วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


หนาวเนื้อห่มเหล็กกับ MAZDA MX-5 (ตอนที่ 1)

อากาศหนาวเย็นยะเยือกในเขตร้อนกับรถเปิดประทุนเป็นของที่คู่กันอย่างแยกไม่ออก การได้กลับมาพบกันอีกครั้งเหมือนกับการได้หวนคืนกลับมาพบคนรักเก่า ห้วงเวลาถึง 24 ปีที่ผ่านไป จากโมเดลแรกสุดมาจนถึงตอนนี้ Mazda MX-5 เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร รถเปิดหลังคาที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างยอดขายได้สูงที่สุดในโลก และฉุดรั้ง Mazda Motor ออกมาจากปากเหวของความวิบัติ นับตั้งแต่ปี 1989 กับโมเดล NA มาถึงปัจจุบันในปี 2013 กับโมเดล NC แม้รูปลักษณ์จะแปรเปลี่ยนไปบ้าง แต่สัมผัสและรชชาติของคำว่า Speedster ไร้หลังคายังอยู่อย่างครบถ้วนกระบวนความ เมื่อกลับมาพบกับรักเก่าในช่วงฤดูที่ค่อนข้างทารุณกับคนโสด ความรู้สึกดีๆ จึงพรั่งพรูออกมาตลอดระยะเวลา 5 วันที่ได้อยู่ร่วมกันบนเส้นทางเปล่าเปลี่ยว

The Generation of MX-5
Mazda MX-5 NA 1989-1997
หากหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปสู่อดีตยังจุดกำเนิดของ Roadster จากค่าย Zoom Zoom รถสปอร์ตสองที่นั่งเปิดประทุนต้นตระกูล MX-5 คืออัศวินม้าขาวที่เข้ามากอบกู้สถานภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนักของ Mazda ในช่วงปลายยุค 80' ให้กลับฟื้นคืนสู่สถานะแห่งความมั่นคงอีกครั้ง การจงใจผลิตรถสปอร์ตคันเล็กแบบเปิดหลังคาขึ้นในปี 1988 โดยใช้รูปแบบของ Lotus Elan Sport-Car ยอดนิยมของอังกฤษ มาเป็นแบบอย่างในการสร้างรูปทรงของตัวรถ นับได้ว่าเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งในเชิงวิศวกรรมของบริษัท Mazda เนื่องจากในช่วงเวลานั้น รถสปอร์ต Roadster ห่างหายไปจากท้องถนนมานานกว่า 20 ปีแล้ว จากปัญหาเรื่องราคาของพลังงานในช่วงปี 1974 หลังจากออกขายได้ไม่นาน Mazda MX5 -NA โมเดลแรกสุดก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเรื่องของราคา คุณภาพในการประกอบ รวมถึงสิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่ทำให้มันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือ สมรรถนะในการขับขี่ที่มีเครื่องยนต์ ช่วงล่างและเกียร์ทำงานประสานกันอย่างยอดเยี่ยมบนอััตราส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ทำให้ MX5-NA 1989-1996 กลายเป็นรถสปอร์ตที่มีความคุ้มค่าน่าขับมากที่สุดในทำเนียบรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคาของโลกยนตรกรรม จากระดับของราคาที่คนทั่วไปสามารถจับต้องได้ รถ MX-5 ในโมเดลแรกสุดใช้รหัสตัวถัง NA สามารถสร้างประวัติศาสตร์ยอดจำหน่ายทั่วโลกถึง 4 แสนคัน โดยมีเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ รหัส B6-ZE ปริมาตรความจุ 1.6 ลิตร และ BP-ZE ความจุ 1.8 ลิตรให้เลือกพร้อมกับเอกลักษณ์สำคัญในรุ่นนี้ คือไฟหน้าแบบ Pop-Up รุ่นปี 1996-1997 ยังมีเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดให้เลือกอีกด้วย

