วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

My New Year Resolution

โดย น้าเน็ก

เป็นมาบอกเป็นอยู่ เป็นอยู่บอกเป็นไป สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาจากปีก่อน ส่วนอนาคตจะมีหน้าตาอย่างไร คะเนเอาได้ผ่านทุกการกระทำ ณ ปัจจุบัน ดังนั้นตามหลักการ พวกเราควรลดละเลิกการหมักดองเป้าหมายชีวิตเสียทีนะทุกคน พอถึงปีหน้าฟ้าใหม่ จะได้ไม่ต้องโอดครวญว่า สิบสองเดือนที่ผ่านมา ข้ามัวทำอะไรอยู่วะเนี่ยยยย!

เมื่อชีวิตหมุนเร็วยิ่งกว่าเข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาที่ตบกลิ้งตกเตียงในทุกเช้า นานวันเข้าเราจึงหลงลืมสิ่งที่เคยตั้งปณิธานไว้เสียดิบดีเมื่อต้นปีเกือบหมด ท่องไปเถอะ ลิสยาวเท่าขบวนรถไฟ แปดแสนกว่ารายการ อ่านตั้งแต่ข้อแรกถึงข้อสุดท้ายจบ ยังเผลอคิดเลยว่านี่ถ้ากูทำครบนะ เป็นยอดมนุษย์ไปแล้ว …

สุดท้ายท้ายสุด โลกแห่งความจริงอันแสนเฟลก็คือมันเหลือแค่หน้าที่ เรามักมีมีสิ่ง “ต้อง” ทำ มากกว่า “อยาก” ทำเสมอ คงไม่ผิดถ้าจะพูดว่า ความตั้งใจในปีใหม่ คือการเอาความตั้งใจในปีเก่าตั้งไว้ แล้วเปลี่ยนแค่เลข พ.ศ. ข้างหลังไปเรื่อยๆ

ตลอดปี 2013 ที่ผ่านมา มีหลายอย่างที่ผมพลาดและยังไม่ได้ทำ ขนาดบอกตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าอย่าพูดวลีต้องห้าม “ว่าจะ…” เด็ดขาด ว่าจะนั่น ว่าจะนี่ อะไรทำนองนี้เนี่ย เก็บลงลิ้นชักไปซะ อยากทำก็ทำเลย เพราะขืนมัวแต่เปรย จนแล้วจนรอดก็เป็นได้แค่โครงการ กระนั้นยังอุตส่ามีสิ่งที่วืดไปอยู่ดี แต่โดยภาพรวมถือว่าไม่แย่ ตรงข้าม พอโดนคนถามว่าปีที่ผ่านมาเป็นไง ผมจะตอบว่าดีมากถึงมากที่สุด ระดับความพึงพอใจต่อปีงูเล็กอยู่ในขั้นอยากแปะรูปหัวใจให้คะแนนซักร้อยดวง!

แต่ขึ้นปีใหม่ทั้งทีมันก็ต้องฮึกเหิมกันหน่อยจริงมั๊ย จุดหมายไหนลุล่วง ปลื้มปิติกันแล้วก็แล้วไป ส่วนความตั้งใจใหม่ (บวกกับของเก่าที่บ่มใส่ไหเอาไว้ทั้งหลาย) ก็จงเร่งสะสาง ตามประสามนุษย์โครงการมากชนิดไม่ดูกำลังตน จึงต้องจดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้คอยเตือนสติเสมอ แม้เปอร์เซนที่จะพิชิตให้ครบทุกข้ออาจอยู่เลเวลปานกลางไปจนถึงต่ำ แต่ยังดีกว่าปล่อยมันลอยไปตามลม มาดูกันเถอะ … ทั้งหมดนี้ คือมายนิวเยียร์เรโซลูชั่น 2014!

