วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติ "รัฐซ้อนรัฐ" ในตุรกี รบ.งัด ตร.-ศาล, ทหารรอเสียบ

ต้านคอร์รัปชัน-ผู้ประท้วงชาวตุรกีชูแผ่นป้ายรูปใบหน้านายกฯ เรเซป ทายยิป แอร์โดกอน (ซ้าย) และนายเฟตุลเลาะห์ กิวเลน ผู้นำขบวนการเซมาต ปรปักษ์รัฐบาล (ขวา) ระหว่างการชุมนุมต่อต้านคอร์รัปชันในนครอิสตันบูล (เอเอฟพี)

ขณะที่หลายประเทศ รวมทั้งไทยแลนด์ บังกลาเทศ และยูเครน เผชิญวิกฤติการเมืองจนตกอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน ที่ “ตุรกี” การเมืองก็กำลังเดือดปุดๆ รัฐบาลนายกฯ เรเซป ทายยิป แอร์โดกอน ถูกเขย่าบัลลังก์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ขึ้นกุมอำนาจเมื่อ 11 ปีก่อน

รัฐบาลพรรคยุติธรรมและการพัฒนา (เอเคพี) ของแอร์โดกอน ผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดในตุรกียุคใหม่ เผชิญวิกฤติรอบแรกกลางปีที่แล้ว เมื่อประชาชนลุกฮือประท้วงใหญ่ กล่าวหาว่าเขาเป็นเผด็จการ นำประเทศเข้าสู่วิถีอิสลามแบบอนุรักษนิยม อีกทั้งโกรธแค้นที่เขาจะพัฒนาสวนสาธารณะ “เกซี่” ในนครอิสตันบูลเป็นห้างสรรพสินค้า

แอร์โดกอนใช้ไม้แข็ง ใช้กำลังกวาดล้างผู้ประท้วงแบบเฉียบขาด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ต่อมาช่วงปลายปี ก็เผชิญวิกฤติรอบใหม่ เมื่อจู่ๆ วันที่ 17 ธ.ค. ตำรวจบุกกวาดจับผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลเอเคพีกราวรูดถึง 52 คน รวมทั้งลูกชายรัฐมนตรี 3 คน ผู้บริหารธนาคารและนักธุรกิจก่อสร้างอีกหลายคน ในข้อหา “คอร์รัปชัน” รวมทั้งติดสินบนเพื่อให้ชนะการประมูลโครงการของรัฐ และลักลอบส่งทองคำไปยังอิหร่าน

ถัดมาแค่ 1 วัน รัฐบาลก็ตอบโต้ โดยสั่งปลดนายตำรวจระดับสูง 5 นายในข้อหาร่วมสอบสวนคดีคอร์รัปชันนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นก็ไล่เช็กบิลตำรวจต่อเนื่อง รวมทั้งสั่ง “เด้ง” นายตำรวจในกรุงอังการาเมืองหลวง 350 นาย ก่อนสั่งปลดผู้บัญชาการตำรวจ 16 จังหวัด จากทั้งหมด 81 จังหวัด ขณะที่ตำรวจก็สวนหมัด บุกจับนักธุรกิจและข้าราชการที่ใกล้ชิดรัฐบาลอีก 25 คนในคดีเดียวกัน

ท่ามกลางการต่อสู้ฝุ่นตลบ รัฐมนตรี 3 คนที่ลูกชายถูกจับก็ขอลาออก และ รมว.คนหนึ่งเรียกร้องให้นายกฯ แอร์โดกอนลาออกด้วย ชี้ว่าเขาและลูกชายก็พัวพันกับคดีนี้

แม้โลกภายนอกยังงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชาวตุรกีรู้ดีว่า “ศึกภายใน” อันดุเดือดเลือดพล่านนี้มีมูลเหตุจากเกมแย่งชิงอำนาจระหว่างรัฐบาลกับขบวนการ “ฮิซเมต” หรือ “เซมาต” ซึ่งมีนาย เฟตุลเลาะห์ กิวเลน ผู้นำศาสนาอิสลามสายกลางผู้ทรงอิทธิพลเป็นผู้นำสูงสุด

นายกิวเลนผู้นี้หนีไปลี้ภัยอยู่ในรัฐเพนซิลเวเนียในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2542 หลังถูกรัฐบาลชุดก่อนตั้งข้อหาพยายามล้มล้างรัฐบาล แต่เขายังมีอิทธิพลสูงมาก เพราะเซมาตมีคนของตนยุ่บยั่บอยู่ในระบบข้าราชการ ตำรวจ อัยการ และศาลยุติธรรม อีกทั้งแทรกซึมอยู่ในพรรคเอเคพีด้วย นอกจากนี้ ยังมีสาวกหลายล้านคน มีโรงเรียน สถาบันวิจัย และสื่อฯ เป็นของตัวเองมากมาย และคาดว่ามีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

เชื่อว่า กิวเลนเป็น “ประมุขเงา” บัญชาการศึกจากนอกประเทศสู้กับรัฐบาลตุรกี!

