ที่มาจัดกิจกรรมทางการเมืองในวันเด็ก ขณะที่ทางกลุ่มชี้แจงว่าเป็นเพียงการแสดงความเห็นในฐานะเยาวชน ไม่ได้ก่อความวุ่นวาย ขณะเดียวกัน มีประชาชนส่วนหนึ่งที่พาบุตรหลานมาเที่ยวงาน มอบดอกไม้ให้ทหารกับกลุ่มเยาวชนด้วย

เชียงใหม่จุดเทียนเพื่อสันติภาพ

เมื่อเวลา 18.30 น. กลุ่มปัญญาชน คนทำงานและเยาวชนผู้รักประชาธิปไตยเชียงใหม่ รวมพลกันที่ข่วงประตูท่าแพ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ สมาชิกกลุ่มสวมเสื้อขาวและปล่อยลูกโป่งสีขาวสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ จากนั้นพร้อมใจกันจุดเทียนสันติภาพ แล้วตะโกนไม่เอาความรุนแรงและสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง น.ส.พนิดา อนันตนาคม กล่าวว่า พวกเราไม่มีแกนนำ ประกอบด้วย กลุ่มนักคิดนักเขียน นักวิชาการ นักศึกษา นัดรวมตัวกันทางโซเชียลมีเดีย วัตถุประสงค์เพื่อจุดเทียนสันติภาพ ขอเรียกร้องคนไทยไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีใดหรือกลุ่มใด้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันก้าวข้ามความยัดแย้งครั้งนี้ไปให้ได้ ขอให้ทุกฝ่ายเคารพสิทธิและเสียงของประชาชนทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

นศ.มอ.จี้ กปปส.เล่นในกติกา

อีกด้านหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) กลุ่ม มอ.ปัตตานีเสรีประชาธิปไตย มีทั้งนักศึกษาและบุคลากรทาง การศึกษาของ มอ. ร่วมถือป้ายสนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ร่วมจุดเทียนสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง พร้อมแถลงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 1.ขอสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้ง และประณามการกระทำที่ทำลายกระบวนการเลือกตั้ง 2.ขอให้ กปปส.หยุดการกระทำที่เป็นการทำลายกระบวนการประชาธิปไตย และหวนกลับมาต่อสู้ทางการเมืองตามครรลองวิถีประชาธิปไตย เคารพในความเท่าเทียมของประชาชน 3.เราจะยืนยันต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเท่าเทียม บนแนวทางสันติวิธี

ขณะเดียวกัน ที่หน้าอาคารเคบี มหาวิทยาลัยบูรพา อ.เมืองชลบุรี มีชาวบ้านและนักเรียนกลุ่มเล็กๆมารวมตัวกัน แต่รออยู่นานก็ไม่มีใครมาเพิ่ม จึงได้ร่วมกันจุดเทียนเท่าที่มี นางอุไร มงคลทรัพย์ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านข้าวแกงที่ศรีราชา กล่าวว่า ข้อมูลที่นัดกันวันนี้อาจจะคลาดเคลื่อน แต่มีข้อมูลใหม่นัดกันวันที่ 13 ม.ค. เวลา 18.15 น. รวมตัวจุดเทียนกันหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี เพื่อหยุดเงื่อนไขความรุนแรงและรัฐประหาร

พท.แฉขนคนใต้จ่ายหัวละ 2 พัน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบแผนการมาว่าขณะนี้กลุ่มการเมืองที่สนับสนุนนายสุเทพไปเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด ทำในลักษณะขายตรงถึงหมู่บ้าน ตั้งเป้าเอามวลชน 1 แสนคน มาร่วมชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. มีค่าใช้จ่าย 2,000 บาทต่อคนต่อวัน ใช้เงินลงขันถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ พร้อมมีแผนสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวาย หวังให้ทหารออกมาปฏิวัติยึดอำนาจ  อยากถามนายสุเทพว่าจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงนี่คือสิ่งเลวร้าย เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย การกระทำดังกล่าวเหมือนปล้นประชาธิปไตยกลางแดด ขอเรียกร้องคนไทยทั้งประเทศแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยโดยวิธีการต่างๆ เพื่อสะท้อนไปยังนายสุเทพและกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังว่า วันนี้คนไทยรักสงบ พร้อมจะปกป้องประชาธิปไตย

