วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คู่มือสำรวจหัวใจ ทำอย่างไร ชัตดาวน์กรุงเทพฯ 7 จุด!

หลังจาก กปปส. ออกมาประกาศเปลี่ยนถนนทุกแห่งให้กลายเป็นถนนคนเดิน ตัดน้ำ-ไฟ สถานที่ราชการ ปิดกรุงเทพฯ เพื่อแสดงอารยะขัดขืนขั้นสำคัญ ทำให้รัฐ บาลเป็น "รัฐบาลล้มเหลว" (Failed Government) บริหารราชการไม่ได้อีกต่อไป พูดง่ายๆ กรุงเทพฯ จะถูกชัตดาวน์ในวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. นี้

ไทยรัฐออนไลน์จึงได้ลงพื้นที่สำรวจประชาชนหลากหลายอาชีพ บริเวณพื้นที่เวทีหลัก 7 จุดชัตดาวน์กรุงเทพฯ ว่าจะมีการรับมือกับวันนั้นอย่างไรบ้าง ส่อง 7 จุด ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ…!!

จุดแรก 'ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ'

 


นางพิมผกา คำลิยา พนักงานทำความสะอาด กทม. ซึ่งรับผิดชอบทำความสะอาดบริเวณศูนย์ราชการ บอกว่า ในวันที่ 13 ม.ค. นี้ ที่จะมีการตั้งเวทีตรงศูนย์ราชการ ซึ่งตนมีหน้าที่ประจำอยู่ที่บริเวณศูนย์ราชการทุกวันอยู่แล้ว คอยกวาดถนน ทำความสะอาด เก็บขยะ ซึ่งในวันนั้นก็ต้องทำงานปกติ ไม่ได้มีคำสั่งให้หยุดงาน มีความรู้สึกกลัวเหมือนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อมันเป็นงานเขาให้มาเราก็ต้องมา เมื่อมีการชุมนุมบริเวณศูนย์ราชการก็ต้องมาเร็วขึ้น ปกติเข้างานตี 5 แต่เมื่อเกิดการชุมนุมก็ต้องมาประมาณตี 3 เก็บขยะ ทำความสะอาดภายในพื้นที่การชุมนุมให้สะอาดเรียบร้อย ส่วนเรื่องการเดินทางในการมาทำงาน ก็ถือเป็นความโชคดีที่บ้านไม่ไกลจากศูนย์ราชการมากนัก ถึงแม้วันนั้นจะมีการปิดถนน แต่ตนก็สามารถขี่จักรยานมาทำงานได้

 



พลฯ ทรงศักดิ์ จันทอง รปภ. ประจำศูนย์ราชการบอกว่า ในวันนั้น เข้างานตามเวลาปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง เพราะที่พักอยู่บริเวณศูนย์ราชการ ส่วนคนที่อยู่ไกลอาจจะมีปัญหาเรื่องการเดินทางมาทำงานที่ศูนย์ราชการ หัวหน้าได้มีคำสั่งให้เตรียมเสื้อผ้ามาพักประจำศูนย์ราชการ เพราะที่นี่มีที่พักให้ และถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นก็จะดูสถานการณ์อีกทีว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป

 

 



หนิง พนักงานศูนย์บริการประชาชน ประจำศูนย์ราชการกรุงเทพฯ บอกว่า ศูนย์ราชการกรุงเทพฯ ไม่มีคำสั่งให้ปิดศูนย์ราชการ เปิดตามปกติ ส่วนมากพนักงานก็จะมาทำงานกันตามปกติ แต่ถ้าเกิดมาไม่ได้จริงๆ ไม่มีรถผ่าน ก็จะขับรถส่วนตัวมาเอง แต่ถ้ามีการปิดเส้นทางรถผ่านไม่ได้เลย ก็คงจะใช้สิทธิ์ลาหยุดของตัวเอง

จุดที่สอง 'อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ'

 


ไทยรัฐออนไลน์ ได้เข้าไปสอบถาม พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งมีทั้งบอกกับไทยรัฐออนไลน์ว่า วันนั้นจะมาขายของตามปกติ และบางส่วนก็บอกว่าจะไม่มาขาย เพราะกลัวเกิดความรุนแรงขึ้น หนึ่งในนั้นมีแม่ค้าขายเครื่องประดับ บอกว่า วันนั้นก็จะมาขายของตามปกติ ถึงแม้รายได้จะไม่ดี อาจจะเท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม คิดว่าวันนั้นคงมีลูกค้าน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว แต่อาจจะมีผู้ชุมนุมมาเดินจับจ่ายใช้สอยกันบ้าง แต่ถึงรายได้จะดีหรือไม่ดีก็ตาม ยังไงเราก็ต้องเสี่ยงก่อน มาขายก่อน เพราะยังมีการเก็บค่าที่เช่าเหมือนเดิม แต่ถ้าเมื่อเรามาแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น ก็คงจะรีบกลับบ้าน

 


