วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดหัวใจชาวแท็กซี่ วันที่กรุงเทพฯ จะชัตดาวน์ (ชมคลิป)

ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะเตรียมวางแผนเส้นทางทำมาหากินใหม่ เพราะเส้นทางเดิมที่ใช้เดินรถรับ-ส่งผู้โดยสารในกรุงเทพมหานคร จะถูกปิดตายในวันที่ 13 มกราคมนี้ เขายอมรับว่าไม่สามารถหยุดวิ่งรถได้ เพราะนั่นหมายถึงการขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัว

คนขับแท็กซี่หลายรายหาทางเลี่ยงด้วยการ ไปวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร ในเส้นทางนอกเมือง หรือแถบปริมณฑลแทน หากต้องเข้าเมืองจะเน้นเรื่องความปลอดภัยในการรับส่งผู้โดยสาร จุดใดที่สุ่มเสี่ยงก็จะไม่เข้าไป เพราะกลัวจะเกิดเหตุซ้ำรอยกับเพื่อนแท็กซี่ ที่ถูกทำร้ายบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต

 

“วันที่ 13 มกราคมนี้ ไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องออกมาวิ่งรถ ไม่ว่าจะได้มากน้อย เพราะถ้าไม่ขับก็ไม่มีรายได้ เพราะค่าใช้จ่ายของผมแต่ละวัน จะมีทั้งค่าเช่ารถ ค่าแก๊ส และเงินที่ต้องหาเข้าบ้านเพื่อจุนเจือครอบครัว ซึ่งจะต้องหารายได้ให้ได้วันละ 1,500 บาทอย่างน้อย” นายวันชัย พลอยมาศ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ กล่าว แต่ในวิกฤติยังมีโอกาสอยู่เสมอ เพราะ นายวีรพงษ์ มณีวงษ์  ผู้ขับขี่รถแท็กซี่อีกรายมองว่า ช่วงเวลาที่มีการชุมนุม เป็นโอกาสทองที่จะหารายได้ให้กับครอบครัวได้เพิ่มมากขึ้น

 

“โอย…เป็นวันที่ผมหาเงินดีที่สุด คือวันที่มีม็อบ เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่มีม็อบ ตลอดทั้งเดือนรายได้ผมดีมาตลอด เพราะม็อบจะจ้างแท็กซี่ไปส่ง เพราะรถเมล์จะไม่วิ่งเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมอยู่แล้ว ยิ่งขากลับผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะนิยมเลือกแท็กซี่กลับเพราะเดินกันไม่ไหวแล้ว”

“ช่วงที่ไม่มีม็อบวิ่ง ผมวิ่งรถตั้งแต่เช้าจนเลิก 2 ทุ่ม เต็มที่ได้เงินแค่ 1,500 บาท แต่ช่วงที่มีการชุมนุมผมได้ประมาณ  2,500-3,000 บาท”  นายวีรพงษ์ กล่าว

 

นอกจากการให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร บทสนทนาบนรถแท็กซี่บางครั้งนำมาซึ่งชนวนความขัดแย้ง จนเกิดความสูญเสียขึ้น แต่แท็กซี่เกือบทุกราย ยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะรับผู้โดยสารที่มีความเห็นต่างทางการเมือง

 

“ถ้ามีผู้โดยสารที่คิดต่างทางการเมืองมาโบกรถ ผมรับนะ เพราะการพูดคุยเรื่องแบบนี้ ผมมองว่ามันเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ และผมไม่ได้ฝักใฝ่สีไหน แต่ถ้าผู้โดยสารจะให้ไปส่งในพื้นที่ชุมนุม หรือมีเหตุการณ์รุนแรง...ผมคงเลือกที่จะไม่ไป เพราะไม่คุ้มที่จะเข้าไปเสี่ยง หากเกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรงขึ้น  มันก็ไม่คุ้มกับเงินแค่ไม่กี่ร้อยที่จะได้...ไม่เสี่ยงดีกว่าครับ” นายวันชัย พลอยมาศ กล่าว

เช่นเดียวกับ นายสำราญ ทรงคะรักษ์  ผู้ขับขี่รถแท็กซี่อีกราย ที่ยอมรับว่ารู้สึกกลัว นับตั้งแต่มีเหตุการณ์แท็กซี่ ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาถูกทำร้ายบนถนนวิภาวดี

“ยอมรับว่ากลัวเหมือนกัน หลังมีเหตุการณ์ที่แท็กซี่ที่โดนทำร้าย คนที่โดนวันนั้นเพื่อนผมเอง อยู่บ้านติดกันเลย  เราจะพูดอะไรก็ต้องระวังมากขึ้น ยิ่งเวลารับผู้โดยสารที่เป็นผู้ชุมนุม ต้องพูดจากับเขาดีๆ ถ้าเจอคนที่แรงๆ เราก็ต้องเออ-ออเป็นพวกเขาไป ผมว่าคนไทยพูดกันรู้เรื่องนะ”

 

จักรยานยนต์รับจ้าง เป็นอีกหนึ่งบริการ ที่เป็นทางเลือกในการเดินทางสัญจร โดยเฉพาะในขณะที่มีการชุมนุมทางการเมือง ที่การจราจรบนถนนหลายสายถูกปิดตาย แม้กระทั่งผู้ชุมนุมก็ยังต้องใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งแน่นอนว่า เป็นโอกาสทำรายได้ของอาชีพนี้ ทำให้รายได้ของผู้ขับขี่รถรับจ้าง มีรายได้มากขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

 

แต่เมื่อเห็นว่าอาชีพขับจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นอาชีพทำเงินในช่วงม็อบบางคนสวมรอย นำรถมาให้บริการทำให้เจ้าถิ่น วินรถจักรยานยนต์ถูกแย่งลูกค้า และเรียกคนเหล่านั้นว่า “วินผี” ที่ฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสารราคาแพงและโก่งราคาจนเกินพอดี

 

“ที่มีปัญหาคือมาหากินฉาบฉวย มาแล้วเรียกราคาเกินตัว เช่นเราวิ่ง 120 บาท เขาอาจเรียก 150 บาท พวก “วินผี” จะมาหากินช่วงมีม็อบ บางทีจะไปวนเข้าไปรับข้างใน เราไปพูดคุยกับเขาไม่ได้ มันอยู่ที่ตกลงกับผู้โดยสาร เพราะบางคนกลัวไม่ได้กลับ เรียก 400 บาท ก็ต้องไป  แต่พวกผมถ้าเรียกสูงแบบนั้น มันตรวจสอบได้ เพราะเรามีวินตั้งประจำอยู่ที่นี่” นายชาญยุทธ มูลสาร วินจักรยานยนต์รับจ้างเขตพญาไท กล่าว…

 

ในวันชัตดาวน์ ปิดกรุงเทพฯ การจราจรหลายเส้นทางจะถูกปิดตายแน่นอน การใช้บริการรถสาธารณะอย่างแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นหนทางที่จำเป็น แต่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่สร้างปัญหาซ้ำสองให้กับประชาชนที่ไม่มีทางเลือก

ชมคลิป

ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะเตรียมวางแผนเส้นทางทำมาหากินใหม่ เพราะเส้นทางเดิมที่ใช้เดินรถรับ-ส่งผู้โดยสารในกรุงเทพมหานคร จะถูกปิดตายในวันที่ 13 มกราคมนี้ เขายอมรับว่าไม่สามารถหยุดวิ่งรถได้ เพราะนั่นหมายถึงการขาดรายได้มาจุนเจือครอบครัว 10 ม.ค. 2557 19:53 ไทยรัฐ