วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


"ความรัก" กับ "ชีวิต" คิดเหมือนๆกัน

อาทิตย์ที่ผ่านมา ใช้เวลาอยู่หน้าห้องผ่าตัด และห้องไอซียูค่ะ วันๆ คุยแต่กับคุณหมอ น้องๆ พยาบาล และรอ การรอหน้าห้องผ่าตัด มันคือบรรยากาศหนึ่งที่รวบรวมความกลัวของผู้คนหน้าห้องไว้ด้วยกัน คนหลากหลายวัยมากเลยค่ะ เมื่อมีใครสักคนเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกสายตาจะพุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวกัน นี่คือหมอของฉันหรือเปล่า คนที่ฉันรักเป็นยังไงบ้าง เขาปลอดภัยดีไหม เขายังหายใจได้อยู่หรือเปล่า

มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าห้องคนเดียว จริงๆ ตัวเองก็นั่งคนเดียวนะ แต่วัยน้องกับอายุปูนพี่ คงต่างกันกับความชินในการรับมือความรู้สึกในช่วงเวลาที่ความกลัว และความหวังหารกันคนละครึ่งพอดี คุณหมอท่านหนึ่งเดินออกมา น้องพุ่งตัวไปหาตรงหน้า จริงๆ อยากแอบฟัง แต่มันคงไม่ใช่มารยาทที่ดีนัก ได้แต่มองและเดาสีหน้าของน้องเอา (เรื่องชาวบ้านคืองานของเราจริงๆ)

คุณหมอพยายามอธิบายอาการเหมือนจะพูดถึงแผลผ่าตัด น้องยกมือขึ้นเหมือนห้ามปรามว่าพอแล้ว น้ำตาคลอ คุณหมอคุยด้วยซะพัก ก็เดินไป น้องก้มลงไหว้คุณหมอหลายครั้งติดต่อกัน “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่สุดค่ะ” แล้วกลับมานั่งต่อ น้องนั่งเหม่อๆ น้ำตาไหลแล้วก็ยิ้ม ก่อนจะกดโทรศัพท์ส่งข่าวดี จากหน้าห้องไอซียู ไปยังคนที่รอฟังอยู่ น้องก้าวผ่านความกลัวไปได้แล้ว.. มีบางคนนั่งเศร้า บางคนนั่งหลับ บางคนโทรศัพท์ตามคนนั้นคนนี้ แล้วก็เห็นผู้คนหนาตาขึ้นทุกที ทุกคนมองหน้ากัน ยิ้มกันบ้าง วางเฉยบ้าง ต่างก็อยู่ในอารมณ์คือๆ กัน ยังนั่งคิดเลยว่า ทำไมมีคนจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจถอยกลับไปสู่จุดเริ่มต้น กลับไปเป็นคนที่ไม่มีลมหายใจ ตัดสินใจจากโลกนี้ไป เพียงเพราะบางเรื่องไม่ได้ดั่งใจ คิดว่าตายซะจะได้จบ แล้วมันจบไหม สร้างความเสียใจให้กลายเป็นทุกข์ครั้งใหม่ให้กับคนที่รักเรา

คนที่อยู่ ตามรพ. ดิ้นรนแทบตายอยากจะมีลมหายใจ อยากหายใจเข้า แล้วหายใจออกได้ คนที่กลับหายใจได้อย่างสบายๆ เราจะท้อง่ายๆ ทำไม เข้าไปในห้องไอซียู เห็นอุปกรณ์ในห้อง คนเรานี่ก็ช่าง พยายามเอาชนะธรรมชาติทุกอย่าง คนจะหมดลมหายใจ ฉันไม่ยอมให้ไป เธอต้องอยู่ให้ได้ต่อไปสิ มีเครื่องมือนั้นเครื่องมือนี้ วัดทุกวินาที ช่วยทุกกรณีให้คนที่อยู่ตรงหน้านี้หายใจได้ต่อไป