ก่อนหน้านี้ เซมาตเคยเป็นพันธมิตร ช่วยผลักดันให้พรรคเอเคพีชนะการเลือกตั้งถึง 3 สมัย รวมทั้งช่วยเอเคพีกำจัดศัตรูการเมืองและลดทอนอำนาจของ “กองทัพ” ลง ในคดีที่เรียกว่า “แอร์เจเนกอน แอนด์ สเลดจ์แฮมเมอร์” ซึ่งบรรดานายทหาร รวมทั้งเสนาธิการทหารสูงสุด นักวิชาการ และนักข่าวหลายร้อยคนถูกศาลตัดสินจำคุกในปี 2555-2556 ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองทัพพยายามก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลเอเคพี

ในครั้งนั้น ตำรวจ อัยการ และผู้พิพากษาของเซมาตช่วยกันเล่นงานปรปักษ์รัฐบาลจนงอมพระราม และทำให้อำนาจของกองทัพอ่อนแอลงมาก แต่เมื่อ “ศัตรูร่วม” ถูกกำจัด รัฐบาลเอเคพีกับเซมาตกลับแตกคอกันเพราะหวาดระแวงกันเอง เชื่อว่า “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้เซมาตหรือพวกกิวเลน (กิวเลนนิสต์) แตกหักกับเอเคพี มาจากกรณีรัฐบาลสั่งปิดโรงเรียนกวดวิชาของเซมาตทั่วประเทศ ในข้อหาเปิดหลักสูตรเสริมโดยไม่ได้รับอนุญาต

แอร์โดกอนกล่าวหาว่าคดีคอร์รัปชันของตำรวจเป็น “แผนสกปรก” ของฝ่ายต้องการล้มล้างรัฐบาล โดยมี “ศัตรูจากต่างชาติ” (อาจหมายถึงกิวเลน) เกี่ยวข้อง และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้มี “รัฐซ้อนรัฐ” เด็ดขาด

ด้านเซมาตกล่าวหาว่ารัฐบาลทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ แทรกแซงศาลยุติธรรม ขณะที่สื่อมวลชนก็แตกแยกกันอย่างหนัก มีทั้งเข้าข้างรัฐบาลและเซมาต ส่วนประชาชนได้แต่เฝ้าจับตาการต่อสู้ชิงอำนาจนี้แบบลุ้นระทึก เพราะมวยคู่นี้สูสีกันมาก ยากรู้ผลแพ้ชนะ

เป็นไปได้ว่ารัฐบาลเอเคพีจะรุกคืบสอบสวนเล่นงานเซมาตในข้อหาเป็นองค์กรก่อการร้าย ส่วนเซมาตอาจแลกหมัด ใช้ตำรวจและอัยการในอาณัติขยายการสอบสวนคดีคอร์รัปชันเล่นงานรัฐบาลหนักยิ่งขึ้น รวมทั้งตั้งข้อหาลูกชายนายกฯ แอร์โดกอน และนำหลักฐานความชั่วร้ายต่างๆ ของรัฐบาลมาแฉอีก

เมื่อเผชิญคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวอย่างเซมาต นายกฯ แอร์โดกอนหันกลับไปเกี้ยวทหารให้มาเป็นพวกอีก โดยชูธงให้มีการพิจารณาคดีนายทหารที่ถูกจำคุกในคดี “แอร์เจเนกอนฯ” เสียใหม่ หวังไม่ให้กองทัพไปร่วมมือกับเซมาต และกลัวกองทัพก่อรัฐประหารเหมือนที่เคยยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน 4 ชุดในปี 2503-2540

แอร์โดกอนยังพยายามฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้วยการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ และผลักดันกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปรับโครงสร้าง “คณะกรรมการผู้พิพากษาและอัยการสูงสุด” (เอชเอสวายเค) ซึ่งมีอำนาจแต่งตั้งผู้พิพากษาและอัยการ เพื่อหวังลิดรอนอำนาจของเซมาตในระบบศาลยุติธรรม

ห้วงเพลานี้ การเมืองตุรกีจึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนตื่นตระหนก ค่าเงินไลร่าตกฮวบ เพราะเกมชิงอำนาจคงไม่จบง่ายๆ ดีไม่ดีอาจเปิดช่องให้ “ทหาร” เข้ามายึดอำนาจอีกครั้ง!

 


บวร โทศรีแก้ว

11 ม.ค. 2557 08:14 ไทยรัฐ