1998-2004
รุ่นที่สองของ MX-5 จาก Mazda มีรูปทรงของไฟหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความนิยมของมันลดระดับความร้อนแรงลงมา เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น และเปลี่ยนกระจกหลังที่รุ่นแรกเป็นแบบพลาสติกใสให้เป็นกระจกแก้ว Mazda MX-5 NB มีส่วนผสมของรุ่น NA อยู่กว่า 40% ทั้งการวางตำแหน่งของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง รวมถึงการนำอะไหล่บางชิ้นส่วนของรุ่นแรกมาใช้งานร่วมกัน ด้านหน้าที่ดูแปลกๆ ไม่ค่อยลงตัว ส่งผลไปถึงยอดขายที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามการขับขี่ที่ดีขึ้นทำให้ความนิยมยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง หลังจากออกวางขายได้ไม่นานนัก เครื่องเครายังคงมีให้เลือกเหมือนเดิมทั้ง 1.6 - 1.8 ลิตร สำหรับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 146 แรงม้ากับแรงบิด 168 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาทีนั้น มีสมรรถนะที่ไว้ใจได้ โดยสามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 208 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดในรุ่นแรกๆ ตามด้วยเกียร์แมนนวล 6 สปีดในรุ่นท้าย รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดสำหรับพวกรักความสบาย ให้เลือกรุ่นแรงสุด 1.8 ลิตร อัดอากาศด้วย Turbocharged BPT I-4 จากฝีมือการโมของ Mazdaspeed อัพแรงม้าได้ 180 ตัว เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 208 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนน้ำหนักตัว 1,065 กิโลกรัม

MX-5 NC เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีแชสซีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถูกพัฒนามาตั้งแต่รุ่นแรกๆ เพื่อทำให้มันเป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งที่ขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน โครงสร้างและรูปแบบของตัวรถไม่มีความซับซ้อน โดยเน้นไปที่จุดศูนย์ถ่วงและการกระจายน้ำหนักเป็นสำคัญ หลักใหญ่ใจความของวัตถุประสงค์ในการสร้างรถรุ่นนี้ก็คือความรู้สึกอิสระยามเปิดหลังคาวิ่ง ความสนุกในการควบคุมและอารมณ์ของ Roadster ในยุค 1960 ซึ่งวิศวกรของ Mazda นำสิ่งเหล่านี้มารวมเข้าไว้ด้วยกัน เครื่องยนต์ เกียร์และระบบกันสะเทือนแม้จะมีรูปแบบทั่วไปแต่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถ ผลที่ได้คือรถสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวที่เฉียบคมซึ่งผสมกับรูปแบบของระบบขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี

MX-5 Roadster รุ่นล่าสุดประจำปี 2013 สำหรับประเทศไทย บริษัท Mazda Sales Thailand ส่งเข้ามาจำหน่ายเพียงรุ่นเดียว คือรุ่นหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ และกลายเป็นทางเลือกที่ดีซึ่งวิศวกรของ Mazda ได้ทำการออกแบบชุดหลังคาใหม่แทนหลังคาผ้าใบแบบเดิมที่ดูแลรักษาได้ยากกว่า หลังคาโลหะแบบใหม่มีชื่อเรียกว่า RHT หรือ Retractable Hard Top ยังเก็บเสียงได้ดีกว่ามากและมีความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยสามารถกางออกและใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการกางหรือพับเก็บด้วยความนิ่มนวล จากชุดมอเตอร์เล็กๆ ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดในโลก (12 วินาที) การกดสั่งพับเก็บหรือกางออกต้องจอดนิ่งๆ อยู่กับที่ อาจไม่สะดวกนักแต่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อยืดอายุกลไกของหลังคา รูปแบบของหลังคาแข็งรุ่นใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความเป็นรถ Roadster ตั้งแต่ครั้งแรก ทำให้หน้าตาและประโยชน์ใช้สอยของตัวรถถูกเสริมให้เด่นขึ้น มีรูปแบบที่เหนือกว่ารถยนต์สปอร์ตคูเป้ ที่มักจะมีรุ่นเปิดหลังคาออกมาทำตลาด แต่พอใส่ชุดหลังคาแบบพับได้จะดูไม่ค่อยเข้ากันเนื่องจากติดเสา C และต้องเสียพื้นที่ในการเก็บสัมภาระท้ายรถอีกด้วย