นายท่ารถเมล์ อนุสาวรีย์ชัยฯ บอกว่า วันนั้นรถเมล์และรถประจำทางสายต่างๆ วิ่งผ่านบริเวณนี้ไม่ได้เลย ซึ่งตนก็คงจะไม่มาทำงานเหมือนกัน แนะนำให้ผู้ใช้บริการรถเมล์และรถต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางนี้ เพราะจะมีการปิดถนนหมดถึง 4 ด้าน ยาวไปถึงแยกสามเหลี่ยมดินแดงเลย

 



น.ส.ดาวประกาย สุขเกิด ผู้ช่วยทันตแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ บอกว่า วันนั้นตนก็มาทำงานตามปกติ อาจจะเดือดร้อนในเรื่องของการเดินทางบ้าง ซึ่งปกติบ้านอยู่บริเวณรามคำแหง ก็ใช้รถตู้รามคำแหง-อนุสาวรีย์ เป็นประจำ ก็จะเปลี่ยนมารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ และต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสมาอีกที เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ก็ต้องเผื่อเวลาในการมาทำงานมากขึ้น เพราะต้องเพิ่มเวลาในการเดินทาง จำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางในการมาทำงาน ส่วนที่ทำงานก็ได้มีการแจ้งว่าใครที่อยู่ไกล เดินทางมาไม่ได้จริงๆ ก็จะให้หยุดได้ โดยให้คนที่บ้านใกล้เดินทางสะดวกๆ มาเข้าเวรแทน

 

 

 


จุดที่สาม 'แยกปทุมวัน'

บอม วินมอเตอร์ไซค์ หน้าหอศิลป์ฯ บอกว่า เราก็ต้องมาทำงานตามปกติ เพราะเรามีอาชีพรายวัน ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องรายได้เหมือนกัน เพราะเมื่อมีม็อบ วินอื่นก็มารวมอยู่แถวนี้เยอะ ก็ต้องกลายเป็นการแย่งลูกค้ากัน มันก็คงจะไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นก็คงจะไม่มา ถ้ามันมีการปะทะกันจะกลับบ้านทันที เพราะกลัวเรื่องการได้รับอันตราย

 


แม่ค้าขายน้ำ ซึ่งได้ทำมาหากินบริเวณสี่แยกปทุมวันมาเป็นเวลาหลายปี ได้บอกว่า ก็จะมาขายน้ำตามปกติ คงจะไม่มีเรื่องความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งตนไม่ได้กลัวอยู่แล้ว เมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้นก็ทำให้ร้านน้ำของตนนั้นขายดีขึ้น ซึ่งยิ่งมีผู้เข่าร่วมชุมนุมเยอะก็จะมีรายได้ที่เยอะขึ้นตามมาด้วย ส่วนเรื่องการเดินทางก็ไม่ได้รับความเดือดร้อน เพราะบ้านอยู่แถวนี้

 

 

วัน พนักงานทำความสะอาด หอศิลป์ฯ บอกว่า ปกติวันจันทร์หอศิลป์ฯ ปิดทำการอยู่แล้ว แต่ในส่วนของพนักงานทำความสะอาด และ รปภ. ก็ยังต้องทำงานตามปกติ และถึงแม้จะมีเหตุกาณ์ในการชุมนุม 13 ม.ค. 57 ในครั้งนี้เกิดขึ้นก็ไม่ได้มีคำสั่งให้หยุดการทำงาน แต่ถ้าเกิดการชุมนุมยืดเยื้อก็ยังไม่ได้มีการแจ้งว่าหอศิลป์ฯ จะเปิดหรือปิดทำการ ต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไป ถามว่ากลัวไหมที่ต้องมาทำงานในสถานการณ์แบบนี้? พี่วันบอกกับเราว่า ครั้งแรกๆ เราก็กลัว แต่พอมีการชุมนุมหลายๆ ครั้งขึ้นก็ชินแล้ว ผู้ชุมนุมเข้ามาใช้บริการห้องน้ำในหอศิลป์ฯ บ้าง ซึ่งตรงนี้อาจทำให้เราเหนื่อยขึ้น เพราะสกปรกขึ้น แต่ในเรื่องอื่นๆ ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเขาเข้ามาด้วยความเป็นระเบียบ

จุดที่สี่ 'แยกราชประสงค์'


ป้ากุมภา ร้านขายพวงมาลัย แยกราชประสงค์ บอกว่า ช่วงนี้ขายก็แย่ คนก็ไม่ค่อยมี นักท่องเที่ยวก็ซบเซา ถ้าเกิดว่ามีการชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ เกิดขึ้น ก็ต้องหยุดขาย เพราะกลัวในเรื่องอันตราย  และถ้าการชุมนุมยืดเยื้อก็อาจจะส่งผลกระทบในเรื่องของรายได้ ป้าก็ไม่มีรายได้อื่นนอกจากการขายพวงมาลัย ต้องไปกู้เงินดอกก็แพงมาก เพราะจะไปทำอย่างอื่นเราก็ไม่มีความรู้ ขายพวงมาลัยตรงนี้มา 30 กว่าปีแล้ว ค่าใช้จ่ายและอีกหลายอย่าง ลูกก็เข้าโรงเรียน ป้าอยากให้ทุกอย่างจบ ทุกคนปรองดอง ไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ ประชาชนคนทำมาหากินก็ต้องได้รับความเดือดร้อน

