วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลกหนาวสุดขั้ว ฤายุคน้ำแข็ง comeback (ชมคลิป)

เริ่มเปิดศักราชปีนี้โลกของเราก็ต้องเจอกับภัยทางธรรมชาติซึ่ง ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาที่ขณะนี้ต้องเผชิญกับพายุหิมะที่เข้าพัดถล่ม พื้นที่ภาคตะวันตกตอนกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างหนัก จนทำให้อุณหภูมิ ดิ่งลงต่ำสุดถึง -51 องศาเซลเซียส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบคน

 

ในขณะเดียวกัน อีกฝากหนึ่งของโลกอย่างออสเตรเลีย ต้องเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากเผชิญกับคลื่นความร้อน ที่ทำให้อุณหภูมิไต่ระดับถึง 50 องศาเซลเซียส ในเมืองอ็อดนานัตต้า ซึ่งเป็นเมืองชนบทในออสเตรเลีย เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้พวกเราเห็นว่าภัยทางธรรมชาติเหล่านี้ยิ่งนานวัน ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและเริ่มเข้าใกล้ตัวเราทุกขณะ และที่สำคัญ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำเลย หากเราวิเคราะห์ย้อนกลับไปปีที่ผ่านมา เราจะสังเกตเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดโดยเฉพาะช่วงปลายปีที่แล้วโลกของเราต้องเจอกับ หิมะที่ตกอย่างหนักทั้งเมืองไคโร ประเทศอิยิปต์   และหลายเมืองทั่วโลก รวมถึงเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายและทิ้งรอยแผลรอยใหญ่ให้กับโลกใบนี้อย่าง ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน ที่มีความเร็วลมขณะขึ้นฝั่งสูงสุดในประวัติศาสตร์ เท่าที่มีการบันทึกตัวเลขมา เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ มีนักวิชาการหลายท่านได้ออกความเห็นว่า อาจเป็นไปได้ว่า “ระบบกระแสน้ำ เทอโมฮาไลน์” (Thermohaline Circulation) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำ และของสภาพอากาศโลกกำลังสะดุด หรือ ประสบปัญหาบางอย่างและมีแนวโน้มว่าอาจเป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อน กล่าวคือเมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จนน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือเริ่มละลายส่งผลให้ความเค็มของน้ำในมหาสมุทรเจือจางลงทุกขณะ จนกระทั่งความหนาแน่นของมวลน้ำชั้นบนมีค่าน้อยกว่ามวลน้ำชั้นล่างจึงส่งผลให้การจมตัวลงของมวลน้ำหยุดชะงัก ทำให้ “ระบบกระแสน้ำ เทอโมฮาไลน์” (Thermohaline Circulation) อันเป็นที่มาของกระแสน้ำอุ่นหยุดไหลหรือไหลช้าลง อุณหภูมิน้ำขั้วโลกที่ลดลงจาก

 

การละลายตัวของน้ำแข็งนี้ ทำให้การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มมากขึ้น ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศจึงลดลง ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ย ในชั้นบรรยากาศลดต่ำลงด้วย สิ่งที่ตามมาก็คือประเทศที่อยู่ทางตอนเหนือเช่นหมู่เกาะอังกฤษ และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก รวมทั้งมลรัฐทางตอนเหนือของเมริกาจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาว เย็นลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในทางกลับกันกระแสน้ำอุ่นบริเวณเส้นศูนย์สูตรที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปยังขั้วโลกเหนือได้ ก็ต้องมีอุณหภูมิสูงขึ้นและอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ออสเตรียในขณะนี้ต้องเผชิญกับภัยคลื่นความร้อน และที่สำคัญมีการบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่าอุณหภูมิผิวน้ำที่สูงกว่า 31 องศาเซลเซียสในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศุนย์สูตร เป็นต้นเหตุของการเกิดซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน และพายุอีก  4 ลูกที่ส่งผลกระทบต่อไทย และแน่นอนว่า หากการทำงานของ “ระบบกระแสน้ำ เทอโมฮาไลน์”(Thermohaline Circulation) ต้องหยุดชะงักลงจริงๆ ยุคน้ำแข็งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งหมื่นปีก่อน อาจเริ่มกลับเยือนชาวโลกอีกครั้ง.

ชมคลิป

เริ่มเปิดศักราชปีนี้โลกของเราก็ต้องเจอกับภัยทางธรรมชาติซึ่ง ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาที่ขณะนี้ต้องเผชิญกับพายุหิมะที่เข้าพัดถล่ม พื้นที่ภาคตะวันตกตอนกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างหนัก จนทำให้อุณหภูมิ ดิ่งลงต่ำสุดถึง -51 องศาเซลเซียส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบคน 9 ม.ค. 2557 17:04 9 ม.ค. 2557 19:36 ไทยรัฐ