ฝากคำขวัญเหน็บ “สุเทพ”

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ กปปส.จัดงานวันเด็ก เป็นความพยายามที่จะหาประโยชน์จากการใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง น่าเสียใจที่งานปีใหม่และงานวันเด็กปีนี้เป็นปีที่ไร้ความสุขจากฝีมือของนายสุเทพและ กปปส. ดังนั้น ขอฝากคำขวัญวันเด็กเตือนสตินายสุเทพด้วยหลัก 4 หยุด “หยุดปิดเมืองปล้น หยุดจับคนกรุงเป็นตัวประกัน หยุดกดดันทหารให้ปฏิวัติ หยุดนัดเดินสายไถตังค์เด็ก”

“พิชิต” ลั่นฟ้องอาญา “เทือก”

นายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวพาดพิงนายพิชิตเป็นผู้ประ– สานงานจ่ายเงินให้กลุ่มต่างๆมาก่อเหตุในกรุงเทพฯ ว่า คำพูดของนายสุเทพทำให้คนฟังเข้าใจว่าตนกำลังจะก่อเหตุร้าย เป็นคนจ่ายเงินให้กลุ่มต่างๆ ซึ่งเป็นความเท็จ ดังนั้น จะไปฟ้องร้องต่อศาลอาญาเอาผิดนายสุเทพในข้อหาหมิ่นประมาท  อย่านึกว่าตัวเองเป็นเทวดาที่จะกล่าวหาใส่ร้ายใครก็ได้ กฎแห่งกรรมมีจริง ตนเป็นนักกฎหมาย ไม่ใช่นักเลงหรืออันธพาล ไม่นิยมความรุนแรง ไม่เคยทำให้ใครเจ็บใครตายเหมือนใครบางคน ขอตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายสุเทพพูดอย่างนี้เหมือนกำลังคิดทำอะไรอยู่หรือเปล่าในวันชัตดาวน์กรุงเทพฯ จึงพยายามโยนบาปให้ตนและกลุ่ม นปช.

เตือนหยุดแบ่งแยกคนไทย

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพและคณะนำคลิป พ.ต.ท.ทักษิณก้มกราบแผ่นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิมาเย้ยหยันบนเวที ถือว่าไม่สามารถก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณได้ ยังใช้พ.ต.ท.ทักษิณเรียกแขกมาชุมนุม ขอเตือนนายสุเทพและ กปปส.หยุดตอกลิ่มความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังได้แล้ว คนรัก พ.ต.ท.ทักษิณมีมากกว่าคนรักนายสุเทพแน่นอน พ.ต.ท.ทักษิณมาจากการเลือกตั้ง และไม่เคยเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย แต่นายสุเทพต้องการยัดเยียดระบบเทือกตั้งให้กับคนไทย ไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่เห็นหัวประชาชน นอกจากนั้น กปปส.ยังใช้ความเท็จใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยว่าไม่จงรักภักดี ตนขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง คนไทยที่อยู่ในแผ่นดินนี้ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่ควรมีการแบ่งคนไทยเป็นสองกลุ่ม เอาเรื่องสถาบันมาใส่ร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง หรือเพื่อผูกขาดความจงรักภักดี

จี้ ผบ.ทบ.พูดชัดไม่ทำรัฐประหาร

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการทำรัฐประหารว่า คนที่คิดจะทำรัฐประหารต้องคิดดูให้ดี เพราะกระทบต่อประเทศทุกด้าน ดังนั้น วิธีป้องกันสามารถทำได้โดยขอให้ ผบ.ทบ.ออกมาพูดให้ชัดเจนว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย ผู้นำเหล่าทัพจะไม่ทำรัฐประหาร และอีกวิธีต้องส่งเสริมให้ประชาชนผู้รักสันติ รักความสงบ รักประชาธิปไตย ช่วยส่งเสียงพร้อมกันว่าไม่ต้องการเห็นความรุนแรง ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย คือเมื่อยุบสภาแล้วควรเลือกตั้ง ส่วนการปฏิรูปประเทศที่จะเกิดขึ้นก็ควรให้เป็นเรื่องที่มีกระบวนการประชาธิปไตยมาดูแล  และส่งเสริมให้ประชาชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

