วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'3 สถาบัน' เห็นต่าง...แต่ไม่แตกแยก วอนทุกฝ่ายยุติความรุนแรง (ชมคลิป)

'3 สถาบัน' เห็นต่าง...แต่ไม่แตกแยก วอนทุกฝ่ายยุติความรุนแรง (ชมคลิป)

  • Share:

เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์การเมือง ปี 2557 กลุ่มนักศึกษาออกมาแสดงพลังทางการเมืองมากขึ้น ที่น่าสนใจคือเป็นพลังของกลุ่มขั้วที่ 3 ที่บอกว่า ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพียงต้องการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพที่ตนพึงมี และใช้พื้นที่ตามระบอบประชาธิปไตยในการแสดงความคิดเห็น

"เพื่อสันติภาพและประชาธิปไตย" ม.เกษตรศาสตร์

นายณพัทธ์ นรังศิยา นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวสะท้อนว่า “กิจกรรมการจุดเทียนเพื่อสันติภาพนั้น ไม่ได้เป็นความติดต่างที่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จุดประสงค์หลักคือ เรื่องสันติภาพ คงไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองเกิดสงครามกลางเมือง หรือมีความรุนแรงเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ส่วนเป้าหมายรองคือประชาธิปไตย เราต้องเคารพความเป็นมนุษย์ เท่ากัน 1 คน 1 เสียง และเคารพกฎหมาย เชื่อว่าทุกคนในประเทศไทยต้องการการปฏิรูป แต่การแก้ปัญหาไม่สามารถทิ้งประชาธิปไตยและกฎหมายไปได้”

นายวุฒิวิชญ์ ราชมณี นิสิตชั้นปีที่ 2 ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนว่า การมาร่วมกิจกรรมจุดเทียนสันติภาพเพื่อแสดงออกทางการเมืองว่าทุกคนมีสิทธิเป็นของตัวเอง ไม่ต้องการให้ใครมาลิดรอนสิทธิของตัวเอง ในการจะเลือกใครหรือไม่เลือกใคร หรือคิดว่าใครดีไม่ดี ใครโกงไม่โกง ตอนนี้ประชาชนเค้าคิดได้ ไม่ได้เลือกที่นามสกุลและไม่ได้เลือกที่ใครจะลงพื้นที่ซ้ำ แต่ดูที่นโยบาย ส่วนการชุมนุมต้องดูเรื่องของความเดือดร้อน เพราะตามหลักของการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญต้องอยู่ในที่ตั้งที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน มันก็ไม่ผิด แต่ว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนมันผิด จริงๆ แล้วก็ไม่ควร

นายวุฒิวิชญ์ กล่าวอีกว่า มันผิดตั้งแต่มีการสร้างเงื่อนไข สร้างความเดือดร้อนแล้ว แต่ว่าความรุนแรงคงจะไม่เกิดไม่ได้ เพราะคนจำนวนมากมาเดินเจอกันอาจจะมีหลายฝ่าย ซึ่งหนทางไม่มีที่จะนำไปสู่การแก้ไข จึงคิดว่าการเลือกตั้งเป็นหัวใจหลักของประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ความคิดของตัวเอง มีอำนาจอยู่ในปากกาที่จะไปเลือกใคร อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะไปเลือกใครมา จะได้คนดีหรือไม่ดี คนดีของเขาอาจไม่ดีของเรา ก็จะหาจุดลงเอยไม่ได้ การเลือกตั้งน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

"มหาวิทยาลัยพื้นที่เสรีภาพอย่างแท้จริง" มศว

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสังคมศาสตร์ มศว ผู้นำกิจกรรม กล่าวว่า "กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย เราจัดทำขึ้นมาเองทุกอย่าง เรื่องงบประมาณ เราไม่มี ดีใจที่ว่าได้รับงบประมาณมาจากพี่บัณฑิตส่วนหนึ่ง แล้วส่วนต่างของเงินที่เหลือมันเกิดขึ้นจากเงินของพวกเรา อยากกิจกรรมตรงนี้ให้มันสำเร็จไปได้ด้วยดีค่ะ"

