วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดิ้นสู้ไปเจอแต่ทางตัน

ยิ่งใกล้ดีเดย์ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” เข้าไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งเร้าดีกรีความเห็นต่างของคนในสังคมให้ร้อนระอุขึ้นตามลำดับ

กับฉากที่นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการชุมนุมที่มีแนวโน้มรุนแรง และ

สนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ดีเบตกับนายอนันต์  เหล่าเลิศวรกุล  อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กลุ่มจุฬาเชิดชูคุณธรรม ที่เคลื่อนไหว

ร่วมกับ กปปส.และจะร่วมปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. ในรายการข่าวทางทีวีช่อง 3

สองอาจารย์จุฬาฯได้แสดงทรรศนะและแนวคิดที่แตกต่างกันแบบสุดขั้ว

นำมาซึ่งควันหลง การปะทะกันทางความคิดระหว่างอาจารย์กับอาจารย์แนวร่วมที่ถือหางแต่ละฝ่าย โพสต์ต่อว่าต่อขานกันทางโซเชียลมีเดีย

เรื่องของเรื่อง นักวิชาการรั้วเดียวกัน สถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองไทย แต่มองเห็น “ความถูกต้องชอบธรรม” กันไปคนละทาง

นิสิต นักศึกษา ลูกศิษย์ลูกหาไม่รู้จะอิงบรรทัดฐานจากใคร

อีกช็อตหนึ่งเหตุเกิดระหว่างนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จัดแถลงข่าวเปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย ในหัวข้อ “ขจัดคอร์รัปชัน มุ่งมั่นปฏิรูป” ท่ามกลางแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมรับฟัง

ปรากฏว่า เจอดี มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นเป่านกหวีดเสียงดังลั่นห้องประชุม พร้อม

ชูแผ่นกระดาษหันไปทางนายอภิสิทธิ์ มีข้อความว่า “RESPECT MY VOTE” พร้อมตะโกนด้วยเสียงดัง

“ถ้าคุณยังปฏิรูปตัวเองไม่ได้ แล้วจะมาปฏิรูปประเทศได้อย่างไร”

ย้อนศรกันเลยว่า “ตอนคุณเป็นรัฐบาลทำไมไม่ทำ หยุดวาทกรรมการโกงได้แล้ว คุณข่มขู่คุกคามคนอื่นได้ แต่คนอื่นข่มขู่คุกคามคุณไม่ได้หรืออย่างไร”

ชนิดที่นายอภิสิทธิ์หน้าตาเหรอหรา ตอบกลับไปว่า “นี่คือตัวอย่างที่ต้องปฏิรูป นี่คือรูปแบบของคู่แข่งพรรคประชาธิปัตย์” ขณะที่ชายคนเดิม

ตะโกนกลับว่า “ผมไม่ใช่คู่แข่ง ผมคือประชาชน”

เล่นกันแบบถึงลูกถึงคน ไม่ใช่แค่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น

“อภิสิทธิ์” ก็เจอ “นกหวีดจู่โจม” เหมือนกัน

ทั้งหมดทั้งปวง มันสะท้อนปรากฏการณ์ที่สังคมไทยแตกแยกกันแบบสุดขั้วสุดโต่ง อารมณ์มาถึงจุดต่างฝ่ายต่างพร้อมเผชิญหน้ากับคนที่เห็นต่าง

เหลือแค่หักล้างกันด้วยกำลัง

ในสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยและแนวร่วมกำลังโดนต้อนเข้า “มุมอับ” เมื่อเจออิทธิฤทธิ์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงดาบฟัน 308 ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว.

ส่อเหมาเข่งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล

ซ้ำสถานการณ์ ย้ำเหลี่ยม “ติดล็อก” นอกเหนือไปจากปม 28 เขตเลือกตั้งไร้ผู้สมัคร ทำให้หลังเลือกตั้งได้ ส.ส.ไม่ครบร้อยละ 95 เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้

ตอกย้ำคำตอบล่วงหน้า เลือกตั้งไปก็วุ่นวายไม่จบ

หนทางมืดมน ไร้ทิศทาง ตามจังหวะที่ศาลรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าพิจารณาประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 190 และปมเงินกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ในภาวะ “ภูมิคุ้มกัน” ตกต่ำถึงขีดต่ำสุด โอกาสไหลถึง “ยุบพรรค” มีสูง

สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่ต่างจากคนไข้โคม่า หายใจรวยรินเต็มที

และก็เป็นอะไรที่โยนห่วงล็อกคอไว้แล้ว กับมุกที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ออกมาล็อกเงื่อนไข ถ้ามีเหตุล้มตายในการชุมนุม

“ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” รัฐบาลหนีไม่พ้นต้องรับผิดชอบ

เหมือนทดสอบจิตใจนายกฯยิ่งลักษณ์

เพราะเป็นที่รู้กันวงในว่า ผู้นำหญิงกลัวมากกับภาพ “มือเปื้อนเลือด” ซ้ำรอย “อภิสิทธิ์”

แม้ปากจะปฏิเสธกระแสปฏิวัติ ดับข่าวลือรัฐประหาร แต่ลึกๆ “ยิ่งลักษณ์” คงอยากให้ล้มกระดาน

ตัดหน้าเกมแลกเลือดไปก่อนดีกว่า.

ทีมข่าวการเมือง

9 ม.ค. 2557 01:01 9 ม.ค. 2557 01:01 ไทยรัฐ