โหวต “สุเทพ” บุคคลแห่งปีเอเชีย

ขณะเดียวกัน นายแดน วอชเบิร์น บรรณาธิการเว็บไซต์เอเชีย โซไซตี้ องค์กรรวบรวมข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชีย สำนักงานใหญ่อยู่ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความระบุว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ  ผู้นำการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไทย ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี 2556 ของเว็บไซต์เอเชีย โซไซตี้ เมื่อ 11 ม.ค. ในฐานะผู้สร้างผลสะเทือนแก่ภูมิภาคเอเชียในปี 2556 อ้างอิงผลลงคะแนน ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตของผู้เข้าชมเว็บไซต์จากทั่วโลก โดยนายสุเทพมีคะแนนโหวตรวม 116,000 คะแนน คิดเป็น 88.26% ของคะแนนทั้งหมด ผู้ที่ลงคะแนนให้นายสุเทพส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย

ด้านนายแพทริค วินน์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของสำนักข่าวโกลบัล โพสต์ สื่อของสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์เอเชีย โซไซตี้ ระบุว่า นายสุเทพเป็นทั้งวีรบุรุษและผู้นำกบฏ ขึ้นอยู่กับว่าจะมองจากมุมของฝ่ายต่อต้านหรือฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล โดยนายสุเทพไม่ใช่นัก การเมืองที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่เป็นนักการเมืองเจนสนามที่สามารถหลุดพ้นจากคดีทุจริตในอดีตได้ คล้ายกับนายดิก เชนีย์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช

“บัน กี มูน” แนะสองฝ่ายยึดสันติ

นายบัน กี มูน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็น ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าในช่วงเวลา 3 วันที่ผ่านมา ได้มีโอกาสสนทนากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเกรงว่าสถานการณ์ในประเทศไทยจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะวันที่ 13 ม.ค. ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลประกาศว่าจะปิดกรุงเทพฯ โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้แนวทางสันติวิธี ความอดทนอดกลั้นในการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศไทย รวมถึงหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง

“มาร์ค” ขอเลขายูเอ็นกล่อม “ปู”

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. นายบัน กี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โทรศัพท์มาถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองไทย โดยนายอภิสิทธิ์ชี้แจงไปว่าปัญหาเกิดจากการที่รัฐบาลพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรม ส่วนการชุมนุมของประชาชนอยู่ในกรอบของกฎหมาย ยึดหลักสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ พร้อมทั้งฝากให้นายบัน กี มูน ช่วยสื่อสารถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ

อ้าง “ยิ่งลักษณ์” โกหก “บัน กี มูน”

นายชวนนท์กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. นายบัน กี มูน ได้โทรศัพท์มาคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยตนได้รับเอกสารของโกหกคำโตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ให้ข้อมูลผิดไปจากข้อเท็จจริงดังนี้ 1.นายกฯชี้แจงกับนายบัน กี มูน ว่าปัญหาเกิดจากองค์กรอิสระเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบต่อรัฐบาลจนทำให้สถานการณ์ขัดแย้งรุนแรงยิ่งขึ้น 2.นายกฯอ้างว่ากฎหมายนิรโทษกรรมมีนายอภิสิทธิ์เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วยกับการออกกฎหมายฉบับนี้ 3.นายกฯยืนยันว่ากฎหมายนิรโทษกรรมไม่เอื้อประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำคนเสื้อแดง แต่มุ่งล้างผิดให้
คนทุกกลุ่มทุกสี

