วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาง้อเมีย ดันพบกิ๊ก หนุ่มแค้น จับโขกดับ

พิษรักสามเส้า ผัวหึงโหดฆ่าอดีตแฟนหนุ่มของเมียรักดับคาบ้าน หลังก่อเหตุยืนรอมอบตัวชดใช้กรรม เผยทำงานเป็นช่างสีแท่นขุดเจาะน้ำมันอยู่กลางทะเล ไปทำงานแต่ละครั้งนานนับเดือนจนช่วงหลังมีปากเสียงกับเมียจนถูกขอหย่า ตัดสินใจลางานกลับมาง้อเมียที่บ้านโดยไม่บอกล่วงหน้าหวังจะให้เซอร์ไพรส์ แต่ตัวเองกลับเจอเซอร์ไพรส์เมื่อเห็นภาพบาดตาที่เมียรักขลุกอยู่กับแฟนเก่าที่บ้าน ฉุนฟิวส์ขาดปรี่เข้าไปชกต่อยชุลมุน เมียพาแม่มาช่วยหย่าศึกไล่แฟนเก่ากลับบ้าน แต่ไม่ยอมกลับเลยถูกไล่อัดรอบสองก่อนลากเข้าห้องน้ำจับหัวโขกขอบอ่างน้ำจนแน่นิ่งสิ้นใจคาที่

ผัวหึงโหดฆ่าแฟนเก่าเมียรักดับคาบ้านเปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 8 ม.ค. ร.ต.ท.ภูริภัทร ภูเมฆ พงส.สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุคนถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 41/439 หมู่บ้านพรธิสาร 8 (คลอง 7) ถนนสายธัญบุรี-วังน้อย หมู่ 1 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านแฝด 2 ชั้น ปลูกอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา บริเวณหน้าบ้านพบศพนายนพพล เอี่ยมเสริม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/3 หมู่ 2 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี นุ่งกางเกงบอกเซอร์ตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ มีแผลแตกที่ปลายคาง ใบหน้าและศีรษะบวมช้ำ ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายวิสูตร สหสมุทร อายุ 25 ปี สามีของ น.ส.ปิยะธิดา อินทรขันตรี อายุ 24 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรอมอบตัว รับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเสียชีวิต ตำรวจคุมตัวไปสอบปากคำที่โรงพักพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนศพนายนพพลนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ (ศูนย์รังสิต) ให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ร.ต.ท.ภูริภัทร ภูเมฆ พงส.เจ้าของคดี กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายวิสูตร ผู้ก่อเหตุเป็นช่างทาสีบริษัทขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่งงานอยู่กินกับ น.ส.ปิยะธิดา มานานหลายปีจนมีลูกด้วยกัน 2 คน ปกติจะเดินทางไปทำงานที่บริษัทขุดเจาะน้ำมันครั้งละ 1 เดือน กลับมาพักอยู่บ้าน 15 วัน แต่ช่วงหลังงานมากจึงไม่ค่อยได้กลับบ้านทำให้มีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้ง จนกระทั่งฝ่ายภรรยาเอ่ยปากขอหย่า โดยจะรอให้นายวิสูตรกลับมาจากทำงานก่อน ส่วนนายนพพล ผู้ตายเป็นแฟนเก่าของ น.ส.ปิยะธิดา เคยหมั้นหมายกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือด้วยกัน แต่ภายหลังก็ถอนหมั้น ต่างฝ่ายต่างไปแต่งงานมีครอบครัว จนกระทั่ง น.ส.ปิยะธิดามีเรื่องระหองระแหงกับสามี ส่วนผู้ตายก็แยกทางกับภรรยาแล้ว ทั้งคู่จึงหวนกลับมาคบหากันอีกในช่วงที่นายวิสูตรไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด

ก่อนเกิดเหตุนายวิสูตรได้ลางานเดินทางกลับบ้านโดยไม่บอกภรรยาก่อนเพื่อเป็นการเซอร์ไพรส์และจะมาง้อขอคืนดีด้วย พอขับรถมาถึงหน้าบ้านก็โทรศัพท์เข้าไปหาภรรยา ได้ยินเสียงเหมือนมีผู้ชายอยู่ในบ้านและภรรยาก็รีบวางสายไปอย่างมีพิรุธ จึงบุกเข้าไปในบ้านก็พบภาพบาดตาบาดใจเมื่อพบว่าภรรยาอยู่กับผู้ตายในบ้าน ด้วยความโมโหจึงปรี่เข้าไปชกต่อยผู้ตายจนล้มลุกคลุกคลาน น.ส.ปิยะธิดา เห็นท่าไม่ดีรีบไปตามแม่ที่อยู่บ้านแฝดติดกันเข้ามาช่วยกันห้ามปราม ไล่ให้ผู้ตายกลับไปก่อนเพื่อจะได้เคลียร์ปัญหาหัวใจกับสามี แต่ผู้ตายไม่ยอมกลับและเดินเข้าไปรออยู่ในบ้านแม่ของ น.ส.ปิยะธิดา

พงส.เจ้าของคดีเผยต่อไปว่า ระหว่างนั้น น.ส.ปิยะธิดาก็ยังพูดคุยกับสามีไม่รู้เรื่องจึงเดินหนีเข้าไปในบ้านแม่ โดยที่นายวิสูตรรีบเดินตามเข้าไป ปรากฏว่าพบผู้ตายอยู่ในบ้าน ด้วยความโมโหที่เห็นว่ายังไม่ยอมกลับจึงปรี่เข้าไปชกต่อยซ้ำอีกรอบก่อนลากเข้าไปในห้องน้ำจับศีรษะกระแทกขอบอ่างน้ำหลายครั้งจนแน่นิ่ง หลังก่อเหตุนายวิสูตรตั้งสติได้อุ้มร่างผู้ตายออกมาหน้าบ้านพร้อมเรียกรถพยาบาลมาช่วยเหลือแต่ปรากฏว่าเสียชีวิตแล้วจึงยืนรอมอบตัวดังกล่าว

9 ม.ค. 2557 07:56 ไทยรัฐ