วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สุวัจน์' เชื่อ ชัตดาวน์กรุง เหตุการณ์ไม่ลุกลาม ถ้าทุกฝ่ายยึดสันติวิธี

"สุวัจน์ ลิปพัลลภ" ฟังธง 13 ม.ค.นี้ เหตุการณ์คงจะไม่ลุกลามมากไปกว่านี้ หากทุกฝ่ายยึดสันติวิธี ตรึงให้อยู่ในกรอบกฎหมาย เชื่อประเทศไม่เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย...

 

วันที่ 11 ม.ค. ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เปิดบ้านให้ข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ บรรดาพ่อค้า คหบดี นักธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มชมรมเพื่อนสุวัจน์ คนใกล้ชิดและผู้คุ้นเคยในจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งสโมสรนครราชสีมา เอฟซี. โค้ช , สตาฟฟ์โค้ช นักฟุตบอล เข้าอวยพรปีใหม่และขอพรในโอกาสปีใหม่ นำโดยนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมา, นายชยาวุธ จันทร รอง ผวจ.นครราชสีมา, นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และผู้บริหารเทศบาลนครฯ เข้ามอบกระเช้าดอกไม้ ช่อดอกไม้ และกระเช้าของขวัญในโอกาสเทศกาลปีใหม่ และเป็นกำลังใจในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา

นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันนี้เห็นเด็กๆ เยาวชนแล้วตนคิดว่า วันนี้ทำอะไรก็ต้องคิดถึงคนรุ่นหลังในทุกๆ เรื่อง และต้องนึกถึงส่วนรวม โดยเฉพาะคนรุ่นหลังที่เราต้องยอมรับว่าในที่สุดคนรุ่นหลังก็ต้องรับภาระทุกเรื่อง ฉะนั้นถ้าเราช่วยกันไม่ทิ้งภาระไว้มากๆ คนรุ่นหลังก็ไม่ลำบาก แต่ขณะเดียวกันถ้าเราสร้างพื้นฐานของการพัฒนาประเทศไว้มากๆ เราก็ต้องการคนรุ่นหลังที่จะมารับไม้ต่อ คนรุ่นหลังคือเด็กๆ เยาวชนวันนี้ เราต้องยอมรับว่าประเทศชาติต้องมีการวางพื้นฐานในการสร้างคนรุ่นที่สอง รุ่นสาม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในวันข้างหน้า

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองมาก มองอย่าไรในวันที่ 13 ม.ค. 2557 นี้ นายสุวัจน์ ตอบว่า ตนเชื่อว่าทุกคนตอนนี้เป็นห่วง ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ผู้ที่รับผิดชอบต่างๆ เป็นห่วง แต่ตนเชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้เมื่อทุกฝ่ายได้ทราบความเป็นห่วงของพี่น้องประชาชนแล้ว ถ้าเราได้ช่วยกันในการที่จะคลายความวิตกกังวลของประชาชน การเตรียมความพร้อมของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะรับกับสถานการณ์ และถ้าทุกฝ่ายได้ยึดแนวที่ผ่านมา 2-3 เดือนนี้เราจะเห็นว่า ถึงแม้ว่าจะเห็นต่างกันอยู่ แต่ทุกคนยังรักที่จะเลือกแนวทางของการไม่ใช้ความรุนแรง สันติวิธี ขณะเดียวกันความขัดแย้งอาจจะต้องใช้เวลาในการพูดจา แต่ตราบใดที่เราแสดงออกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งแล้วเรายึดทุกอย่างให้อยู่ในกรอบว่า เราคนไทยด้วยกัน เราไม่อยากให้เสียเลือดเสียเนื้อ เราอยากให้ทุกฝ่ายมีความยึดมั่นในสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง ตนเชื่อว่าเหตุการณ์คงจะไม่ลุกลามมากไปกว่านี้

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันที่เราตรึงสถานการณ์ด้วยการไม่ใช้ความรุนแรง ตรึงสถานการณ์ด้วยการใช้สันติวิธี ตรึงสถานการณ์ด้วยการอยู่ในกรอบกฎหมาย อันนี้คือการตรึง แต่การแก้ไขปัญหาคือการที่เราจะหันหน้ามาพูดคุยกันในเรื่องของการหาแนวทาง ที่จะให้นำไปสู่ข้อยุติ เช่นวันนี้เรายังเห็นต่างกันว่า เรื่องการปฏิรูปหรือเห็นต่างเรื่องวิธีการในการเลือกตั้ง แต่เป็นเพียงความเห็นต่าง แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่า เลือกตั้งแล้วปฏิรูป เป็นเรื่องที่ดีกับส่วนรวม ฉะนั้นถ้าเราได้พยายามที่จะพูดจากัน หรือยังขัดแย้งเรื่องอะไรกันอยู่แล้ว พูดจากันแบบคนไทยด้วยกัน ด้วยสันติวิธี ด้วยความเห็นอกเห็นใจ จับเข่าคุยกัน เปิดอกคุยกัน แล้วนึกถึงประเทศชาติและประชาชนว่า ทุกฝ่ายได้วิตกกังวลอะไรกันตนว่าจะเป็นเรื่องที่ช่วยกันหลายทางให้สังคม เหล่านั้นสามารถท่าจะอยู่กันได้อย่างมีความสุข

