วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มติศาล รธน.เสียงข้างมาก วินิจฉัยชัด แก้ รธน.ม.190 ผิด ม.68

มติศาล รธน.เสียงข้างมาก วินิจฉัย การแก้ไข รธน.มาตรา 190 ของรัฐสภา ฝ่าฝืน ม.68 วรรค 1 ชี้เป็นการได้มาซึ่งอำนาจปกครองประเทศ โดยมิชอบ รวบรัดปิดอภิปราย ลอทอนอำนาจนิติบัญญัติ เอื้อประโยชน์เสียงข้างมาก

วันที่ 8 ม.ค.เมื่อเวลา 16.30 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและสมาชิกรัฐสภา รวม 383 คน ที่ร่วมกันดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่จำกัดอำนาจรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศของฝ่ายบริหาร เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองและกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ โดยที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มอบหมายให้ นายจรัญ ภักดีธนากุล และนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์ ตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นผู้ดำเนินการอ่านคำวินิจฉัย

นายทวีเกียรติ กล่าวว่า ศาลตุลาการรัฐธรรมนูญ แบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ประเด็น คือ กระบวนการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ และการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เข้าข่ายมาตรา 68 หรือไม่  สำหรับประเด็นที่ 1. กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามคำร้องที่ร้องกรณีการปิดอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการกำหนดวันแปร ญัตติไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น

ศาลวิเคราะห์ว่า สมาชิกรัฐสภาต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญไม่ใช่มุ่งแก้เพื่อ แก้ปัญหาการให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการด้วยความสะดวกราบรื่น โดยไม่เปิดให้สมาชิกรัฐสภาได้ความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งเสียงข้างมากต้องรับฟังเสียงข้างน้อย หากเสียงข้างมากอาศัยความได้เปรียบเสียงข้างมากเอาเปรียบข้างน้อย ไม่เคารพความเห็นย่อมเป็นเผด็จรูปแบบหนึ่ง เป็นเผด็จการเสียงข้างมาก เผด็จการรัฐสภา ทำลายความชอบธรรมกระบวนการนิติบัญญัติ

ทั้งที่การอภิปรายร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ในวาระที่ 1 ถือเป็นการอภิปรายแสดงความเห็นเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของสมาชิกรัฐสภาที่ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ความเห็นของสมาชิกรัฐสภา มีผลโน้มน้าวการตัดสินใจลงมติกฎหมายนั้น โดยเฉพาะในวาระที่ 1 มีผลให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้รับการพิจาณาต่อ หรือตกไป แม้เสียงข้างมากจะมีสิทธิ์ลงมติปิดการอภิปราย แต่การใช้ดุลพินิจและเสียงข้างมากต้องไม่ตัดสิทธิ์ฝ่ายข้างน้อย ที่ชี้แจงว่า การอภิปรายในวาระที่ 1 วนเวียนซ้ำประเด็นนั้น ศาลเห็นว่าผู้ถูกร้องแจ้งที่ประชุมว่า จะใช้เวลาอภิปราย 38 ชั่วโมง แต่ใช้เวลายังไม่ถึงเวลาที่มีการกำหนดไว้ อีกทั้งผู้ที่ยังไม่ได้อภิปรายเป็นสมาชิกเสียงข้างน้อย คำชี้แจงจึงรับฟังไม่ขึ้น

ดังนั้น ศาลเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ถือเป็นการรวบรัดการอภิปรายเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์กับฝ่ายเสียงข้างมาก การปิดอภิปรายจึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 และมาตรา 125 วรรคแรก

ด้าน นายจรัญ ระบุว่า มาตรา 190 ร่างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ ให้ฝ่ายบริหารแถลงเหตุผลให้สาธารณชนรับทราบ และความเห็นจากรัฐสภาที่จะให้ความเห็นในหลายแง่มุม มีการนำเสนอแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพื่อนำสู่การสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่ผ่านมา เกิดกรณีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ทำให้เสียหายแก่ประเทศโดยรวมด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า “โดยชัดแจ้ง” ต่อท้ายหนังสือสัญญา เป็นการริดรอนอำนาจในการตรวจสอบรัฐสภา ที่เป็นองค์กรใช้อำนาจนิติบัญญัติ และเพิ่มอำนาจคณะรัฐมนตรีมากขึ้น การกระทำดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการดุล คานอำนาจ ก่อให้เกิดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับฝ่ายบริหาร

อาศัยอำนาจการวินิจเสียงข้างมากเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของผู้ถูกร้อง ทั้งหมดเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรค 1 มาตรา 125 วรรค 1 ส่วนเนื้อหาเป็นการกระทำ ที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 3,4,5,87 และ ม.122 และเป็นการกระทำที่ให้บุคคลได้มาซึ่งอำนาจโดยวิถีทางที่ไม่ได้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ ถือเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรค 1.

ด้านนายวิรัช กัลยาศิริ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา190 ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึึ่ง จนทำให้กฏหมายตกไปว่า จากนี้ไป 15 วัน  ตน คือ ผู้ร้องหรือ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 20,000 คน จะนำคำตัดสินดังกล่าว ไปยืนต่อ ปปช. เพื่อให้ ปปช. พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกร้อง

จากนั้น ปปช.จะพิจารณา โดยถ้า ปปช.ชี้ว่า ผิด ก็จะมีคำตัดสิน 2 ทาง คือ การถอดถอนก็จะยื่นเรื่องไป วุฒิสภา ส่วนคดีอาญา ก็ยื่นไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อดำเนินการต่อไป

มติศาลรธน.เสียงข้างมาก วินิจฉัย การแก้ไขรธน.มาตรา 190 ของรัฐสภา ฝ่าฝืน ม.68 วรรค 1 ชี้เป็นการได้มาซึ่งอำนาจปกครองประเทศ โดยมิชอบ รวบรัดปิดอภิปราย ลอทอนอำนาจนิติบัญญัติ เอื้อประโยชน์เสียงข้างมาก