วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจ๋งครึ่ม

ไม่ต้องวัดดวง ไม่ต้องดูดาว ไม่ต้องตรวจฤกษ์ล่างฤกษ์บน

แค่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดไต่สวน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศนัดแรกก็มองข้ามช็อตได้แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร??

“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงล่วงหน้าว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งล้ม พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทแบเบอร์

เพราะท่าทีของตุลาการศาลรัฐธรรม-นูญบางคนส่งสัญญาณชัดว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการกู้เงินลงทุนพัฒนาประเทศของรัฐบาลชัดเจน

จึงไม่จำเป็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องนัดไต่สวนพยานอีก 7 ปากที่เหลือให้เมื่อยตุ้ม

เพราะรู้ตอนจบอยู่แล้วว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ผ่านด่านศาลรัฐธรรมนูญแน่ๆ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการเปิดไต่สวนนัดแรกของศาลรัฐธรรมนูญแยกการพิจารณาเป็น 2 ประเด็น

1. ขั้นตอนการออก พ.ร.บ.กู้เงินฉบับนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

2. เนื้อหาของ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่?

ผลการไต่สวนประเด็นแรกมีหลักฐานเป็นคลิปชี้ชัดว่าขั้นตอนการออกเสียงในสภาฯ มี ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนกัน

ความจริงกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันเป็นความผิดเฉพาะบุคคล

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะอ้างกรณี ส.ส.เฮงซวยเสียบบัตรแทนกัน 1 คน เป็นเหตุผลล้ม พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาททั้งฉบับ

“แม่ลูกจันทร์”  ขออนุญาตไม่เห็นด้วย

เพราะเท่ากับเอาความผิดของ ส.ส.คนเดียวไปทำลายสิทธิการออกเสียงอย่างถูกต้องของ ส.ส. ทั้งสภาฯ

แต่ไฮไลต์ที่กำลังเกิดกระแสวิจารณ์กันระเบิดเถิดเทิงอยู่ที่ในการไต่สวนเนื้อหาของ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย

เพราะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนแสดงความเห็นส่วนตัวว่าเงินกู้

2 ล้านล้านบาทตายแล้วเกิดใหม่จะใช้หนี้ได้หมดหรือไม่??

แถมย้ำว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทย

รัฐบาลควรทำถนนลูกรังให้หมด ประเทศก่อนดีกว่า ฯลฯ

“แม่ลูกจันทร์” เป็นคนหนึ่งที่คัดค้านโครงการรถไฟความเร็วสูงมาตั้งแต่แรก

ค้านแหลกมาก่อนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะค้านซะด้วย

แต่ปัญหาคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้พิจารณาคดีนี้ ควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง

ตั้งอยู่ในความเที่ยงตรงและเที่ยงธรรม

ไม่แสดงความเห็นให้เป็นคุณหรือโทษต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ฉะนั้น การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (บางคน) แสดงความไม่เห็นด้วยออกมาอย่างชัดเจนในประเด็นที่ตัวเองกำลังพิจารณาคดี จึงแสดงให้เห็น “อคติ” ในใจของตุลาการที่นั่งอยู่บนบัลลังก์

เหมาะหรือไม่เหมาะ? ควรหรือไม่ควร? สาธุชนโปรดใช้สะดือตรอง

อนึ่ง มีตุลาการบางคนตั้งข้อสังเกตว่าการกู้เงินมาลงทุนพัฒนาประเทศจำนวนมาก รัฐบาลได้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้างหรือไม่?

“แม่ลูกจันทร์” ขอกราบเรียนให้หายข้องใจว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามการกู้เงินนะคุณพี่

หลักเศรษฐกิจพอเพียงอนุญาตให้กู้เงินมาลงทุนได้

โครงการพัฒนาประเทศขนาดใหญ่ๆ จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุนระยะยาวเหมือนกันทุกประเทศ

ถ้าไม่กู้เงินมาลงทุนเราจะมีรถไฟใต้ดิน มีทางด่วน มีถนน 4 เลน 8 เลน ฯลฯ มั้ยล่ะ

“แม่ลูกจันทร์” ขอบคุณ รมว.คมนาคม  ดร.ชัชชาติ  สิทธิพันธ์ุ  ที่ตอบคำถามศาลรัฐธรรมนูญด้วยความสุภาพว่าประเทศสิงคโปร์ขนาดเล็กกว่าประเทศไทย 750 เท่า

แต่สิงคโปร์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศมากกว่าไทยบานแห้ว

ฟังคำตอบแล้ว คงเกิดอาการ “ตาสว่าง” กันบ้างนะท่าน.


"แม่ลูกจันทร์"

10 ม.ค. 2557 08:28 ไทยรัฐ