วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสม.ห่วง 'ชัตดาวน์กรุง' หวั่นรุนแรง

กสม.ออกแถลงการณ์ ข้อกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ วัน "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" 13 ม.ค. 57 พร้อมเรียกร้องทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแนวทาง 7 ข้ออย่างเคร่งครัด...

วันที่ 8 ม.ค. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ ข้อกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมใหญ่วัน "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" 13 ม.ค. 57 โดยขอเรียนพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2557 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง ข้อกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุม ในวันที่ 13 ม.ค. 2557 มีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง ข้อกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุม ในวันที่ 13 ม.ค. 2557

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ประกาศนัดเชิญชวนประชาชน มาร่วมแสดงพลังยกระดับการชุมนุมตามพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร โดยจะมีการเดินรณรงค์ทั่วกรุงเทพมหานครต่อเนื่อง เพื่อชักชวนให้ประชาชนมาร่วมการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 13 ม.ค. 2557 นั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ติดตามข้อมูลสถานการณ์การชุมนุมมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จึงมีความวิตกกังวล และห่วงใยต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น และอาจเกิดความสูญเสียขึ้นอีก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีบทเรียนความสูญเสียที่เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. 2556 ณ บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง-สนามราชมังคลากีฬาสถาน และในวันที่ 1-2 ธ.ค. 2556 ณ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ และในวันที่ 26 ธ.ค. 2556 ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) จนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 461 ราย และเสียชีวิต 8 ราย

อีกทั้งผู้ที่ได้รับความเสียหาย โดยที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดแนวทางสันติในการแก้ปัญหา เคารพสิทธิซึ่งกันและกันมาโดยตลอด  

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ให้บทเรียนแก่ทุกฝ่าย เกี่ยวกับการใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม และการใช้อำนาจของรัฐ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในอันที่จะส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เหตุการณ์บ้านเมืองเกิดความสงบและเรียบร้อย อยู่ร่วมกันด้วยความสันติสุข

จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน คำนึงและสมควรดำเนินการตามข้อที่ควรปฏิบัติ ดังนี้

1.ผู้จัดการชุมนุมและกลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องมีหน้าที่ร่วมกัน ทำให้เกิดการชุมนุมเป็นไปโดยความสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ หรือสิ่งเทียมอาวุธทุกชนิดในพื้นที่การชุมนุม โดยยึดแนวทางสันติวิธี หลักนิติธรรม ภายใต้หลักการสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550   

2.รัฐบาลต้องดูแลการชุมนุม ให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย และป้องกันมิให้เกิดความรุนแรง จากบุคคลผู้ไม่หวังดี ภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยจะต้องหลีกเลี่ยงและป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ความรุนแรงที่ไม่พึงประสงค์ ดังเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้ว ณ บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามราชมังคลากีฬาสถาน บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ และศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง)  

3.รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และร่วมมือประสานงานการข่าวกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ศูนย์รักษาความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้การข่าวมีประสิทธิภาพ ไม่ให้กลุ่มที่มีอุดมการณ์ที่ต่างและความเห็นต่าง เผชิญหน้ากัน อันจะช่วยป้องปรามและยับยั้งไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้

4.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรเร่งสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ได้แก่ บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามราชมังคลากีฬาสถาน บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) มาดำเนินการตามกฎหมาย และรายงานให้สาธารณชนทราบเป็นระยะๆ โดยเร็ว

5.รัฐบาลจะต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การเยียวยาผู้เสียหาย ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่เสียชีวิตจากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยการให้หลักประกันว่าจะให้ความเป็นธรรมและเยียวยาทุกฝ่าย ทั้งในรูปเงินช่วยเหลือ การฟื้นฟู การช่วยเหลืออื่นๆ และการเยียวยาด้านจิตใจโดยไม่เลือกปฏิบัติ

6.สื่อมวลชนต้องนำเสนอข่าวที่เป็นข้อเท็จจริง เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และต้องเป็นการสร้างสรรค์ ช่วยให้สังคมเกิดความสันติ

7.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ใคร่ขอความอนุเคราะห์จากทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ หรือพบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง ให้เก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ เช่น บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือเก็บวัตถุพยานไว้เป็นหลักฐาน และนำส่งสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน ๑๓๗๗ หรือทางอีเมล์ help@nhrc.or.th โดยให้ระบุสถานที่สำหรับติดต่อกลับ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมหลักฐานข้อมูลต่างๆ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอให้ผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ของรัฐ และทุกภาคส่วน ต้องอดทน อดกลั้น ยึดมั่นในหลักสันติวิธี เคารพในสิทธิและเสรีภาพของกันและกัน เพื่อมิให้มีเหตุการณ์ความรุนแรงจนเกิดความสูญเสียขึ้นอีก โดยคำนึงถึงประโยชน์และความสงบของประเทศชาติเป็นสำคัญ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 8 มกราคม 2556

กสม.ออกแถลงการณ์ ข้อกังวลต่อสถานการณ์การชุมนุมใหญ่วัน "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" 13 ม.ค. 57 พร้อมเรียกร้องทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแนวทาง 7 ข้ออย่างเคร่งครัด... 8 ม.ค. 2557 14:48 ไทยรัฐ