วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงื่อนไขไม่เป็นใจต่อรัฐบาล

คงเป็นไปอย่างที่พูดกันมาตลอดว่า การเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 จะเกิดขึ้นหรือไม่ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ เพราะนอกจาก การต่อต้านจากฝ่ายที่เห็นว่าควรจะมีการปฏิรูปประเทศก่อนที่จะ มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะจากกลุ่ม กปปส.ที่ประกาศปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.57

ทำให้มีหลายเขตพื้นที่ไม่มีผู้สมัครรับการเลือกตั้ง เนื่องจากถูกขัดขวางไม่สามารถไปยื่นใบสมัครได้

จะส่งผลให้การเลือกตั้งแม้จะเกิดขึ้นมาได้แต่หากขาด ส.ส.ไม่ครบจำนวน 95% ก็จะเกิดปัญหาไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ ไม่สามารถเลือกนายกฯได้

นี่ว่ากันตามหน้าเสื่อที่เห็นๆกันอยู่

ล่าสุดก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีกเมื่อ กกต.ตัดสินผู้สมัคร ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์จำนวน 87 คน เนื่องจากขาดคุณสมบัติ โดยเฉพาะประเด็นหลักก็คือการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในปี 2554 นอกจากนั้นมีปัญหาการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ถึง 30 วัน จำนวน 25 ราย

นอกจากพรรคการเมืองหลายพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์แล้ว ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยก็โดนกันไปหลายคนแม้ว่าจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย

โทษฐานเป็นผู้ที่รู้อยู่แล้วว่า ไม่มีสิทธิสมัครแต่ก็ยังไปลงสมัคร

อะไรไม่ว่า  หัวหน้าพรรคที่สังกัดมีสิทธิที่จะถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นผู้สนับสนุน เนื่องจากเซ็นลงนามรับรองอีกด้วย

คงเป็นเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ มันฉุกละหุกจนเกิดปัญหาขึ้นมา

ตามมาอีกประเด็นและเป็นเรื่องใหญ่มีผลกระทบโดยตรงต่อพรรคเพื่อไทยนั่นคือ การที่ ป.ป.ช.มีมติ 7 ต่อ 2 ชี้มูลความผิด 308 ส.ส.-ส.ว.ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว. ซึ่งก่อนหน้านี้อดีตประธานสภาผู้แทนฯและประธานวุฒิสภาโดนมาแล้ว

แม้นายกฯจะไม่ถูกชี้มูลในเรื่องนี้ก็ตาม

แต่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยโดนกันเข้าไปเต็มเปา โดยเฉพาะพวกที่ลงสมัครรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์และเขตพื้นที่ หากมีการวินิจฉัยในขั้นสุดท้ายออกมาว่ามีความผิดจริง ก็จะ เกิดปัญหากับพรรคเพื่อไทยทันที

ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อเรื่องนี้ก็คือการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า การที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว.นั้นขัดกับรัฐธรรมนูญแม้จะมีความผิดต่างกรรมต่างวาระ แต่โดยสรุปก็คือขัดรัฐธรรมนูญ

แม้การแจ้งข้อกล่าวหาหรือการชี้มูลจะไม่มีผลทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ต้องขาดคุณสมบัติ แต่ก็จะเกิดปัญหาและเป็นผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอย่างปฏิเสธไม่ได้ และบรรดา ส.ว.ที่ถูกชี้มูลความผิดก็จะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที

ทำให้อดีต ส.ส.และ ส.ว.ที่ถูกชี้มูลความผิดจะต้องถูกถอดถอนจากที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งจะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 ของสมาชิกที่มีอยู่

ยิ่ง ส.ว.ในปัจจุบันแม้เสียงส่วนใหญ่ยังเป็นพวกที่มาจากการเลือกตั้ง แต่หาก ส.ว.ที่ถูกชี้มูลความผิดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็จะทำให้มติ ส.ว.ที่จะออกมานั้นมีโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะถูกถอดถอน ซึ่งไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่มติ ส.ว.ไม่เคยถอดถอนใครได้เลย เพราะมติ 3 ใน 5 นั้นเป็นเรื่องยาก

ขณะเดียวกัน  การที่พรรคเพื่อไทยไล่ตั้งแต่หัวหน้าพรรคที่ประกาศ ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจนเป็นชนวนอย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้การต่อต้านรัฐบาลมีความชอบธรรมยิ่งเป็นการตอกย้ำซึ่งไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด

เหนืออื่นใดในสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลและการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57

ไม่ว่าจะมีพยายามที่จะให้มีการเลือกตั้ง หรือการปฏิรูป ประเทศก็ตาม.

 

“สายล่อฟ้า”