วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ของดีไม่ต้องเสียตังค์

โดย หมวดแซม

หลังจากตกเป็นข่าวลือมานานสองนาน ในที่สุดก็ชัดเจนแล้วว่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าทีมชาติโปแลนด์ของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้า 5 ปี ย้ายซบ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก หลังจบฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อย

งานนี้ บาเยิร์น มิวนิก ได้อาวุธหนักอย่าง เลวานดอฟสกีมาเสริมแนวรุกโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าตัวให้กับดอร์ทมุนด์แม้แต่แดงเดียว เนื่องจากดาวยิงเลือดโปลหมดสัญญากับทีมเสือเหลือง และสามารถย้ายทีมแบบฟรีๆตามกฎบอสแมน

สำหรับกฎบอสแมนนั้น เกิดขึ้นในปี 1995 และถูกตั้งชื่อตามฌอง-มาร์ก บอสแมน กองหน้าชาวเบลเยียม ที่ลุกขึ้นต่อสู้จากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในอาชีพค้าแข้ง เนื่องจากถูกต้นสังกัดขัดขวางไม่ให้ย้ายทีม ทั้งที่นักเตะหมดสัญญากับต้นสังกัดแล้ว

ก่อนที่เขาเป็นฝ่ายชนะคดีสามารถปลดแอกสัญญาทาสกับสโมสรต้นสังกัดได้สำเร็จ ซึ่งใจความสำคัญของกฎบอสแมนก็คือ นักฟุตบอลที่หมดสัญญากับสโมสรต้นสังกัดแล้ว จะได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมแบบฟรีๆโดยที่ต้นสังกัดเก่าจะไม่ได้รับเงินค่าตัวใดๆทั้งสิ้น

จากการที่ เลวานดอฟสกี ย้ายจากดอร์ทมุนด์ ไปอยู่กับบาเยิร์น มิวนิก แบบไม่มีค่าตัวตามกฎบอสแมน เป็นการจุดประกายให้ “สปอร์ตเมล” สื่อกีฬาดังเมืองผู้ดี ได้รวบรวมบรรดาสุดยอดนักเตะที่ย้ายทีมตามกฎบอสแมนแล้วไปได้ดิบได้ดีกับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งมีใครกันบ้างนั้น ไปดู
กันเลยครับ

สตีฟ แมคมานามาน-“แม็คก้า”  เซ็นสัญญา 5 ปีย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัวในปี 1999 หลังปฏิเสธต่อสัญญากับลิเวอร์พูล แถมยังปัดข้อเสนอจากบาร์เซโลนา, ลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน และยูเวนตุส เขาประสบความสำเร็จมากมายในสเปน ช่วยให้มาดริดคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย รวมถึงแชมป์แชมเปียนส์ลีกอีก 2 สมัย โดยเขายิงประตูในนัดชิงปี 2000 ได้ด้วย

เฮนริก ลาร์สสัน-แม้จะใช้เวลาเพียง 2 ฤดูกาลกับบาร์เซโลนา หลังย้ายออกจากเซลติกในปี 2004 แต่ดาวยิงสวีดิชสามารถช่วยบาร์ซา
กวาดแชมป์เป็นว่าเล่น ทั้งแชมป์ลาลีกา 2 สมัย, สแปนิช ซุปเปอร์คัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

มิชาเอล บัลลัค-ทั้งที่ได้รับความสนใจจากเรอัล มาดริด และแมนฯยู แต่บัลลัคกลับเลือกซบเชลซีในปี 2006 โดยฤดูกาล 2007-08 มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนีสามารถนำทัพ “สิงห์บลู” เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ดวลกับแมนฯยู แต่สุดท้ายได้แค่รองแชมป์

โซล แคมป์เบลล์-ถูกตราหน้าจากแฟนบอลไก่เดือยทองว่าเป็น “จอมทรยศ” หลังย้ายจากสเปอร์ส ไปอยู่กับคู่อริตัวฉกาจ “ปืนใหญ่”

อาร์เซนอล ในปี 2001 แต่บิ๊กโซลประสบความสำเร็จมากมายกับ “เดอะกันเนอร์ส” ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และเอฟเอคัพ 3 สมัย

อันเดรีย ปีร์โล-ย้ายออกจากเอซี มิลาน มาเล่นให้กับ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ในปี 2011 แต่ปีร์โลยังรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ ทั้งที่อายุ 34 ปีแล้ว และช่วยให้ยูเว่ผงาดคว้าแชมป์กัลโชซีรีเอ 2 สมัย แถมยังถูกยกย่องให้เป็น 1 ในกองกลางทีี่ดีที่สุดในยุโรป

โรแบร์โต บาจโจ-“เจ้าเปียทองคำ” โบกมือลาเอซี มิลาน แล้วย้ายมาเล่นให้โบโลญญา ในปี 1997 ซึ่งถูกหลายคนเย้ยหยันว่าหมดน้ำยาแล้ว

แต่บาจโจระเบิดฟอร์มยิงได้ถึง 22 ประตูช่วยพาโบโลญญารอดพ้นการตกชั้น ก่อนถูกเรียกตัวกลับไปติดทีมชาติอิตาลี ชุดลุยเวิลด์คัพ 1998.

หมวดแซม