วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮั่วเซ่งเฮงคาดสัปดาห์หน้าทองคำมีแนวรับที่ 1,220 และ 1,200 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์

ราคาทองในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,216-1,248 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์  ประเด็นที่นักลงทุนรอติดตามคือตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐทั้งการจ้างงานภาคเอกชนทั่วประเทศเดือนธันวาคมของ ADP การจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธันวาคม โดยการจ้างงานภาคเอกชนทั่วประเทศเดือนธันวาคมของ ADP เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่ตลาดคาด โดยเพิ่มขึ้น 238,000 ตำแหน่ง จากที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 2 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้ได้มีการปรับเพิ่มการจ้างงานเดือนพฤศจิกายน 14,000 ตำแหน่ง เป็น 229,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐลดลง 1.5 หมื่นราย เหลือ 3.3 แสนราย ลดลงมากกว่าผลสำรวจที่ประเมินไว้ที่ 3.35 แสนราย ส่วนการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 17-18 ธันวาคมระบุว่า เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐส่วนใหญ่เห็นพ้องกับการตัดสินใจที่จะเริ่มชะลอมาตรการซื้อพันธบัตร เนื่องจากคาดการณ์กันถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและการปรับตัวดีขึ้นของตลาดแรงงาน แต่ระบุว่าการปรับลดต่อไปควรจะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่ระมัดระวัง ซึ่งตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่งคาดอาจส่งผลลบต่อราคาทองคำบ้าง แต่ตลาดตอบรับประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มมีการปรับลดวงเงินมาตรการ QE ในเดือนมกราคมและจะต้องมีการทยอยปรับลดวงเงินในการประชุมครั้งถัดไป

สัปดาห์หน้าประเด็นสำคัญต่อราคาทองคำ คือ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟดทั้ง 12 เขต (Beige Book)  และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ การเปิดเผยรายงาน Beige Book ในกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐมีมุมมองต่อเศรษฐกิจว่าขยายตัวในอัตราปานกลางและไม่แตกต่างจากรายงานที่เคยเปิดเผยครั้งก่อนๆ คาดว่าจะไม่กระทบทางลบต่อราคาทองคำ แต่กรณีที่มีมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐว่าแข็งแกร่งอาจกระทบทางลบบ้าง

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์หน้าประกอบด้วยยอดค้าปลีกเดือนธันวาคม  และตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยการอนุญาตก่อสร้าง การเริ่มสร้างบ้านเดือนธันวาคม ซึ่งคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง ดังนั้นอาจช่วยหนุนราคาทองคำได้บ้าง โดยราคาทองมีแนวรับที่แนวรับ 1,220 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ กรณีที่ราคาทองไม่สามารถยืนเหนือแนวรับ 1,215-1,220 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ควรระวังแรงขายที่จะมีกลับออกมา และคาดว่าราคาจะอ่อนตัวลงสู่แนวรับบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ ต่อไป โดยมีแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,245-1,250 ดอลลาร์  ต่อ ออนซ์