:: สุขภาพดี :: พ่อแม่สอนว่า โอกาสดีๆ ก็เหมือนน้ำที่คนอื่นสาดเข้ามา ต้องเตรียมถ้วยถังกะละมังให้พร้อมรองรับเสมอ ฮะ? ใครบอกฟังดูปรัชญาขงเบ้งเข้าใจยาก แหม ไร้จินตนาการจัง เขาหมายถึง ถ้าสติปัญญาดี มีโอกาส แต่สังขารไม่เอื้ออำนวย ทุกสิ่งก็เป็นจริงไม่ได้ จะเอากำลังที่ไหนไปไขว่คว้าหาอนาคต เพราะฉะนั้นก่อนจะวาดฝันถึงเรื่องอื่น ก่อนจะเป็นที่พึ่งให้ใคร ต้นทุนสุขภาพร่างกายตัวเองต้องพร้อมเสียก่อน โอเคนะ

:: ซิกแพค :: ปีนี้อยากมีซิกแพคฮะ จริงๆ อยากมานานแล้ว หรืออาจจะอยากมาตลอดทั้งชีวิต พูดงี้ละฟังดูหดหู่ทะแม่งๆ แหงสิ ไม่รู้ทำไม ไร้วี่แววโดยสิ้นเชิง ปีก่อนเพิ่งผัดผ่อนเงื่อนไขลงเหลือแค่ผอม โถ .. สมบัติอีแค่ผอมสำเร็จก็จะตายแล้วรู้มั๊ยแก๊ แต่ยังไงดีล่ะ คนเราต้องก้าวไปสู่บันไดขั้นสูงกว่า (มันยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น) ซิกแพคสำหรับผู้ชายก็คล้ายๆ นมสำหรับผู้หญิง มันเป็นแลนด์มาร์กบนสรีระอยู่แล้ว ผู้ชายที่ไหนก็มีกล้าม ผู้หญิงทุกคนล้วนมีนม หากยังอยากให้โดดเด่นยิ่งขึ้นอีกจะภาคภูมิใจมาก เข้าใจป่ะ … คืออยากมีอ่ะ

:: นอนให้เป็นระเบียบ :: ไม่ใช่ระเบียบที่หมายถึงเลิกพฤติกรรมการนอนเอาส้นถองคางเพื่อนร่วมเตียง ขวิดร้อยแปดสิบองศาเป็นหิรัญยักษ์ ม้วนแผ่นดินครับ แต่หมายถึง ความตั้งใจอยากจะเข้านอนให้เร็วขึ้นและตื่นเช้าอย่างสดชื่น ทุกวันนี้เรื่องตื่นเช้านั้นไม่ใช่ปัญหา หกโมงครึ่งก็โช้คตัวจากที่นอนอัตโนมัติ เว้นเสียตรงกลับถึงบ้านตีสามนี่สิ บางวันเดินเป็นแฟรงเกนสไตน์เลย เมาๆ อากาศชอบกล ส่วนนึงเพราะกลายเป็นกิจวัตร อะไรๆ มันจึงยังไม่งอแงต่อต้าน แต่เดี๋ยวนี้อายุชักไต่ระดับ ปล่อยร่างกายทำโอทีติดต่อกันหลายปีแบบนี้ เกรงว่านานไปจะประท้วงขอขึ้นค่าแรงขั้นแตกหัก เลยอยากปรับเวลานอนให้เป็นมนุษย์มนาบ้าง ซักสี่ทุ่ม ไม่เกินห้าทุ่มไรงี้จะเหมาะมาก แม้โอกาสเป็นไปได้จะต่ำเหลือเกิน แต่จะพยายามนะ

:: ทำงานอดิเรก :: เชื่ออยู่สิ่งหนึ่งว่า ความสามารถและทักษะที่ใช้ออกไปกับการทำงาน เป็นเพียงภาคเล็กๆ ด้านเดียวเมื่อเทียบกับตัวตนทั้งหมด ภายในคนหนึ่งคน ยังมีศักยภาพด้านอื่นให้ฝึกฝน หรือรอเวลาถูกดึงออกมาใช้อีกมาก ขนาดเด็กอนุบาลยังต้องเล่นต่อเลโก้ ปั้นดินน้ำมันนอกเวลาเรียน ผู้ใหญ่เองก็ควรมีกิจกรรมอดิเรกนอกเวลางานบ้าง เพื่อต่อเติมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียใหม่ๆ อาจจุดประกายขึ้นมาได้จากกิจกรรมและบรรยากาศใหม่ๆ … อะไร! เด็กสมัยนี้ไม่เล่นปั้นดินน้ำมันกันแล้วเหรอ? บ้าจริง ถ้าตอนอนุบาลไม่หัดปั้นงูปั้นส้ม อนาคตของชาติจะโตมาอย่างมีคุณภาพได้ยังไงล่ะ?!?

