วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาชญากรที่เท่าเทียมกัน

โดย

มีรายงานข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 87 คน ส่วนใหญ่เพราะเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 30 วัน และไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งคราวก่อน รวมทั้งจะดำเนิน คดีอาญา ฐานรู้ตนว่าไม่มีสิทธิสมัคร ส.ส. แต่สมัครโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนหัวหน้าพรรคจะถูกดำเนินคดี ฐานเป็นผู้เซ็นรับรองและส่งสมาชิกสมัคร ส.ส.

ถึงแม้จะเป็นเพียงรายงานข่าวที่ไม่ยืนยันชัดเจน แต่หัวหน้าพรรคใหญ่ฝ่ายรัฐบาลบางคนก็โวยวาย หาว่าเป็นกฎหมายที่มุ่งทำลายสถาบันการเมือง เอาผิดนักการเมืองเสมือนหนึ่งเป็นอาชญากร เพราะถ้าผู้สมัครและหัวหน้าพรรคถูกดำเนินคดี ตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 39 จะต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งยาวนานถึง 10 ปี

นับตั้งแต่มีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2550 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองเป็นต้นมา นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลเคยกล่าวหาบ่อยครั้งว่ามุ่งทำลายสถาบันการเมือง ทำให้พรรค การเมืองอ่อนแอ แต่ความจริง เป็นกฎหมายที่มุ่งทำลาย “ระบอบธุรกิจการเมือง” ที่ถือว่าการเมืองคือการลงทุนที่ต้องถอนทุนมากกว่า

ส่วนข้อกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ 2550 มุ่งเอาผิดนักการเมืองเสมือนหนึ่งเป็นอาชญากร ก็ไม่เป็นความจริง แต่มุ่งปฏิบัติต่อ “ทุกคน” โดยเสมอกันในกฎหมาย ตามความในมาตรา 30 ถ้านักการเมืองโกงกินแผ่นดินนับร้อยนับพันล้านบาท ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาเช่นเดียวกับคนธรรมดา ที่ถูกกล่าวหาลักทรัพย์คนอื่นพันบาท เป็นอาชญากรเหมือนกันหรือมิใช่?

การเอาผิดทางอาญาต่อผู้ที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีบัญญัติไว้ในกฎหมายเลือกตั้งทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ในบางยุคบางสมัย ที่หน่วยงานของรัฐเช่นกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ ในการจัดการเลือกตั้ง อาจจะไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดซ้ำยังมีเลือกปฏิบัติหรือลูบหน้าปะจมูก รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 จึงให้ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบแทน

ยิ่งกว่านั้น รัฐธรรมนูญ 2550 ยังได้แก้ไขจุดอ่อนของฉบับ 2540 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเพิ่มโทษความผิดกฎหมายเลือกตั้งนอกจากผู้สมัคร ส.ส. จะโดนใบแดงแล้วยังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการพรรคทั้งคณะ ถ้ามีส่วนรู้เห็นในการทำผิดนี่คือการปฏิรูปการเมือง ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่บางฝ่ายมองว่ามุ่งทำลายพรรคการเมือง

ท่ามกลางกระแสการปฏิรูปการเมืองในขณะนี้ มีผู้เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ลงโทษนักการเมืองทุจริตโกงกิน หรือผู้มีความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่ เข้าแทรกแซงและครอบงำองค์กรตรวจสอบ เช่นองค์กรอิสระ วุฒิสภาและศาล นอกจากจะเอาผิดทางอาญาแล้วยังต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต แบบนี้เป็นการทำลายนักการเมืองหรือไม่?

8 ม.ค. 2557 09:52 ไทยรัฐ