หนึ่งในผู้นำกิจกรรมอีกคน นายชุติเดช สำเร็จ นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะสังคมศาสตร์ มศว กล่าวถึงความคาดหวังการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า "เราอยากให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นพื้นที่ที่มีสิทธิเสรีภาพทางความคิดอย่าง แท้จริง เราพยายามบอกไม่ว่าจะเป็นครูอาจารย์ เพื่อนนักศึกษาว่า ยังมีกลุ่มคนที่คิดแตกต่างหลากหลายในมหาวิทยาลัยนะ ไม่ใช่ว่าคนที่คิดต่างเป็นผู้ร้าย"

 

ด้าน นายสุทธิพงษ์ ศรีไพวรรณ์ นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ ที่มาร่วมกิจกรรม ออกตัวว่าไม่ใช่ผู้ที่แบ่งข้าง เพียงต้องการให้เกิดความสันติและให้กระบวนการปกครองเป็นไปตามกฎหมาย กล่าวว่า  "วันนี้ผมไม่คิดเลยว่า จะเป็นผลหรือเป็นเสียงอะไรไปถึงแกนนำหรือว่ารัฐบาล ผมรู้ว่าเป็นพลังบริสุทธิ์พลังหนึ่ง ไม่ต้องจ้างมา ไม่ต้องมีใครบังคับมา เรามาด้วยใจ วันนี้เรามาแบบไม่ต้องกลัวใคร เพราะเราคือ ประชาชนที่มีสิทธิ์ มีเสียง มีศักดิ์ศรีเท่ากัน"

ขณะที่นายไพศาล สิทธิกรกุล ข้าราชการบำนาญ เห็นว่า การแสดงของกลุ่มนักศึกษาไม่ใช่เรื่องผิดหรือเสียหาย เป็นสิทธิที่พึงทำ "ก็ไม่เห็นน่าจะมีอะไร เพราะเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ที่มีความเห็นต่างกันไปก็ไม่ใช่จะเป็นความผิดอะไร เพราะทุกคนก็มีสิทธิ มีเสียงในระบอบประชาธิปไตย และเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นการปลุกจิตสำนึกคนไทย จะได้ไม่ให้ใครมาชี้นำ อย่างน้อยๆ กิจกรรมวันนี้ก็ทำให้เห็นว่ามีคนส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการ ที่จะปิดประเทศหรือปิดกรุงเทพฯ"

"หนึ่งเสียง หนึ่งสิทธิ์ เป็นสิ่งสำคัญ"  ม.ศิลปากร

น.ส.ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ 1 มองว่าการออกมาเพื่อแสดงจุดยืน เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง และเรื่องของการไม่สนับสนุนความรุนแรง อย่างที่เห็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว และอย่างที่รู้กันว่าทุกคนก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน อยากให้ทุกคนยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างกันโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ส่วนนายธีธัช สุเมธสวัสดิ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ 3 แสดงความคิดเห็นว่า อยากให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมออกมาแสดงเจตจำนงมากขึ้น ว่าไม่เอาความรุนแรงทุกรูปแบบในการแก้ปัญหา ถ้าจะมีการชุมนุมเป็นสิ่งที่เข้าใจได้แต่ไม่ขอคอร์รัปชัน ไม่เอาระบบทักษิณ เป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้แต่อยากให้อยู่ในกรอบของการไม่ใช้ความรุนแรง

ด้าน นางรัตนากรณ์ วัชโรทัย ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ที่มาในครั้งนี้เพื่อต้องการแสดงจุดยืนในการเลือกตั้ง เราไม่ต้องการเทือกตั้ง แต่ต้องการเลือกตั้ง และต้องการให้กกต.ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ คิดว่าการเลือกตั้งต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ตามหลักสากลทั่วโลกมีหลายร้อยประเทศที่มีการเลือกตั้งแม้แต่ประเทศพม่ายังมีการเลือกตั้ง จึงเกิดคำถามว่าทำไม กกต.ประเทศไทยถึงไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง

แม้ต่างความเห็น ต่างเสียง ต่างมีสิทธิ์ จึงออกมาแสดงพลังของตน เพื่อมุ่งหวังให้ประเทศเกิดความสงบสุขและเดินหน้าต่อไปตามระบอบประชาธิปไตย

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้