วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตุลาการศาล ปค. นอกองค์คณะ แนะควรยกฟ้องนายกฯ คดีน้ำ 3.5 แสนล้าน

ตุลาการนอกองค์คณะ แนะความเห็นต่อผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด ควรไม่รับคำขอเพิกถอนแผนบริหารจัดการน้ำ และคำขอให้จัดทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ พร้อมยกฟ้องนายกฯ และพวก โดยให้ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ไปรับฟังความคิดเห็น โมดูลที่ A1-6 และ B1-4 ใหม่ทั้งหมด

วันที่ 9 ม.ค. เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 1103/2556 ระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนที่ 1 กับพวก รวม 45 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับนายกรัฐมนตรีที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมิได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ด้วยการไม่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง โดยศาลปกครองกลางได้พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยการนำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไปดำเนินการจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง ก่อนที่จะดำเนินการออกแบบ และก่อสร้างในแต่ละแผนงาน (Module) เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ซึ่งระหว่างนั้น ผู้ฟ้องคดีทั้ง 45 คน ขอให้ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางเป็นให้เพิกถอนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และผู้ถูกฟ้องคดีได้อุทธรณ์คำพิพากษาว่า แผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำเป็นเพียงกรอบแนวความคิด โดยมีรายละเอียดที่แตกต่างเพิ่มมากขึ้น ยังไม่มีข้อยุติว่า จะดำเนินการตามแผนอย่างไร จึงยังไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อประชาชน โดยยังจะมีการศึกษา ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามกฎหมาย เพิ่มเติมด้วย

หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายได้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อศาลแล้ว ตุลาการนอกองค์คณะได้ให้ความเห็นส่วนตัวว่า จากที่มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง จากภาคประชาชนกับฝ่ายรัฐบาลสามารถทำได้ โดยตุลาการเห็นควรมาจะให้ศาลปกครองสูงสุดมีความพิพากษาคดี ดังนี้ 1. ไม่รับคำขอให้เพิกถอนแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ และคำขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 จัดทำประชามติ ตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนญ 2. ยกฟ้องผู้ถูกฟ้อง คดีที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 และ 3. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 นำแผนปฏิบัติการและดำเนินการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย ตั้งแต่โมดูล A1-6 และ B1-4 ได้รับฟังความคิดเห็นใหม่ทั้งหมด

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะผู้ฟ้องคดีคนที่ 1 กล่าวภายหลังออกจากห้องพิจารณาคดีว่า ตุลาการได้แถลงความเห็นชัดเจนเป็นไปตามความคาดหมายของสมาคมต่อต้านโลกร้อน และชาวบ้านในฐานะผู้ฟ้องคดี โดยสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 หรือคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือกบอ. นำโครงการบริหารจัดการน้ำไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความเห็นของประชาชน

ส่วนคำพิพากษาจะออกมาสอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น หรือจะสอดคล้องต้องกันกับความคิดเห็นของตุลาการหรือไม่ ไม่กี่สัปดาห์ก็จะมีคำพิพากษาออกมา แต่อย่างไรก็ตามคำพิพากษาของศาลสูงสุดจะสร้างบรรทัดฐานในเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะการปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง ต้องไปจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้เรียบร้อย ก่อนที่จะไปเซ็นสัญญากับบริษัทผู้รับเหมา

ด้านนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ สบอช. กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการน้ำจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่การตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่ และการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งวันนี้ศาลได้พูดชัดเจน ไม่ได้พิจารณานอกประเด็น ขณะที่ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงในประเด็น ในส่วนของความคืบหน้าโครงการยังคงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาพิจารณา เนื่องจากโครงการมีความผูกพันไปยังรัฐบาลหน้า ประกอบกับศาลพิษากษา ถือเป็นโชคดี จะได้รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

"ตอนนี้โครงการต้องหยุดรอดูนโยบายของ ครม. ชุดใหม่ อาจมีการปรับเพิ่มหรือยุติโครงการ ต้องดูความพร้อมในหลายด้าน ทั้งงบประมาณ และผลจากการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งต้องตอบได้หมดถึงจะเดินหน้าต่อได้ ในส่วนของภาคเอกชนรู้ว่า มียุบสภา และรอจนกว่าจะมีความชัดเจน" นายสุพจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการพิจารณาคดีดังกล่าว มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการกว่า 20 จังหวัด ได้เดินทางมาให้กำลังใจต่อคณะผู้พิพากษาศาลปกครอง โดยได้ชูป้ายคัดค้านการสร้างเขื่อนและฟลัดเวย์ ในโครงการบริหารจัดการน้ำ และได้อ่านคำแถลงการณ์ว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถความเสียหายให้กับทรัพยากรธรรมชาติ โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไม่สามารถยอมรับกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จึงเรียกร้องขอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเพิกถอนโครงการดังกล่าวอย่างถาวร.

ตุลาการนอกองค์คณะ แนะความเห็นต่อผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด ควรไม่รับคำขอเพิกถอนแผนบริหารจัดการน้ำ และคำขอให้จัดทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ พร้อมยกฟ้องนายกฯ และพวก โดยให้ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ไปรับฟังความคิดเห็น โมดูลที่ A1-6 และ B1-4 ใหม่ทั้งหมด 9 ม.ค. 2557 15:53 9 ม.ค. 2557 16:43 ไทยรัฐ