วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอุทยานฯชี้อย่าเชื่อข่าวลือ 'กระทิง' ตายเพราะติดโรคระบาด

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้อย่าเชื่อข่าวลือ 'กระทิง' 18 ตัวเสียชีวิตปริศนากลางป่ากุยบุรี ว่าติดโรคระบาด วอนรอผลสรุปปลายเดือน ม.ค. ขณะที่ล่าสุดพบมี 1 ตัวอย่างจากกระทิงตัวที่ 17 มีเชื้อแบคทีเรีย...

จากกรณีพบมีกระทิง 18 ตัวตายในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบหาสาเหตุการตายของกระทิง ซึ่งคาดว่าอาจจะเลื่อนผลการตรวจสอบเป็นปลายเดือน ม.ค.นั้น

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อติดตามหาสาเหตุปัญหาการตายกระทิงกุยบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ที่ตรวจหาสาเหตุการตายของกระทิงทั้ง 18 ตัวได้เริ่มมีผลออกมาแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ครบทั้งหมดเนื่องจากบางตัวอย่างจากซากกระทิงที่เก็บไปไม่สมบูรณ์ เพราะค่อนข้างเน่ามาก จึงส่งทีมสัตวแพทย์กรมปศุสัตว์ และของกรมอุทยานฯ จำนวน 4 ทีม ลงเก็บชิ้นส่วนซาก และกระดูกไขสันหลังของกระทิงในบางตัวเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 9-10 ม.ค.นี้ โดยจะเร่งตรวจสอบและรายงานผลให้สาธารณชนทราบโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวลือว่ามีผลตรวจกระทิงเป็นโรคระบาดสัตว์ชนิดที่ร้ายแรงในกลุ่มสัตว์กีบ จริงหรือไม่ นายธีรภัทร ตอบว่า ขณะนี้มีหลายโรคระบาดในสัตว์ที่เป็น กลุ่มเฝ้าระวังอยู่ แต่ยังคงไม่ฟันธงว่าเป็นโรคอะไร โดยผลอย่างเป็นทางการต้องรอให้กรมปศุสัตว์รายงานมายังกรมอุทยาน และคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อติดตามหาสาเหตุปัญหาการตายกระทิง ที่จะร่วมกันแถลงผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ตอนนี้ไม่อยากให้ฟังจากข่าวลือ หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะยังยืนยันว่าตอนนี้ต้องรอผลแล็บอย่างเป็นทางการก่อน

“ขณะนี้ขอให้รอผลแล็บจากกรมปศุสัตว์อย่างเป็นทางการก่อน จึงจะสรุปสาเหตุการตายของกระทิงทั้ง 18 ตัว แต่ยอมรับว่ามีผลแล็บออกมาบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ใช่คำตอบการตายของทุกตัว ดังนั้น จึงต้องเก็บรายละเอียดจากซากส่งตรวจเพิ่ม” นายธีรภัทร กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดกรณี ของผลการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อที่เก็บจากซากกระทิงในป่ากุยบุรี เนื่องจากกระทิงตายมาตั้งแต่วัน 2 ธ.ค.56 และหลังจากนั้นก็ได้ทยอยตายมาเรื่อยๆ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทยอยเข้าไปเก็บตัวอย่าง แต่เป็นซากกระทิงที่เน่าแล้ว ทำให้ต้องดูจากชิ้นส่วนที่เหลือในร่างกายอย่างเช่น กระเพาะอาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นพบว่ามี 1 ตัวอย่างจากกระทิงตัวที่ 17 ที่มีเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Novyi ซึ่งพบอยู่ในดินทั่วไป แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้กระทิงทั้งหมดตายได้

“เชื้อแบคทีเรียนี้ จะสร้างพิษและเข้าสู่กระแสโลหิต และทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็จะสรุปทีเดียวไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุที่แท้จริงหรือไม่ เพราะเป็นเชื้อที่มีอยู่ทั่วไป จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุการตายของกระทิง จนกว่าเราจะได้ไปเก็บตัวอย่างจากซากกระทิงที่ตายใหม่หรือเนื้อเยื่อสด ที่ค่อนข้างที่ชัดเจนมากกว่า เพราะนอกจากดูเชื้อแล้วยังต้องพิษของสารพิษที่มีผลต่ออวัยวะภายในอีกด้วย แต่ตอนนี้เราดูอะไรไม่ได้เลย เพราะซากมันเปื่อยเน่าไปหมดแล้ว” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

นายสัตวแพทย์ทฤษดี กล่าวต่อว่า การตรวจพิสูจน์ซากกระทิง ต้องได้ตัวอย่างใหม่ที่ไม่ใช่สัตว์เน่าเปื่อย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นโรคระบาด เพราะไม่พบเชื้อที่เป็นโรคระบาดเลย อย่างเช่น โรคคอบวม และโรคแอนแทรกซ์ ที่พูดกันโดยเฉพาะโรคแอนแทรกซ์ ยิ่งไม่มีทาง เพราะหากป่วยด้วยโรคแอนแทรกซ์ จะมีเลือดออกตามรูทวาร จะเปิดหมด เลือดจะออกมา และเลือดไม่แข็งตัว นอกจากนี้ยังไม่สามรถชี้ชัดได้ว่า กระทิงตายเฉียบพลันทันทีหรือไม่ เพราะพบแค่ตัวอย่างเดียว รวมทั้งยังไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีจากตัวอย่างที่ตรวจ ดังนั้น จึงต้องเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม และยังไม่สรุปสาเหตุการตายได้ ต้องรออีกสักระยะหนึ่ง.