ฝากระโปรงท้ายของ MX-5 ใหม่ มีความจุถึง 150 ลิตร กลไกการทำงานของชุดหลังคา ไม่ไปรบกวนหรือต้องอาศัยพื้นที่ของฝาท้ายมาช่วยในการพับเก็บจากการออกแบบอันชาญฉลาด เมื่อเอาหลังคาลงเพื่อกลายเป็นรถเปิดประทุนเต็มรูปแบบแล้ว จะดูเรียบสนิทไร้รอยต่อ หรือกางหลังคาขึ้นมันก็จะมีรูปทรงเป็นรถ Coupe ขนาดกะทัดรัด ถึงจะขาดบรรยากาศแบบเก่าๆ ที่ยุคหนึ่งรถเปิดหลังคาแทบทุกคันยังคงต้องใช้มือ เปิด-ปิดเอง แต่ความสะดวกสบายในกลไกการกางและพับหลังคาทำให้ผู้ที่ได้ขับขี่ได้รับความอภิรมย์เพิ่มขึ้น เวลาเพียง 12 วินาที ในการกางหรือพับชุดหลังคากลายเป็นสถิติที่ยากจะทำลาย เนื่องจากขนาดและน้ำหนักที่เบากว่า Z4 หรือ SLK เมื่อบวกกับค่าตัวที่ถูกที่สุดสำหรับรถยนต์ในสไตล์ Roadster ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ไปโดยปริยาย ชุดหลังคาแข็งแบบใหม่ทำให้ตัวรถ MX-5 มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 37 กิโลกรัม แต่มันกลับไม่สร้างภาระให้กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และไม่มีผลกระทบใดๆ กับการทรงตัวของรถ เนื่องจากน้ำหนัก 37 กิโลกรัมที่ว่าไปตกอยู่ในบริเวณกึ่งกลางของรถพอดี

ตำแหน่งขับขี่ควบคุมที่เบาะคนขับให้ความรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างคนกับเครื่องจักรแบบแยกกันไม่ออก เบาะแบบสปอร์ตแม้จะมีขนาดที่เล็กกว่าเบาะโดยสารทั่วไป เบาะของ MX-5 NC ให้ความรู้สึกโอบกระชับตัวและรับกับแนวไหล่ของผู้ขับขี่ได้ดี โดยไม่รู้สึกถึงความอึดอัดคับแคบแต่อย่างใดเมื่อต้องนั่งควบกันนานทั้งวัน หน้าปัดและอุปกรณ์ต่างๆ ถูกจัดวางเอาไว้โดยคำนึงถึงการใช้งานของคนขับ ซึ่งจากการจัดวางดังกล่าวส่งผลให้อุปกรณ์พวกปุ่มและสวิตช์สามารถใช้งานได้สะดวก งานดีไซน์แบบเรียบง่าย ไม่มีปุ่มหรือสวิตช์ซับซ้อนจนทำให้เกิดความสับสนยามใช้งาน ท่านั่งขับขี่แบบปกติรองรับคนตัวโตๆ ที่มีความสูงกว่า 180 เซนติเมตรได้อย่างสบาย เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานควบคู่ไปกับระบบเกียร์ออโต้แบบ 6 สปีด อย่างไร้ที่ติ และมีความสมดุลกับน้ำหนักของตัวรถมากที่สุด ช่วงล่างที่ขึ้นชื่อและมีความยึดเกาะถนนดีกว่ารถยนต์ทั่วๆ ไป ที่มี ซี.ซี. เท่าๆ กับมัน แสดงออกอย่างเป็นกลางยามขับขี่ด้วยความเร็วสูง แชสซีที่แข็งแกร่งกว่าปกติ อาจทำให้รู้สึกว่ามันกระด้างไปบ้าง ยามต้องพบกับสภาพถนนในเมืองไทยที่ไม่ค่อยจะเรียบนัก แต่ความมั่นคงในการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ทำให้คุณลืมช่วงล่างแบบกระด้างไปได้อย่างง่ายดาย