ช่างเถอะ … สรุป เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวคิดและมุมมองใหม่ของชีวิต ปีนี้เลยตั้งใจว่า อยากหางานอดิเรกทำให้มากขึ้นครับ เช่นเรียนยิงธนู ปีนเขา ขี่ม้า เล่นดนตรี ชกมวย ปล่อยกู้ ตู้ม้า นายหน้า กินรวบ (เอ่อ……)   

:: ใจเย็นลง :: เพิ่งรู้ไม่นานนี้เองว่า พออาวุโส (แก่) ถึงจุดหนึ่งแล้ว ตัวเองจะมีขีดความอดทนต่ำลง … มาก! ทำไมมันสวนทางกับชาวบ้านวะ คือส่วนใหญ่ได้ยินคนอื่นชอบพูดว่า เออเนี่ย อายุเยอะขึ้น ที่เคยวีนๆ เหวี่ยงๆ ขี้โมโหอารมณ์ร้าย ใจร้อนโน่นนี่นั่น มันลดน้อยลงนะ สุขุมนุ่มลึก ดูมีพลังด้านยับยั้งชั่งใจ มีเหตุมีผลมากขึ้น ในหมู่คนประเภทนั้นรู้สึกจะไม่มีเราว่ะ
สองสามปีที่ผ่านมาสังเกตุว่าตัวเองขี้หงุดหงิด เจออะไรไม่ถูกที่ถูกทางต้องจวกทันที รักความถูกต้องเวอร์ๆ สมมติสมัยก่อน เห็นเด็กเสิร์ฟกระแทกแก้วน้ำใส่ก็เออ ช่างแม่งๆ มันอาจจะมู้ดดี้ เดี๋ยวนี้ไม่ได้เลย ต้องเรียกมันเข้ามานั่งพับเพียบเทศน์สั่งสอน สายตาละเอียดกับความบกพร่องของคนรอบข้างมาก จนบางทีแอบคิดเอ๊ะ กูนี่เยอะจัง ไม่ดีแล้วมั้ง ปีนี้ต้องพยายามใจเย็นลงหน่อย (ส่วนไอ้เรื่องกระแทกตูดแก้วใส่ อันนั้นยังคงด่าอยู่)

:: ศึกษาวิธีออมเงินอย่างจริงจัง :: นอกจากวิธีเดิมๆ เช่นประกันภัย ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีพวกนี้แล้วก็อยากลองตื่นตัวศึกษาช่องทางเก็บออมแขนงอื่นดูบ้าง ตราสารหนี้เอย พันธบัตร สลากออมสิน กองทุน เล่นหุ้นอะไรทำนองนั้น เพื่อปรับสมดุลทางการเงินของตัวเองให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น มีวันนึงนั่งพลิกๆ เล่มสมุดบัญชีดู อืม ตอนนั้นกูเผลอตัวฝากบัญชีประเภทไหนกัน ดอกเบี้ยถึงกระจิ๊ดริ๊ดเท่าหำมดขนาดนี้ ปีนึงกระดึบขึ้นมาหน่อยเดียว ขืนปล่อยเป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อไหร่เงินจะงอกซักที ไม่ได้การ! ปีใหม่มาถึง เราจะปฏิวัติการออมเงินอย่างเป็นระบบซักที!

