วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนเลือกตั้งบังกลาเทศ

เลือกตั้งเลือดใน “ประเทศบังกลาเทศ” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา มีประชาชนเสียชีวิตไป 18 คน น่าจะเป็น “บทเรียน” ที่ดีสำหรับ “ประเทศไทย” แม้ พรรครัฐบาล ของ นางชีค ฮาสินา จะคว้าชัยชนะได้ แต่การปกครองประเทศต่อไปก็คงลำบาก บ้านเมืองจะไม่สงบสุขอีกต่อไป แม้แต่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ยังออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนบังกลาเทศ

ก็ขอเท้าความถึงที่ไปที่มาของการเลือกตั้งในบังกลาเทศสักนิดว่า

การเลือกตั้งทั่วไปในบังกลาเทศ จะมีขึ้นภายใน 90 วันก่อนที่รัฐสภาจะครบเทอม 5 ปี และตามธรรมเนียมปฏิบัติของบังกลาเทศที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่ปี 2534 เป็นเวลายี่สิบกว่าปีมาแล้ว ช่วงการเลือกตั้ง จะมีการตั้ง “รัฐบาลกลาง” ขึ้นมารักษาการแทนรัฐบาล เพื่อจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ถูกรัฐบาลแทรกแซงหรือครอบงำ

แต่ นางชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีจากพรรคสันนิบาตอาวามิ ได้ประกาศยกเลิกระบบรัฐบาลกลางไปเมื่อปี 2553 โดยอ้างว่าไม่จำเป็น ท่ามกลางการคัดค้านอย่างหนักของพรรคบีเอ็นพี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน

แม้ นางคาเดลา เซีย หัวหน้าพรรคบีเอ็นพี ผู้นำฝ่ายค้าน จะเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง “รัฐบาลกลาง” ขึ้นมาจัดการเลือกตั้งตามเดิม แต่ นางชีค ฮาสินา ก็ไม่สนใจเดินหน้าเลือกตั้งตามแนวทางใหม่ พรรคฝ่ายค้านจึงประกาศบอยคอตการเลือกตั้ง ทำให้เขตการเลือกตั้ง 154 ที่นั่งจากทั้งหมด 300 ที่นั่งในสภา ไม่มีพรรคฝ่ายค้านและพรรคอื่นส่งผู้สมัครแข่งกับพรรครัฐบาล ทำให้พรรครัฐบาลชนะการเลือกตั้งถึง 232 ที่นั่งจาก 300 ที่นั่ง โดยมีผู้มาออกมาเสียงแค่ 22%

แต่ฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด แม้แต่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนชาวบังกลาเทศ

การเลือกตั้งครั้งนี้ ก่อให้เกิดการประท้วงขึ้นทั่วประเทศ มีการเผาหน่วยเลือกตั้งไปกว่า 100 หน่วย มีประชาชนถูกยิงเสียชีวิตไป 18 คน ในวันเลือกตั้ง ผมเห็นภาพข่าวแล้วก็เศร้าใจ แม้แต่ประชาชนในชนบทก็ยังเอาท่อนไม้มาไล่ตีกัน แตกแยกลึกลงไปถึงรากหญ้า

ดูบ้านเขาแล้วกลับมาดูบ้านเรา เมื่อ รักษาการนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดึงดันเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยไม่ยอมฟัง “เสียงส่วนใหญ่” โดยเฉพาะ “7 องค์กรธุรกิจเอกชน” ที่ดูแลเศรษฐกิจเกือบเท่าจีดีพีประเทศไทยทั้งประเทศ ซึ่งต้องการให้มีการ “วางกฎเกณฑ์ปฏิรูปบ้านเมืองให้เรียบร้อยเสียก่อน” แล้วค่อยไปเลือกตั้ง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จะเลือกตั้งช้าไป 6-12 เดือน ก็ไม่เสียหายอะไร มีแต่จะทำให้ประเทศดีขึ้น บรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้น ดีกว่าไปเลือกตั้งในตอนนี้ แล้วบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายไม่จบสิ้น

ในฐานะที่ รักษาการนายกฯยิ่งลักษณ์  เป็น ผู้นำประเทศ  ผมคิดว่า เธอควรจะเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับประเทศไทยและคนไทย การถอยหนึ่งก้าวหรือสองก้าวไม่ใช่ผู้แพ้ ถ้าการถอยนั้นทำให้ประเทศดีขึ้น แต่กลับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เพราะนี่คือความเสียสละของคนเป็นผู้นำ

หากยังเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ต่อไป ประเทศไทยเกิด “เดดล็อก” ไปไหนไม่ได้ แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะกวาดที่นั่งไปทั้งหมด 472 ที่นั่ง จาก 500 ที่นั่ง ก็ได้ที่นั่งไม่ถึง 95% เพราะมีอีก 28 เขต ที่ไม่มีผู้สมัคร สภาก็เปิดไม่ได้ เลือกนายกฯไม่ได้ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต้องรอผลการเลือกตั้งอีก 28 เขต ซึ่งไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น จะต้องเลือกตั้งอีกกี่รอบนานเท่าไร

ถ้ารัฐบาลใจกว้าง ยอมปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าแรงสนับสนุนของประชาชนที่มีต่อ กปปส. ก็จะลดลง เพราะมีทางเลือกให้เลือก ทางเลือกที่ดีกว่านี้ เพื่อประเทศไทยของเรา ยังมีให้เลือกอีกมากมาย อย่าไปเลือกทางขรุขระเลยครับ.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

8 ม.ค. 2557 09:59 8 ม.ค. 2557 10:00 ไทยรัฐ