การกระจายน้ำหนักที่ 50/50 ทำให้ตัวรถมีเสถียรภาพที่ดีและสามารถควบคุมอาการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะขับขี่บนทางตรงยาวๆ ทางโค้งขึ้น-ลงเขา วิศวกรของ Mazda จัดวางเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ทำให้ล้อด้านหน้าและหลังอยู่ในระดับที่สมดุลกันมากที่สุด เพื่อต้องการให้รถ MX5 ตอบสนองและเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ขับขี่ ความน่าสนใจในตัวรถเกิดจากรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกบวกกับการขับขี่ที่เป็นเลิศทางสมรรถนะ ซึ่งเหมาะกับเมืองใหญ่ที่มีสภาพการจราจรคับคั่ง ความหมายของคำว่า Zoom Zoom คือนิยามของรถยนต์ที่ขับขี่ได้สนุกสนานและหลอมรวมระหว่างผู้ขับกับตัวรถให้กลายเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเทคโนโลยีของ Mazda เข้ามาเชื่อมต่อให้ความฝันกลายมาเป็นความจริงได้ ผ่านทางรถ Mazda MX5 Roadster

โครงสร้างของ MX-5 NC Roadster-Coupe ใช้โครงสร้างแบบโมโนค็อก วางตำแหน่งเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้า-ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง หรือ Front-Midship Engine โดยการวางเครื่องยนต์ลงไปบริเวณด้านหลังของเพลาขับหน้า เพื่อทำให้อัตราการกระจายน้ำหนักสามารถส่งประสิทธิภาพไปถึงสมรรถนะของตัวรถ ในขณะที่ขับขี่อย่างสูงสุด ตัวถังของมันกว่า 60% ใช้เหล็กกล้าประเภท Ultra High Tensile Steel ให้ความแข็งแกร่งของโครงรถเมื่อต้องรับแรงบิดเนื่องจากเป็นรถที่พับหลังคาได้ ความแข็งแรงของโลหะที่ใช้ทำโครงสร้างยังออกแบบให้รองรับแรงจากเครื่องยนต์ และการทำงานของระบบกันสะเทือน รวมถึงปกป้องผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุ โดยวิศวกรที่ออกแบบโครงสร้างยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัวทั้งหมด ทำให้ MX5 NC Roadster-Coupe มีน้ำหนักเพียง 1,075 กิโลกรัม บนตัวถังแบบผสม Coupe-Roadster ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจนถึงรุ่นที่สามแล้ว โดยการใช้แนวคิดที่ผู้ขับขี่จะต้องประสานไปกับตัวรถ ด้วยการออกแบบระบบบังคับเลี้ยวอันแม่นยำเฉียบคม มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่จัดวางอุปกรณ์อย่างลงตัว ง่ายต่อการใช้งาน เมื่อปิดหลังคาวิ่ง MX-5 NC มีความดังจากเสียงภายนอกประมาณ 2.7 เดซิเบล เมื่อใช้ความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เครื่องยนต์ ของ Mazda MX-5 NC Roadster-Coupe Open top มีสองขนาดความจุให้เลือก คือ เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ใช้รหัส MZR1.8 L มีเรี่ยวแรงประมาณ 126 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดท้วมๆ ที่ 167 นิวตันเมตร ในย่าน 4,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด อัตราเร่งพอสนุกจาก 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลา 9.9 วินาที กับความเร็วปลายแบบมิดคันเร่งที่ 198.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนเครื่องอีกตัวที่แรงขึ้นในรถคันทดสอบคือเครื่อง MZR 2.0 L ปริมาตรความจุ 1,999 c.c. 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว ให้กำลัง 167 แรงม้าที่ึ 7,000 รอบต่อนาที มีแรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะหรือเกียร์ออโต้ 6 สปีด พร้อมกลไก Paddle Shift โดยตัวรถรุ่นเกียร์ธรรมดาสามารถกดกันสุดคันเร่งที่ 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ทำได้ในเวลา 7.6 วินาที ฝาสูบและเสื้อสูบทำจากอะลูมิเนียม Iron Cylinder Liners, DOHC (Double-Overhead Camshafts) พร้อมระบบแปรผันวาล์วไอดี ระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบซีเควนเชียล ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Multi Point และระบบจุดระเบิด แบบ Coil On plug อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.8:1 กระบอกสูบ 83.1 มิลลิเมตร ช่วงชัก 87.5 มิลลิเมตร ระดับของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีจะแปรผันอยู่ที่ระดับ 30 องศาเมื่อวัดที่แคมชาร์ป