:: อ่านหนังสือที่ซื้อมาตุนไว้ให้หมด :: การลงทุนที่ยั่งยืนสุดคือการลงทุนต่อทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มพูนความรู้และสติปัญญาโดยการอ่านนั่นเอง แต่สัจธรรมข้อหนึ่งในวงการอ่าน นักอ่านกับนักซื้อหนังสือเป็นคนละเรื่องกัน นักอ่านอาจจะไม่ซื้อเสมอไป (ใช้วิธีแอบอ่านฟรีและตบเอาจากเพื่อนฝูง) และนักซื้อส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้อ่าน เพราะบ้าซื้อมากองพะเนินจนไม่รู้จะเริ่มอ่านตรงไหน กลุ่มหลังนี้เข้าร้านหนังสือเมื่อไหร่ก็มักตกเล่มใหม่ติดมือกลับบ้านเสมอ อาจด้วยเหตุผลปัญญานิ่มว่าเห็นโปรโมชั่นลดราคา ทว่าวิกฤติขั้นสุดบังเกิดเมื่อนักซื้อกับนักอ่านดันเป็นคนเดียวกัน ชอบอ่านนะ ซื้ออย่างบ้าคลั่งด้วยแต่ไม่มีเวลา! ยิ่งช่วงงานสัปดาห์หนังสืองี้สวรรค์ตอนเดินซื้อ แต่นรกตอนกลับบ้านมาก กูซื้ออะไรมานักหนา
ดังนั้นปีนี้เราจึงหมายมั่นปั้นมือจะหาเวลาสะสางกองหนังสือแสนรักให้หมด จะได้ไม่สะสมไปถึงปีหน้า ให้เป็นภาระลูกหลานนะครับ (ซึ่งหลังประเมินด้วยตาเปล่า พบว่าอาจจะมีถึงสองร้อยเล่ม!)

:: ดูหนัง :: ปีนี้อยากไปดูหนังในโรงให้บ่อยขึ้น ไปต่อแถวซื้อตั๋ว ซื้อน้ำซื้อป็อบคอร์น ไปนั่งหนาวสั่นงันงกและผจญกับมนุษย์มารยาททรามตามเบาะข้างเคียงในโรงดู แม้น่ารำคาญแต่ก็เป็นอรรถรสชนิดหนึ่งซึ่งเราไม่มีทางพบเจอหากนอนดูช่องเคเบิลอยู่บ้านหรือซื้อดีวีดีบลูเรย์ไปฉายดูเอง คนเป็นพวกชอบเสพติดความรุงรังเสียจริง พอมีหนทางที่ดีกว่าเข้าหน่อย ไม่ช้านานก็จะโหยหาอะไรเดิมๆ ซะอย่างงั้น เพื่อที่จะร้องอ๋อกับตัวเองอีกครั้งว่า เหตุผลนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมกูจึงไม่เข้าโรงหนัง (ตีอกชกตัวจะเอาค่าตั๋วคืน) ที่ผ่านมามีแต่คนจ้างไปเป็นพิธีกรเปิดตัวหนัง สุดท้ายก็ไม่เคยนั่งดู รอบปฐมทัศน์รอบสื่อรอบเซเลปอะไรก็พลาดตลอด นั่นล่ะ … ปีนี้เราจะดูหนัง!

:: กลับบ้านให้บ่อยขึ้น :: วันหนึ่งคุณนายดวงเดือนก็โทรมาถาม ว่ากินข้าวหรือยัง บ้านช่องไม่กลับมาจะแปดเดือนแล้วนะลูก บ้านอยู่ไหน จำทางกลับได้มั๊ย อ๋อ จำไม่ได้เหรอ … อืม ณ จุดนี้ไร้ข้อแก้ตัวอย่างสิ้นเชิง ยังไงก่อนที่แม่จะลืมหน้าลูกเต้าเสียก่อน ปีนี้เราจะกลับไปนอนอืดอยู่บ้านต่างจังหวัดให้บ่อยขึ้น     