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนจุดยืนของพรรคชาติพัฒนาพร้อมเข้าสู้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 หรือหากมีการเลื่อนก็พร้อมนั้น ตนคิดว่าวันนี้ทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า การเลือกตั้งเป็นทางออกให้กับประเทศไทย และเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย และความเป็นสากล สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ ถึงแม้มีความขัดแย้งอยู่ แต่ถ้าเรามีหลายเรื่องเกิดขึ้นควบคู่กันไป มีการเลือกตั้ง มีการปฏิรูปมันจะช่วยทำให้เกิดความสมดุลย์ของสังคม เราไม่ได้วางน้ำหนักไว้เรื่องหนึ่งเรืองใด สถานการณ์ต่างๆ ก็คงยังไปได้ ตนคิดว่าพรรคการเมืองทุกพรรคคงจะเหมือนกับทำหน้าที่ของตนเอง คือการเลือกตั้ง

นายสุวัจน์ กล่าวว่า แต่ทุกอย่างขณะนี้ขึ้นอยู่กับกรรมการการเลือกตั้ง เปรียบเสมือนกับเป็นกรรมการ ถ้ากรรมการจะมีดุลยพินิจอย่างไรในเรื่องเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง กติกาอย่างไร ตนเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองเหมือนกับเป็นผู้เล่นอยู่แล้วที่ต้องฟังกรรมการ ส่วนจะออก พ.ร.ฎ.เลื่อนการเลือกตั้ง อันนั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีการหารือกันว่า เมื่อ กกต.มีความเห็นอย่างนี้แล้วจะมีทางออกอย่างไร ทาง กกต.เป็นผู้รับรับผิดชอบ ถ้า กกต.มีเหตุผลอะไรก็ต้องสามารถที่จะชี้แจงเหตุผลและพูดคุยกับผู้ที่ เกี่ยวข้องในสิ่งที่ กกต.กำลังจะนำเสนอ

ต่อข้อถามถึง ถ้ามีการเลื่อนไปอีก แล้วมีการฟ้องเป็นโมฆะจะยุ่งไปใหญ่หรือไม่ นายสุวัจน์ ตอบว่า ตนคิดว่าวันนี้ทุกอย่างจะพิจารณาอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมาย ประเด็นของความสงบเรียบร้อย ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับของสังคม ต้องเป็นองค์ประกอบหลายอย่างที่จะประสานกันให้เกิดความเรียบร้อยให้กับบ้านเมือง วันนี้ตนคิดว่าเราต้องช่วยกันเสียสละ แล้วหันหน้าเข้าหากันจริงๆ เราถึงจะรักษาสถานการณ์ของบ้านเมืองเอาไว้ได้

ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันคลี่คลายให้หลายอย่างให้มีความชัดเจน ขึ้นจะทำให้พื้นฐานของสังคมไทยและพื้นฐานเศรษฐกิจไทยไม่ได้เป็นรองใครเลย โดยเฉพาะการเปิด เออีซี ไทยได้เปรียบที่สุด ทั้งยุทธศาสตร์ของประเทศ ทั้งโลเกชั่น ทั้งพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ประชากร 600 ล้านคน เรามีคู่ค้ามากขึ้นมากมาย ฉะนั้นเกิดสถานการณ์ในบ้านเมืองเราเรียบร้อยพวกเราพูดคุยกันได้ เราก็เดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เราต้องยอมรับบางทีประชาธิปไตยเราก็จะมีความเห็นแตกต่างกัน แต่ถ้าเกิดเราให้ความเห็นที่แตกต่างกันไม่นำไปสู่ความแตกแยกได้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

"สุวัจน์ ลิปพัลลภ" ฟังธง 13 ม.ค.นี้ เหตุการณ์คงจะไม่ลุกลามมากไปกว่านี้ หากทุกฝ่ายยึดสันติวิธี ตรึงให้อยู่ในกรอบกฎหมาย เชื่อประเทศไม่เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย... 11 ม.ค. 2557 21:03 11 ม.ค. 2557 22:27 ไทยรัฐ