วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจรทมิฬ! รัว3นัดดับหนุ่มใหญ่ คาดปมขัดแย้งที่ดิน

กลุ่มชายฉกรรจ์ 5-7 คน ตกลงซื้อขายที่ดินหนุ่มใหญ่ไม่ได้ ซัลโว 3 นัดดับคาที่ เมียเห็นเหตุการณ์ เผย มีตำรวจร่วมด้วย ตร.เร่งสกัดแต่ยังไร้วี่แวว เร่งหาหลักฐานล่าตัว ...

เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 9 ม.ค. 57 ร.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนางสังวาล นอร์สต็อคเกอร์ อายุ 45 ปี ว่านายอีฉา ยาลา อายุ 50 ปี สามี ถูกกลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 5-7 คน ยิงตายคาที่ดินเปล่าใกล้บ้านไม่มีเลขที่ ภายในเกาะแก้ว ซ.10 ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมือง หลังก่อเหตุ กลุ่มคนร้ายได้ขับรถยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีขาว ทะเบียน นต 6571 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะอีซูซุ ตอนครึ่งสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีไป เบื้องต้นได้วิทยุประสานไปยัง สภ.ต่างๆ เพื่อตรวจสอบและสกัดจับ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง.ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก. พ.ต.ท.เชาว์ ผอมนะ รอง.ผกก.ป. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ หนูผึ้ง นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ พฐ.จ.ภูเก็ต นำกำลังสายตรวจ-ชุดสืบสวนและมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนใหญ่สายดังกล่าวเข้าไปราว 1.5 กม. โดยรอบยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีเพียงบ้านเรือนปลูกอยู่ไม่มากนัก โดยจุดพบศพอยู่ภายในซอยที่แยกจากซอยใหญ่ ซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่าเช่นเดียวกัน อยู่ใกล้หนองน้ำติดกับบ้านปูนขนาดชั้นเดียว พบศพชายนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้นหญ้า สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีเทา นุ่งกางเกงขายาวสีครีม ใส่รองเท้าผ้าใบสีเทา ที่ศีรษะสวมหมวกแบบคาวบอยสีเทา ใกล้กันพบซองปืนหนังขนาด .38 สีดำตกอยู่ โดยมีมีดพร้าตกอยู่อีก 1 เล่ม ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด บริเวณจมูกขวา 1 นัดกระสุนทะลุ บริเวณแก้มซ้ายกระสุนทะลุ 1 นัด และบริเวณเอวกระสุนทะลุอีก 1 นัด ไม่พบหัวหรือปลอกกระสุนบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องต้นคาดว่า เป็นปืนแบบลูกโม่ จึงนำศพส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง


สอบถามนางสังวาล ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 5-7 คน ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีขาว ทะเบียน นต 6571 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะอีซูซุ ตอนครึ่งสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดที่บริเวณที่ดินของสามี โดยนายอีฉากำลังแผ้วถางและเผาหญ้าอยู่ ส่วนตนเองยืนอยู่ห่างๆ จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้เดินเข้ามาหานายอีฉา พร้อมกับสั่งให้ออกจากพื้นที่ไป กระทั่งมีปากเสียงกัน โดยในกลุ่มชายฉกรรจ์มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ 2-3 นายรวมอยู่ด้วย แต่ไม่ทราบชื่อและสังกัด โดยนายอีฉายืนถือมีดพร้าอยู่ในมือ ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่กล้าที่จะทำอะไร ได้แต่พูดจาเสียงดังพร้อมกับอ้างสิทธิ์ที่ดินบริเวณดังกล่าว ทั้งๆ ที่ที่ดินบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่จับจอง

นางสังวาล กล่าวต่อว่า จากนั้นชายฉกรรจ์ที่มีลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ได้เดินกลับไปที่รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ พร้อมกับหยิบปืนในรถแล้วเดินปรี่เข้ามาหานายอีฉา พร้อมกับลั่นไกใส่ร่างนายอีฉาอย่างไม่พูดไม่จา 3 นัดซ้อน ทำให้นายอีฉาที่กำลังยืนถือมีดพร้าล้มทั้งยืนลงไปกองกับพื้นแน่นิ่งต่อหน้าต่อตาตนเอง จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์จึงเดินขึ้นรถทั้ง 2 คันขับหลบหนีไปอย่างใจเย็น จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพื่อสกัดจับรถทั้ง 2 คัน คาดรถและกลุ่มชายฉกรรจ์ยังคงอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จึงประสาน สภ.ท่าฉัตรไชย ตรวจสอบรถต้องสงสัยทั้ง 2 คันที่ด่านตรวจภูเก็ตแล้ว แต่ยังไร้วี่แวว

จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า นายอีฉาและครอบครัว ได้เข้ามาจับจองที่ดินบริเวณดังกล่าวราว 1 ไร่มาได้สักระยะหนึ่ง โดยพื้นที่ภายในเกาะแก้ว ซ.10 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ตและใกล้เคียง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าชายเลน และอดีตประทานบัตรเหมืองแร่นับร้อยไร่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตราว 5-6 กม. จากนั้นชาวบ้านต่างเข้ามาจับจองเป็นกรรมสิทธิ์ โดยเป็นการครอบครองโดยปรปักษ์หรือล้อมรั้ว เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ในการครอบครอง ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่มีเอกสารสิทธิตามกฎหมาย โดยนายอีฉาเป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่เข้ามาจับจองปลูกบ้านและล้อมรั้วเมื่อหลายปีก่อน

เบื้องต้นคาดว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวอาจเป็นกลุ่มนายหน้าขายที่ดินให้กับนักธุรกิจ ทั้งในและนอกพื้นที่ โดยอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเป็นนายหน้าอยู่ด้วย ซึ่งก่อนเกิดเหตุ อาจมีการพาผู้ที่ต้องการจะซื้อที่ดินจับจองแปลงดังกล่าว ซึ่งเป็นแปลงเดียวกันกับที่นายอีฉาครอบครองอยู่มาดู และอาจมีการรับมัดจำเงินซื้อขายที่ดินกันมาแล้ว ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างกลุ่มชายฉกรรจ์กับนายอีฉา จนเป็นเหตุให้นายอีฉาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ดี อยู่ระหว่างการสืบสวนว่า ชายฉกรรจ์ที่พยานปากเอกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ เป็นตำรวจสังกัดใดและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารครั้งนี้หรือไม่.