เปิดช่องต่างชาติแทรกแซงไทย

นายชวนนท์กล่าวอีกว่า 4.นายกฯโกหกว่าเชิญนายอภิสิทธิ์เข้าร่วมสภาปฏิรูปหลายครั้ง แต่ถูกปฏิเสธ ความจริงเชิญแค่ครั้งเดียว 5.นายกฯระบุว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธ ระเบิด สารเสพติด เหตุการณ์รุนแรงเพิ่งเกิดขึ้นช่วง 2-3 วันนี้จากกลุ่มคนที่แฝงตัวมาสร้างสถานการณ์ 6.กกต.มีมติทำหนังสือถึงนายกฯให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่พูดถึงประเด็นนี้ 7.ถ้อยคำสุดท้ายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดกับนายบัน กี มูน คือถ้าวันที่ 13 ม.ค.เกิดเหตุรุนแรงและมีความสูญเสีย ขอให้เลขาฯยูเอ็นออกแถลงการณ์ให้ภาคส่วนใช้กลไกแก้ไขอย่างสงบ คำพูดนี้ถอดความได้ว่าเปิดช่องทางให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย เป็นการใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งถึงนายบัน กี มูน ให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด

“สุเทพ” ปลุกใจผู้ชุมนุมร่วมปิด กทม.

ต่อมาเวลา 20.10 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า ในวันที่ 12 ม.ค. เชื่อว่าจะมีมวลมหาประชาชนจากต่างจังหวัดมาร่วมมืดฟ้ามัวดิน เพื่อร่วมปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. การชุมนุมของ กปปส.ทำเพื่อชาติ แตกต่างกับของ นปช. ปลุกระดมให้คนแตกแยก ทำให้เป็นแดงทั้งแผ่นดิน ปลุกระดมให้คนเกลียดศาล ปฏิบัติการเช่นนี้ทำในปี 52-53 ถึงขั้นบอกว่าทหารฆ่าคนตายไปนับร้อยคนแล้วเอาศพไปซุกไว้ แต่มี พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รวบรวมข้อมูลไปเดินสายชี้แจงต่อกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ให้ทราบข้อเท็จจริง และมีมวลชนบางส่วนไม่เชื่อ ทั้งนี้ ระหว่างที่ปราศรัยนายสุเทพได้ไล่เล่าถึงเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงคนเสื้อแดงชุมนุม มีกองกำลังติดอาวุธเพื่อทำให้เกิดสงครามกลางเมือง บีบให้รัฐบาลยอมจำนนและยึดอำนาจรัฐ พร้อมเปิดคลิปวีดิโอบันทึกเหตุการณ์ในช่วงนั้นๆบางตอนประกอบการปราศรัยเป็นระยะๆ

ย้ำไล่นายกฯพ้นประเทศไทย

นายสุเทพกล่าวว่า ในวันที่ 13 ม.ค. คนกรุงเทพฯไม่ต้องกลัว รถโดยสาร เครื่องบิน รถไฟฟ้ายังเปิดให้บริการเหมือนเดิม พี่น้องย่านธุรกิจไม่ต้องตกใจ ทำมาหากินได้ปกติ ได้ส่งคนไปคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ย่านราชประสงค์ว่าเรามาดี ไม่เผาอาคาร ไม่ได้มาปล้น ขอบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า เมื่อมวลมหาชนมาแล้วต้องสู้ให้ชนะ ต่อจากนี้พวกคุณไม่มีที่อยู่แล้ว ทรัพย์สมบัติที่โกงบ้านเมืองไปจะยึดคืนเป็นของคนไทย มีฤทธิ์มีแรงออกมาเลย พวกเราไม่กลัวพวกคุณอีกต่อไปแล้ว จะต้องจัดการให้พวกคุณพ้นอำนาจไปจากประเทศ ในคืนวันที่ 12 ม.ค. จะปิดเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและทุบหม้อข้าวไปชุมนุมตามจุดต่างๆที่วางไว้

12 ม.ค. 2557 01:08 ไทยรัฐ