วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อนรอต่อคิว "วันเด็ก"

เปรียบเด็กเป็นผ้าขาว ผ้าขาวย่อม “ไร้สี”

ท่ามกลางความขัดแย้งในบ้านเมืองจนกลายเป็นวิกฤติ สิ่งหนึ่งที่ยังถือว่าผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ว่าจะขั้วไหนฝ่ายใดยังมี คือสำนึกและจิตใจเพื่ออนาคตของชาติ กิจการกิจกรรมใดทางการเมือง การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจ พร้อมใจแตะเบรก

“เว้นวรรค” บทบู๊ล้างผลาญวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. “วันเด็กแห่งชาติ”

โดยเฉพาะหัวขบวนทั้งสองขั้วฝ่าย “นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีคำขวัญวันเด็กอันเป็นประเพณีทุกปีของประเทศไทย “กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง” คือคำขวัญปีนี้ของผู้นำหญิง

แม้จะงดจัดงานที่ทำเนียบฯ เด็กๆเลยอดนั่งเก้าอี้นายกฯเหมือนทุกปี เซ็งจุงเบยกันเป็นแถว

อีกฝั่ง “กำนันเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก็มาแรง ประกาศจัดงานวันเด็กในพื้นที่การชุมนุมของ กปปส.ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน แถมทำเก๋ มอบคำขวัญวันเด็กประชัน

แถมเตรียมจัด “เก้าอี้กำนันเทือก” ให้นั่งกันเลย

แต่ที่น่าจะเป็น “คำขวัญวันผู้ใหญ่” ในยุคการเมืองแตกแยก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่กำลังทรงตัวอยู่บนเขาแหลมคมสองข้าง

แห่งความขัดแย้ง เอื้อนเอ่ยชี้แจงแต่ละทีต้องเงี่ยหูฟัง

โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉิน “แอ่นแอ๊น” ปฏิวัติ–รัฐประหาร

กับช่วงระทึกก่อนดีเดย์ “ปิดกรุงเทพฯ” หลายฝ่ายขยับออกมาแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ รวมทั้งประกาศท่าที นอกจากอาจารย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆปีกตรงข้าม กปปส. จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์

หนุนเลือกตั้ง ค้านม็อบและความรุนแรง

ล่าสุด “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” ประกอบไปด้วยบรรดานักวิชาการ เอ็นจีโอ นักคิด องค์กรและสถาบันต่างๆ ร่วมแถลงจุดยืน คัดค้านการรัฐประหาร การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ

เคารพการใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ และสนับสนุนการปฏิรูปประเทศควบคู่การเลือกตั้ง

อีกเครือข่ายที่เริ่มต้นได้ดีในช่วงวิกฤติบ้านเมือง 7 องค์กรภาคเอกชนที่เปิดเวทีกลางรับฟังความคิดเห็นมาหลายรอบ และได้รับการยอมรับจากฝ่ายต่างๆ กระทั่งล่าสุด “นายกฯปู” คิดจะหยิบยืมเวทีและแนวทางของกลุ่มนี้

แม้จะมีกระแสข่าวว่า “เสียงแตก” แต่ล่าสุด 7 องค์กรภาคเอกชน เหมือนจะ “เด้งรับ” รัฐบาลทันที โดยร่วมกับ 18 องค์กรเอกชนเสนอให้จัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.รองรับ

เร่งเปิดเวทีปฏิรูปด่วนจี๋ ผ่องกระแสชัตดาวน์กรุงเทพฯ

และดูจะเป็นสัญญาณลบต่อ “นายกฯปู” อีกรอบ โดยเฉพาะ “เกราะกำบัง” การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ผุกร่อนไปเรื่อยๆ กับคำพิพากษาของศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา “ยกคำร้อง” คดีที่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาสามัคคีขอให้วินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เพราะผู้ยื่นคำร้องยังไม่ถือเป็นผู้สมัคร

เป็นแนวทาง “ยี่ต๊อก” ของอีก 107 คดี ส่อ “แห้วเลือกตั้ง”ยกพวงเช่นเดิม

แล้วที่หนักเข้าไปใหญ่ กรณีที่ สตง.ทำหนังสือถึงประธาน กกต.เรื่องการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยขอให้พิจารณาทบทวนการจัดการเลือกตั้ง

โดยแสดงความกังวลเรื่องการใช้จ่ายงบฯ 3,885 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายไปเลือกตั้งของประชาชน

เสี่ยงสูงที่จะเกิดความสูญเปล่า ไม่ประหยัด ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่า

กระตุก 5 อรหันต์ แต่กระทบแผนเลือกตั้งของ “นายกฯปู”เต็มๆ

แต่นั่นไม่เท่ากับ แรงกระทบและอัดบีบจากข้าราชการต่อรัฐบาล และ “นายกฯปู” โดยล่าสุดประชาคมสาธารณสุข นำโดย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงการณ์

โดยเรียกร้องให้ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” และ “รัฐบาลต้องลาออก”

“รัฐบาลมีปัญหาความโปร่งใส ไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ แทรกแซงนิติบัญญัติ เกิดความแตกแยกของสังคม”

“หน่วยกล้าตาย” ขยับ ชวนข้าราชการ “ดื้อแพ่ง” อำนาจรัฐบาล

กับสถานการณ์เขม็งเกลียว ไคลแมกซ์งวดเข้ามา “เว้นวรรควันเด็ก” ก็เข้าสู่วันสุกดิบก่อนดีเดย์ “ชัตดาวน์ กทม.” ดูเหมือนทั้งสองขั้วฝ่ายเริ่มเปิดหน้ากันออกมาเป็นแผง ขณะที่ “กรรมการ” ที่รอสวมบท “ฮีโร่” อย่างกองทัพถูกจับจ้อง

ไม่รู้จะเกิด “เหตุฉุกเฉิน” เมื่อใด วัน ว. เวลา น.ไม่คอนเฟิร์ม

ที่แน่ๆ ถัดจาก “วันเด็ก” ก็ถึงคิว “วันผู้ใหญ่” เปิดศึกร้อน.

ทีมข่าวการเมือง