:: เดินมากๆ :: เขาว่ากันว่าถ้าเดินวันละหมื่นก้าว ช่วยให้อายุยืนขึ้นสิบปี กรณีนึกภาพไม่ออกว่าหมื่นก้าวมันไกลแค่ไหน ก็ประมาณแปดกิโล เท่ากับเดินรอบสนามหลวงซักหกรอบ หรือตะเวนช็อปปิ้งวนขึ้นลงบนห้างเจ็ดชั้นสองสามเที่ยว … สมัยนี้จะคนกรุงเทพหรือคนต่างจังหวัด ต่างก็ขยับแข้งขยับขาเดินกันน้อยลงเหมือนกันหมด ตามกิจวัตรที่เปลี่ยนไป แล้วผลักการเดินไปรวมอยู่ตอนออกกำลังเท่านั้น ได้ยินคนแถวบ้านชอบอวด โอ้ย ป้าเนี่ยเดินเยอะนา ปีที่แล้วทั้งงานวิ่งมาราธอน ทั้งเดินการกุศล แหม จัดปีละสองหน … ของแบบนี้มันต้องหมั่นทำทุกวันจนเป็นนิสัย ในช่วงวัยที่แข้งยังให้ความร่วมมือ เดินไหวไม่ยึดไม่ฝืด ก็คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าต้องเดินให้มากๆ อาจไม่ถึงขั้นซีเรียสว่าจะพิชิตหมื่นก้าวในทุกวัน ขนาดติดเครื่องนับก้าวกับตัวตลอดเวลาให้ประสาทเสียเล่น แต่ก็พยายามไม่นั่งจมกับที่นานๆ เสี่ยงพุงกอง หำหด อ่า … ปีนี้น่าจะทำได้อยู่

:: คุยกับหมา :: การทำงานหนัก ส่งผลให้เราถูกหมาหมางเมินและชิงชังไม่รู้ตัว … เช้ามาโผล่หน้าออกจากประตูบ้าน เดินผ่านหมาไปโดยไม่ได้หันมองด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับนั่งลงทักแล้วลูบหัว กลับหลังหันมาอีกที อ้าว เวร หมากูนั่งเงิบ เออ ไว้ก่อนละกัน เดี๋ยวขากลับจะซื้อสแน็คมาไถ่โทษ ชอบรสอะไรนะ? รสเนื้อเหรอ โอเคๆ … ปรากฏว่าเจ้านายเสือกกลับตีสาม จบกัน เจ้าของหมาประเภทรักหมาแต่ไม่มีเวลาพาหมาไปเดินเล่น รักหมาแต่กินข้าวหมดแล้วก็นอนนิ่งๆ อย่าเห่าโวยวายอย่าแทะอย่าขยับล่ะ รักหมาแต่เรื่องอาบน้ำ … เอ๋? ต้องพาไปอาบด้วยเหรอ ช้างอยู่ในป่ายังไม่เคยมีใครอาบให้เลย ทั้งหมดที่ว่านั่นกูชัดๆ แย่แล้ว! ปีที่ผ่านมารู้สึกได้ว่าละเลยสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปเยอะ มิน่าถึงว่าเรียกชื่อแล้วไม่หัน ก่อนที่มันจะมองผ่านเจ้านายไปเหมือนเห็นหมาตัวนึง ยังไงปีนี้ ผมจะแวะคุยกับหมาให้มากขึ้น!

:: เที่ยวต่างประเทศ :: ประโยชน์ของการเที่ยวต่างประเทศก็คล้ายๆ กับทำงานอดิเรกครับ … บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม ผู้คน วัฒนธรรม สภาพความเป็นอยู่ นิสัยใจคอที่แตกต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนเดิมที่ตัวเองคุ้นเคย เป็นแหล่งกำเนิดไอเดียและแง่คิดที่ดี ยิ่งถ้าการไปเที่ยวครั้งนั้น ทุลักทุเลยากลำบาก มีอุปสรรคให้ฟันฝ่าเท่าไหร่ ประสบการณ์ที่ได้ก็ยิ่งมีค่า เห็นหลายคนบอกว่า หยุดงานไปเที่ยวสองอาทิตย์ กลับมาทัศนคติเปลี่ยนไปเลย เหมือนมีองค์ ใกล้บรรลุอยู่ทุกวี่วันยิ่งแบบ หูยย เท่ว่ะ แต่ไม่ดีมั้ง คล้ายๆ จะพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ดังนั้นอีกหนึ่งเป้าหมายในปีนี้คือ อยากเที่ยวต่างประเทศจริงๆ ชนิดไม่เกี่ยวกับงานซักสองสามทริป .. น่าจะพอเป็นไปได้

