วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอนามัยแนะจัดงานวันเด็ก เลี่ยงขนมกรุบกรอบ-น้ำอัดลม

กรมอนามัย ห่วงสุขภาพเด็กไทย ขอความร่วมมือโรงเรียน ผู้ปกครอง จัดงานเลี้ยงวันเด็ก เลี่ยงขนมกรุบกรอบที่ติดฟันง่าย รวมทั้งน้ำอัดลม ลดความเสี่ยงโรคอ้วน และฟันผุ พร้อมแนะอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และสุขภาพช่องปากควบคู่กันไป...      

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 57 ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันเด็กแห่งชาติ หลายหน่วยงานมักจะจัดงานวันเด็กเพื่อสร้างความสนุกสนาน ความสามัคคี และจัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก รวมถึงจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในวันเด็กอีกด้วย โดยส่วนใหญ่การจัดอาหารวันเด็กจะจัดตามที่หาซื้อง่าย กินง่าย จึงเป็นอาหารประเภทขนมกรุบกรอบ ขนมหวานและน้ำอัดลม  ซึ่งอาหารเหล่านี้หากเด็กบริโภคมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน รวมถึงโรคฟันผุที่สามารถส่งผลได้ทันทีหากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม เนื่องจากน้ำตาลที่อยู่ในขนมหวานและน้ำอัดลมส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลทรายหรือซูโครสที่ทำให้ฟันผุได้ หากไม่มีการทำความสะอาดช่องปากและฟัน  โรคฟันผุจะลุกลามจนเป็นรู ถึงโพรงประสาทฟัน และปวดฟัน  จึงจำเป็นต้องอุดฟันหรือถอนฟันในที่สุด ซึ่งจากผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของประเทศไทยพบว่า เด็กไทยเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุเพียง 1 ปี และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 12-18 เดือน เด็กที่มีอายุ 3 ปี ฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 52 เฉลี่ย 2.7 ซี่ต่อคน เด็กอายุ 12 ปี ฟันแท้ผุร้อยละ 52 เฉลี่ย 1.3 ซี่ต่อคน โดยผุมากที่สุดคือฟันกรามซี่ที่ 1 และ 2 ทั้งนี้มีสาเหตุจากการบริโภคแป้งและน้ำตาลของเด็กที่มากเกินไป

ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า  น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบคือน้ำตาลกับน้ำ โดยน้ำอัดลม 1 กระป๋อง (ขนาด 325 ซีซี) มีปริมาณน้ำตาล 8-12 ช้อนชา  ซึ่งจะเท่ากับน้ำตาลในลูกอม จำนวน 17 เม็ด ส่วนเยลลี่ 1 ถ้วยเล็กจะมีปริมาณน้ำตาล 26 กรัม หากกินรวมกันหลายอย่างอาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการของร่างกาย และเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 ช้อนชา

“การจัดเลี้ยงงานวันเด็กทั้งภายในโรงเรียนและครอบครัว จึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องอาหารเพื่อป้องกันโรคฟันผุและโรคอ้วนตามมา โดยให้เลี่ยงอาหารประเภทขนมหวาน ลูกอม เยลลี่ น้ำหวานและน้ำอัดลม แต่ควรเพิ่มอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ อาทิ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน รวมทั้งผักและผลไม้ที่ให้สารอาหารจำพวกวิตามินและเกลือแร่ให้มากขึ้น” ดร.นพ.พรเทพ  กล่าว

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวในงานเลี้ยงวันเด็กได้โรงเรียนและผู้ปกครองก็ต้องแนะนำวิธีการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันสำหรับเด็กโดยใช้หลัก 2 : 2 : 2 คือ  แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน แปรงฟันนาน 2 นาที และ 2 ชั่วโมงหลังแปรงฟันห้ามกินอาหารหวานและดื่มน้ำอัดลม ทั้งนี้ หากเกิดอาการปวดฟันหรือพบจุดดำเล็ก ๆ บนเนื้อฟันต้องรีบปรึกษาทันตแพทย์ทันที เพื่อทำการรักษาด้วยการ อุดฟัน นอกจากนี้โรงเรียนและผู้ปกครองควรส่งเสริมและปลูกฝังให้เด็กมีพฤติกรรมการแปรงฟันที่ถูกต้อง ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ผู้ปกครองควรจะแปรงฟันให้เด็ก แต่ถ้าเป็นเด็กระดับประถมศึกษาให้แปรงแบบขยับปัด ที่สำคัญต้องเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มและใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์.