 


ลุงหวาน ขับรถตุ๊กตุ๊ก แยกราชประสงค์ บอกว่า ไม่สามารถจะทำมาหากินได้ เราได้รับความเดือดร้อนเต็มๆ เราไม่เกี่ยวกับสี เราไม่เกี่ยวกับการเมือง เราคือคนชั้นต่ำ ทำมาหากินวันต่อวัน ถ้าเกิดมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมา เพราะว่าเราไม่ได้กรณีค่าแรงขั้นต่ำ เราต้องหาได้เองถึงจะมีกินไปวันๆ ไม่ได้มีเงินเดือน แล้วเราจะเอาทีี่ไหนไปให้ลูกเมียกิน อยากให้เรื่องวุ่นวายจบลงเร็วๆ

 

 

จุดที่ห้า 'สวนลุมพินี'

 

น.ส.รังสิมา เจ้าของร้านค้าภายในบริเวณสวนลุม บอกว่า วันที่ 13 ม.ค. นี้ ก็จะขายของปกติ ไม่กลัวอะไร เพราะคิดว่าเขาน่าจะชุมนุมกันด้วยความสงบ ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ที่ผ่านมาก็มีการชุมนุมของหลายๆ ม็อบเกิดขึ้นที่นี่ ซึ่งตนก็ได้ขายปกติ เพราะในช่วงที่มีการชุมนุมจะขายดีกว่าเดิม มีรายได้เยอะขึ้น ได้มีการเตรียมซื้อของเข้าร้านมาตุนไว้เยอะกว่าเดิม พร้อมที่จะรองรับให้กับลูกค้าที่เป็นผู้มาชุมนุม ส่วนคนที่จะมาออกกำลังกายในช่วงการชุมนุมนั้น ตนคิดว่าอาจจะมีมาออกกำลังกายตามปกติถ้าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เพราะที่ผ่านมาคนที่มาเมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้น คนก็ยังมาออกกำลังกายที่สวนลุมฯ กันตามปกติ ทำตัวเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

กุ๊ก ผู้ออกกำลังกายที่สวนลุมพินีเป็นประจำ และยังเป็นเจ้าของร้านอาหารที่อยู่บริเวณสวนลุมฯ บอกว่า วันนั้นตนคงจะไม่มาออกกำลังกายที่สวนลุมฯ เพราะไม่อยากเจอความวุ่นวาย คนแถวนี้ส่วนมากก็ทำตัวตามปกติ ไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าไหร่นัก แต่ทุกคนก็ไม่ได้อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพราะมันไม่ได้เป็นผลดีกับใคร และร้านอาหารของตนที่อยู่บริเวณนี้ก็เปิดร้านเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นจริงๆ ถึงจะปิดร้าน


 

จุดที่หก 'แยกอโศก'

 


พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง บอกว่า ในวันนั้นบริษัทที่ทำงานอยู่ก็จะปิดทั้งออฟฟิศเลย จึงไม่ค่อยกังวลในเรื่องการเดินทางมาทำงานเท่าไหร่นัก ในวันนั้นก็จะหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการตั้งเวทีหลัก 7 จุดชัตดาวน์ ก็รู้สึกเป็นกังวลบ้างในเรื่องการใช้ความรุนแรง หวังว่าคงจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น อยากให้บ้านเมืองสงบสุขเหมือนเดิม ทุกคนหันหน้าคุยกัน



 

 

จุดที่เจ็ด 'ห้าแยกลาดพร้าว'

 

คนขับรถตู้ จอดรถรับผู้โดยสารหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว บอกว่า ผู้ประกอบการรถตู้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เราเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ถ้าไม่ขับรถตู้ก็จะไม่มีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัวเลย เพราะรถไม่สามารถเข้ามาในสถานที่จุดรับผู้โดยสารได้ เราต้องส่งค่างวดรถ นอกจากนี้ ลูกค้าก็เดือดร้อนด้วยเหมือนกัน ถามเราว่าวันนั้นจะทำยังไง ซึ่งเราก็ยังหาคำตอบให้กับเขาไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าสถานกาณ์ในวันนั้นจะเป็นอย่างไร รถอาจจะผ่านได้หรืออาจจะผ่านไม่ได้เลย ก็ต้องรอดูสถานการณ์กันอีกที

 

 

 

 

ทั้งหมดนี้ เป็นเสียงสะท้อนของคนทำงานในหลากหลายอาชีพที่อยู่บริเวณพื้นที่เวทีหลัก 7 จุดชัตดาวน์กรุงเทพฯ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. นี้ สถานกาณ์ในการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป.

กรุงเทพฯ จะถูกชัตดาวน์ ในวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. นี้ ไทยรัฐออนไลน์จึงได้ลงพื้นที่สำรวจประชาชนหลากหลายอาชีพ บริเวณพื้นที่เวทีหลัก 7 จุดชัตดาวน์กรุงเทพฯ ว่าจะมีการรับมือกับวันนั้นอย่างไรบ้าง...