วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าทางตันวิกฤติการเมือง

กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการตรวจสอบวิถีกระสุนระหว่างเกิดเหตุความรุนแรง  บริเวณสนามกีฬาไทย–ญี่ปุ่น  ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2556 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าแนวกระสุนทั้งหมด มีการยิงจากถนนมิตรไมตรี  เข้ามาภายในสนามกีฬาฯ จากทั้งบริเวณประตู 1 ที่วิถีกระสุนมีลักษณะเฉียงลง ถูกเจ้าหน้าที่บริเวณต้นแขนขวา เป็นมุมกดลงมาประมาณ 80 องศา ขณะทำหน้าที่สกัดม็อบที่จะบุกเข้ามาในหอพักศูนย์เยาวชน ซึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น

และพบว่ามีกลุ่มคนร้ายขึ้นไปบนอาคารเพื่อปาก้อนหินใส่ตำรวจ จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าว ได้หลบขึ้นไปบนกองอำนวยการ กองช่างกล กทม.และยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่  พบรอยกระสุนในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เป็นวิถีกระสุนที่ยิงมาจากถนนมิตรไมตรีเช่นกัน

บริเวณประตู 3 ที่มีเจ้าหน้าที่ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด.32 วิถีกระสุนมาจากด้านรั้วประตู 3 ด้วยมุมกดลงมาประมาณ 15 องศา บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 พบรอยกระสุนเป็นจำนวนมากเช่นกัน ขณะเดียวกัน บริเวณอาคารสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน  จุดที่ผู้ชุมนุมเสียชีวิต แนวกระสุนมาจากประตู  6  ด้านกระทรวงแรงงาน  หรือจากแฟลตด้านหลังถนนมิตรไมตรี

สรุปแล้ว ในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืน  31 หัว ปลอกกระสุนปืน 6 ปลอก โดยยิงมาจากอาวุธปืน 16 กระบอก ซึ่งเป็นการยืนยันในเบื้องต้นได้ว่า มีการยิงอาวุธปืนมาจากบริเวณที่มีผู้ชุมนุมและ สถานการณ์ไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติวิธี สงบและปราศจากอาวุธแต่เป็นการชุมนุมที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม

นี่คือสัญญาณว่า หากมีการชุมนุมประท้วง ต่อไป โดยเฉพาะการปิด กทม.ในวันที่ 13 ม.ค.ไป  7  วัน  7  คืน ไม่มีใครรับประกันได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นอีก จะเสียเลือดเสียเนื้ออีกเท่าไหร่

ประเด็นวิกฤติประเทศเฉพาะหน้าไม่ใช่อยู่ที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือไม่ใช่จะปฏิรูปประเทศไทย กันอย่างไร แต่ จะรักษาเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชน เอาไว้อย่างไรมากกว่า

การชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไหน มีเหตุการณ์ความรุนแรงและนองเลือดทุกประเทศ ขึ้นอยู่ว่าจะมากจะน้อยเท่านั้น เพราะ การไม่ยอมรับฟังความเห็นของอีกฝ่าย มุ่งหน้าจะเอาชนะกันด้วยกำลัง ไม่ใช้การเจรจา หาทางออกร่วมกัน

เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น มีทางออกอยู่แค่ 2 วิธีเท่านั้น คือเจรจาหาทางพบกันครึ่งทาง ยอมเคารพความเห็นของคู่กรณี และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี หรือ ใช้กำลังเข้ายึดอำนาจอีกฝ่ายหนึ่ง โค่นล้มฝ่ายตรงกันข้าม

ความแตกต่างของทั้ง 2 วิธีดังกล่าวอยู่ที่ผลลัพธ์การเจรจาด้วยสันติวิธีจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมและการอยู่ร่วมกันต่อไปโดยปราศจากข้อขัดแย้ง แต่ถ้าเลือกการใช้กำลังก็จะเกิดความรุนแรงหาความสงบไม่ได้

เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมือง.

 

หมัดเหล็ก

8 ม.ค. 2557 10:36 8 ม.ค. 2557 10:36 ไทยรัฐ