รพ.รวบคนที่ป่วยกายไว้ ที่เดียวกับคนที่ป่วยใจ คนที่เรารักเป็นอะไร คนที่เจ็บปวดหัวใจคือคนในครอบครัว เผื่อจะมีใครคนไหนอ่านผ่านมาเจอสิ่งที่เขียนอยู่นี้ ขอให้ตั้งสติให้ดี การมีลมหายใจคือรางวัลยิ่งใหญ่ในชีวิต คิดและทำ ใช้เวลาให้มีคุณค่าที่สุด ทุกคนเหมือนเช่าเวลามา แต่เช่าแบบที่ไม่รู้ว่า เรามีเวลาเช่ามาเท่าไหร่ ทำได้แค่เช็กลมหายใจ ถ้าวันนี้ยังหายใจได้ สู้กันต่อไปตราบที่ลมหายใจยังมี ที่พาตัวเองมานั่งอยู่ตรงนี้

เพราะตอนแรกตั้งใจจะพาคุณแม่มาเปลี่ยนข้อเข่าค่ะ คุณแม่เรียกตัวเองว่ามนุษย์ตัดต่อ ผ่าเข่าไปแล้ว 1 ข้าง ผ่าแขนไปอีก 1 ข้าง เพราะเส้นเอ็นตรงหัวไหล่ขาด หนนี้จะมาเปลี่ยนข้อหัวเข่าอีกข้าง เปลี่ยนอะไหล่ที่เราใช้ร่างกายมาอย่างหนักเกือบทั้งชีวิต แต่ติดตรงที่คุณหมอหัวใจยังไม่อนุญาตให้ผ่า เพราะตรวจเจอว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องทำบอลลูน และใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดกันก่อน เลื่อนการผ่าเข่าออกไปอย่างน้อยครึ่งปี จากที่อยากได้หัวเข่าใหม่ เลยได้เส้นเลือดหัวใจใหม่ อย่างงง ๆ แต่ก็เอาค่ะ แค่ผิดจากที่คาด ไม่ได้แปลว่าต้องพลาดหวังไปตลอด การฉีดสีทำบอลลูนเรียบร้อยดีค่ะ กลับบ้านพร้อมเส้นเลือดหัวใจที่ขยาย แค่เดินปวดเข่าต่อไปอีกซะหน่อย ยังไงหัวใจก็ต้องสั่งให้ขาเดินต่อไปอยู่ดี กะเผลกนิดหน่อย แต่หัวใจแข็งแรง บางทีสิ่งที่ได้มาอย่างไม่ได้หวัง ก็ดีไม่น้อยไปกว่าสมหวังทุกประการ

ความรักกับชีวิต คงสอนให้เราคิดเหมือนๆ กันว่าไม่มีอะไรแน่นนอน จากรพ.กลับมานั่งจัดรายการต่อ เจอเรื่องของน้องคนหนึ่งที่โพสต์ไว้ เป็นเรื่องเกินจะรับได้จริงๆ

“พี่อ้อยคะ หนูเพิ่งทราบว่า สามีที่อยู่กินกันมา 3 ปี คือคนรักเก่าของแม่ แม่เป็นคนจัดหามาให้ทำความรู้จักและแต่งงานกับหนู แม่อายุ 47 ปีหนูอายุ 27 ปี สามีหนูอายุ 35 ปี ที่แย่คือตอนนี้หนูท้องได้ 5 เดือน และแม่ก็ท้องได้ 3 เดือนเป็นลูกหลงมา ที่เกิดจากสามีหนูค่ะ ช็อกมาก หนูจะผ่านเรื่องยากๆ นี้ไปได้ยังไง ? ”