:: ทำความสะอาดบ้าน :: ดูหัวข้อแล้วชวนคิดว่าไอ้นี่ท่าทางปีนึงจะทำความสะอาดบ้านหนเดียว ไม่ใช่อย่างนั้น! … แค่คิดว่า นานขนาดไหนแล้วนะที่เราไม่ได้ใช้วันหยุดไปกับการดูดฝุ่น ถูพื้นเอง เก็บของไร้สาระเกินจำเป็นทิ้งถุงขยะ โละรองเท้าเก่า เสื้อผ้าเก่า ขนมเก่าจากห้องครัวไปให้คนอื่นใช้ประโยชน์แทน เลือกซื้อโคมไฟใหม่บ้าง เอะอะก็เรียกแม่บ้านมาทำเสียหมดเพราะไม่มีเวลา … จริงๆ เป็นคนชอบเก็บบ้านฮะ ไม่ถึงขั้นย้ำคิดย้ำทำเดินเก็บตลอดเวลา แต่อยู่ในขั้นที่มองว่าการทำความสะอาดบ้านก็เป็นงานสุนทรีย์อย่างหนึ่ง เจ้าของบ้านที่ดีต้องรู้ทุกซอกทุกมุมสิ แต่พักหลังๆ เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย เรามีตู้เก็บของตรงนี้ด้วยเหรอวะ?!? ไม่ไหวๆ … ต้องลงมือเก็บบ้านเก็บช่องเองบ้างละ

:: เขียนหนังสือซักเล่ม :: “ถ้าออกหนังสือได้ปีละเล่ม … ก็คงจะดีเนอะ” ความคิดนี้เกิดขึ้นขณะยืนอยู่กลางงานสัปดาห์หนังสือเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เออ เราชอบบรรยากาศแบบนี้ ชอบเวลาที่คนอ่านกับคนเขียนได้มาเจอกันตัวเป็นๆ ได้ขอบคุณคนที่ซื้อหนังสือ ได้ชื่นชมเจ้าของผลงานที่ตัวเองชอบกันซึ่งหน้า อยากเป็นส่วนหนึ่งในงานแบบนี้อีก การแบ่งร่างอวตารออกมาทำงานหนังสือ ในขณะที่งานหลักด้านอื่นก็กองท่วมเพดาน ถือเป็นความท้าทายยิ่งกว่าไต่เขาหิมาลัย แต่ก็มีผู้หวังดีคอยให้กำลังใจเสมอว่า เขียนคอลัมน์รายอาทิตย์นี่หาเรื่องฆ่าตัวตายแท้ๆ เลยนะมึง (นั่นให้กำลังใจแล้วเหรอ!?)  ก็ไม่รู้สินะ ปีก่อนเพิ่งออกไปเล่มนึง ถ้าปีนี้ออกได้อีกซักเล่มสองเล่มก็จะดีใจมากฮะ

น้าเน็ก

 

น้าเน็ก

เป็นมาบอกเป็นอยู่ เป็นอยู่บอกเป็นไป สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาจากปีก่อน ส่วนอนาคตจะมีหน้าตาอย่างไร คะเนเอาได้ผ่านทุกการกระทำ ณ ปัจจุบัน ดังนั้นตามหลักการ พวกเราควรลดละเลิกการหมักดองเป้าหมายชีวิตเสียทีนะทุกคน พอถึงปีหน้าฟ้าใหม่ 11 ม.ค. 2557 02:29 11 ม.ค. 2557 03:44 ไทยรัฐ