วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปั้น-พฤฒิรัตน์' ลุ้นท็อป 10 โลกศึกม้ามาราธอนแดนน้ำหอม

ระยะเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม หลังการเปิดตัว "บิ๊กปั้น" พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ประธานชมรมขี่ม้าเดอะฮอร์สเซส และ "ผึ้ง" วิภาวรรณ พาวิทยลาภ สองจอมอาชาคู่หูทีมชาติไทย ประกาศตัวเองโกอินเตอร์ในการเดินทางไปแข่งขันขี่ม้ามาราธอนรายการ "ยูโรเปี้ยนแชมเปี้ยนชิพ 2013" ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ภายใต้งบประมาณสูงถึง 15 ล้านบาท จากหน่วยงานบริษัทห้างร้านต่างๆ เพื่อต้องการผ่านควอลิฟายระยะทางต่างๆ คือ 120 กม. 4 ครั้ง และ 160 กม. 4 ครั้ง ตามที่ สหพันธ์ขี่ม้านานาชาติ หรือ เอฟอีไอ ได้กำหนดไว้ และถือว่า เป็นสองนักขี่ม้ามาราธอนไทยเจ้าแรกที่ไปสู่จุดนั้น

 

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ทั้ง "บิ๊กปั้น" พฤฒิรัตน์ และ "ผึ้ง" วิภาวรรณ ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจฟิตซ้อมดูแลตัวเองและม้าคู่ใจคือ “ปริ้นอาลี” กับ “แองเจอร์รัส” ที่เก็บตัวอยู่ในทวีปยุโรปอย่างเต็มที่ แม้ว่า ค่าดูแลม้าแต่ละเดือนจะมีค่าสูงนับแสนบาทก็ตาม นี่ยังไม่รวมถึงค่าเดินทางกินอยู่อีกมหาศาล แต่นี่ คือ การสร้างประวัติศาสตร์ใหม่หน้าแรก ของวงการขี่ม้ามาราธอนของไทย ที่ต้องการประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้รู้ว่า ไม่เป็นสองรองใคร จึงทำให้ทั้งคู่อดทนอดกลั้นเพื่อต้องการนำธงชาติไทยโบกสะบัดเวทีโลก

ยิ่งสัญญาณในศึก "เอฟอีไอ โอเพ่น ยูโรเปี้ยน เอ็นดูแรนซ์ แชมเปี้ยนชิพ 2013" หรือ FEI OPEN EUROPEAN ENDURANCE CHAMPIONSHIP 2013 เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่สาธารณรัฐเช็ก ปรากฏว่า “บิ๊กปั้น” พฤฒิรัตน์ ควบม้าคู่ใจ "ปริ้นอาลี" เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 11 ทำเวลารวมทั้งหมดได้ 8 ชม. 26.28 วินาที

ส่วนอันดับ 1 ตกเป็นของ ราชิส ดามุส อัลมาตุส นักขี่ม้าจากยูเออี. ทำเวลารวมได้ 7 ชม. 24.44 วินาที อันดับ 2 อาลี คาฟราน อัล จาโฮลิ จากยูเออี. เวลา 7 ชม.42.19 วินาที และ อันดับ 3 อัล คาฟา นาสเซอร์ บิน ฮาเหม็ด จากบาร์เรนเวลา 7 ชม.42.27 วินาที

ในศึก "มาเลเซีย-ไทยแลนด์-สิงคโปร์ โอเพ่น เอนดูรานซ์ ชาลเลนจ์ โทรฟี่ 2013 ซีอีไอ 1" ที่สโมสรขี่ม้าเดอะ ฮอร์สเซส เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ชิงเงินรางวัลกว่า 1.2 แสนบาท ถึงแม้ "บิ๊กปั้น" จะไม่ติดอันดับ 1 ใน 3 ก็ตาม แต่นั่นเป็นแค่เพียงแค่การซ้อมใหญ่ของเจ้าตัวที่มีแมทช์ใหญ่มากกว่านี้ในปีหน้า

“บิ๊กปั้น” พฤฒิรัตน์ เปิดเผยความรู้สึกให้ฟังว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเดินทางไปแข่งขันขี่ม้าและเรียนรู้สิ่งต่างๆเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในเวทีใหญ่ระดับโลกเขามีการลงทุ่นค่อนข้างสูงกว่าบ้านเรามาก โดยเฉพาะ สเปน, ฝรั่งเศส, ยูเออี และ บาห์เรน เขามีทีมงานเป็นสิบคน ทุกอย่างมีระบบแบบแผนและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ส่วนตัวเองกับ "ผึ้ง" วิภาวรรณ มีเราแค่สองคนเท่านั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริง เราไม่เคยรู้สึกย่อท้อกับปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะเราทั้งสองคนเลือกแล้วที่อยากพิสูจน์ตัวเองว่า ไหวแค่ไหน

ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ยังมีข้อผิดพลาดหลายอย่างที่จะต้องพยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น แม้ว่า บางทีเราอาจคิดว่า มันดีแล้วก็ตาม แต่เมื่ออยู่หน้างานสถานการณ์จริงมันก็ต้องปรับเปลี่ยนและมีวิธีคิดแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นต่อหน้าเรา ส่วนตัวรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อยในฐานะคนไทยที่ไปถึงตรงจุดนั้นได้ เพราะในอาเซี่ยนมีแค่เรากับ มาเลเซีย ที่เขาเล่นกีฬาประเภทนี้มาก่อนเราตั้งนานไปแข่งขันร่วมกัน

สำหรับศึกขี่ม้าประจำปี "มาเลเซีย-ไทยแลนด์" จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 4 แล้ว หนึ่งปีเราจะจัดขึ้นมา 2 ครั้ง ช่วงต้นปีจัดที่มาเลเซีย และปลายปีไทยเรารับเป็นเจ้าภาพ วัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการให้การแข่งขันขี่ม้าเอ็นดูรานซ์ หรือ ขี่ม้ามาราธอนนี้บูมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจในกีฬาชนิดนี้กันมากๆ อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีกันระหว่างประเทศต่างๆ จะเป็นการตอบโจทย์ที่ดีในเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวในไทย เห็นได้จากประเทศที่เข้ามาให้ความสนใจเยอะขึ้นมากจากปีแรก ที่มีประเทศเข้าร่วมไม่กี่ประเทศ แต่ตอนนี้มีถึง 7 ชาติเข้าร่วม จำนวนคนกว่า 130 คน และม้ามากถึง 60 ตัว

ขณะที่การแข่งขัน "เอฟอีไอ เวิลด์ อีเควสเทรียนเกมส์ 2014" ที่ฝรั่งเศส ช่วงเดือน ส.ค. ปี 2014 นั้น ส่วนตัวจะพยายามลงทำการแข่งขันรายการต่างๆ ให้บ่อยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมดการแข่งขันอย่างแท้จริง ช่วงหลังผลงานเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

นับตั้งแต่ตอนที่ไปแข่งชิงแชมป์ยุโรปที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก เราก็ตั้งความหวังว่า อย่างน้อยน่าจะติดท็อป 20 แต่พอจบการแข่งขันเราทำได้ถึงอันดับ 11 แมทช์นี้ที่ประเทศฝรั่งเศส ส่วนตัวเลยตั้งเป้าเอาไว้ว่าติดท็อป 1 ใน 10 ของโลก ก็ภูมิใจแล้ว

ทั้งนี้มีความมั่นว่า จะทำได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมองถึงศักยภาพม้าของเราที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพ โดยมีทีม สเปน , ฝรั่งเศส, ยูเออี และ บาห์เรน เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ล่าสุดหลังปีใหม่นี้จะส่งม้าสำรองอีก 2 ตัวไปฝึกซ้อมในทวีปยุโรปเพื่อไปสู่เป้าหมายที่หวังไว้

ระยะเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม หลังการเปิดตัว "บิ๊กปั้น" พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ประธานชมรมขี่ม้าเดอะฮอร์สเซส และ "ผึ้ง" วิภาวรรณ พาวิทยลาภ สองจอมอาชาคู่หูทีมชาติไทย ประกาศตัวเองโกอินเตอร์ในการเดินทางไปแข่งขันขี่ม้ามาราธอนรายการ "ยูโรเปี้ยนแชมเปี้ยนชิพ 2013" ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ภายใต้งบประมาณสูงถึง 15 ล้านบาท จากหน่วยงานบริษัทห้างร้านต่างๆ เพื่อต้องการผ่านควอลิฟายระยะทางต่างๆ คือ 120 กม. 4 ครั้ง และ 160 กม. 4 ครั้ง ตามที่ สหพันธ์ขี่ม้านานาชาติ หรือ เอฟอีไอ ได้กำหนดไว้ และถือว่า เป็นสองนักขี่ม้ามาราธอนไทยเจ้าแรกที่ไปสู่จุดนั้น 11 ม.ค. 2557 22:27 ไทยรัฐ