อะไรกันคะสังคมไทย ความไม่รู้จักพอ ทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ แบบนี้ได้จริงๆ ด้วย จะอยู่กันไปยังไง ลูกเรา มีพ่อซึ่งเป็นคนเดียวกับตา สามีของยาย บ้ากันไปใหญ่ ได้แต่แนะน้องไปให้มีสติ ถ้าผู้ชายคิดได้แค่นี้ เราเองยิ่งต้องใช้สติแทนสามีที่ไม่ควรค่าจะเป็นสามีของเราด้วยซ้ำ แม่คือผู้ให้กำเนิด สร้างเราให้เกิด เรายังคงเป็นแม่ลูกตลอดชีวิต แต่อย่าคิดมีสามีคนเดียวกัน มันเลวร้ายเกินไป ถ้าเป็นไปได้ พาตัวเองมาจากสังคมครอบครัวที่มีศีลธรรม จริยธรรมต่ำขนาดนั้นเถอะ สามีนอกใจ ไม่ว่าจะนอกใจไปกับใคร สุดท้ายคือเขาไม่ได้รักเรามากพอ แม่ที่เรารัก รักผู้ชายคนหนึ่งถึงขั้นยอมให้เขามาเป็นเขย แล้วค่อยหาเศษหาเลยทีหลัง ยังมีลูกหลงมาประจานความคิดแย่ๆ ของตัวเอง

พอเถอะ !! ท่านให้กำเนิด แล้วทำให้เกิดปัญหาทำร้ายหัวใจลูกขนาดนี้ เราเองมีลูก ลูกเราต้องเติบโตขึ้นมาเพื่อเรียนรู้สิ่งรอบตัวเริ่มต้นจากครอบครัวก่อน แล้วครอบครัวเรามีเรื่องดีๆ อะไรให้เรียนรู้หรือ คุยกับสามี ว่าตอนนี้เรารู้ทุกอย่างหมด เดินหน้าเป็นมวลหมู่ ไม่ใช่ชีวิตคู่ที่เราเลือก เราเป็นแม่ เธอเป็นพ่อ แต่ขออย่าอยู่ในครอบครัวเดียวกันเลย ปัญหาความไม่รู้จักพอของเธอ ทำให้ชีวิตบริสุทธิ์ 2 ชีวิตเกิดมาเพื่อรับรู้ และต้องรับผิดชอบกับปัญหาความมักมากไม่รู้จักพอของผู้ใหญ่ แม่ใช้ชีวิตคู่ของแม่ไป รู้ว่าน้องทำใจไม่ง่าย แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย กตัญญูเลี้ยงดูแม่ที่ให้เลือดเนื้อและชีวิต แต่อย่าคิดจะไปอยู่รวมในที่เดียวกัน มันทรมานเกินไป อีกอย่างเด็กสองคนจะรู้สึกยังไง นับญาติยังไง และจะได้เรียนรู้และเห็นอะไร จากครอบครัวที่ไม่ได้พร้อมเรื่องของความผิดชอบเลวดีเลย

โลกกลมๆ กลิ้งไป ทุกวัน มีอะไรสอนใจให้เห็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น แค่เราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นและอยู่ยังไง ไม่ให้ทำร้ายและเบียดเบียนกัน โลกสวย หรือโลกที่อยู่ยากขึ้นทุกวัน ยังเป็นโลกใบเดียวกัน อยู่ที่เรามองมันยังไง เรื่องไหนที่เกิดขึ้นแม้เป็นเรื่องเดียวกัน จะเลือกดราม่า หรือช่างมันอยู่ที่เรา ถ้ามัวแต่ฟูมฟาย โวยวาย ทำไมมันแย่อย่างนี้ทำไมมันเศร้าอย่างนี้ ไม่มีใครตอบได้ว่าทำไม แค่รับรู้ว่า ไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง เราจะต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้อยู่ดีและอย่างดี คิดซะแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นชีวิต หรือความรักก็ตาม ว่าแล้วขอถอนหายใจยาวๆ อีกที เฮ้ออออออออ

ดีเจพี่อ้อย

อาทิตย์ที่ผ่านมา ใช้เวลาอยู่หน้าห้องผ่าตัด และห้องไอซียูค่ะ วันๆ คุยแต่กับคุณหมอ น้องๆ พยาบาล และรอ การรอหน้าห้องผ่าตัด มันคือบรรยากาศหนึ่งที่รวบรวมความกลัวของผู้คนหน้าห้องไว้ด้วยกัน... 10 ม.ค. 2557 19:41 10 ม.ค. 2557 22:15 ไทยรัฐ