ชุดปรับตั้งวาล์ว เป็นแบบแผ่นชิมช่วยยืดอายุการใช้งานและบำรุงรักษาต่ำ ลูกสูบเคลือบด้วยสาร Molybdic Anti-Friction Compound เพื่อลดความสึกหรอจากการเสียดสีในห้องเผาไหม้ ระบบแปรผันทางเดินไอดี Variable Intake System (VIS) สร้างแรงบิดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบ VIS ถูกปรับแต่งให้เน้นความสำคัญในการลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ ในรอบการทำงานที่สูงผ่านท่อไอเสีย แคตเตอร์ไลติกและท่อพักท้าย จึงให้เสียงที่ทุ้มนุ่มแบบเรียบๆ ของเครื่องสี่กระบอกสูบ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบปีกนกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ปรับปรุงระยะ Front Roll Center ลง 26 มิลลิเมตร ซึ่งการปรับปรุงจุดนี้ จะทำให้การหมุนตัวในระหว่างทำการเลี้ยวได้ดีขึ้น ลดการเอียงของตัวรถขณะขับเข้าสู่ทางโค้งด้วยความเร็วสูง โช้คอัพถูกอัพเกรดขึ้นไปใช้โช้คชั้นดีของเยอรมันยี่ห้อ Bilsteni ระบบห้ามล้อเหมาะสมดีกับกำลังของเครื่องยนต์และน้ำหนักของตัวรถ ด้านหน้าใช้จานดิสเบรก ขนาด 290 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังมีขนาดย่อมลงมาเล็กน้อยที่ 280 มิลลิเมตร พร้อมด้วยระบบช่วยเบรก TCS-Traction Control System ช่วยลดอาการหมุนฟรีของล้อขับเคลื่อนคู่หลัง รวมถึงระบบช่วยในการทรงตัว DSC-Dynamic Stability Control ช่วยป้องกันตัวรถไม่ให้หลุดออกนอกโค้งแต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในลิมิตที่สมองกลจะปรับการทำงานช่วย เกินกว่านี้ก็ตัวใครตัวมัน แต่หากเชื่อมั่นในฝีมือการขับของตนเองว่าเจ๋งพอ สามารถปิดสวิตช์การทำงานของระบบช่วยการทรงตัวต่างๆ คราวนี้ท่านก็จะได้สัมผัสความรู้สึกโดยตรงกับอัตราการกระจายน้ำหนักแบบ 50/50 ซึ่่งรถยนต์น้อยคันในยุคนี้จะทำได้แบบมัน.

VDO
http://www.youtube.com/watch?v=ua9Rsfivt2M&feature=BFa&list=PL732F949AA3940381


MX-5 NC 2013 -Specifications
แบบ......................สปอร์ตสองประตูเปิดประทุน
เครื่องยนต์............DOHC (ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคม) สี่วาล์วต่อสูบ=16 วาล์ว
ลักษณะการวางเครื่องยนต์.....เครื่องยนต์วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ......2.0 ลิตร 1,999 ซี.ซี.
อัตราส่วนกำลังอัด.....10:8:1
กระบอกสูบ x ช่วงชัก.......87.50 m.m.x83.10 m.m.
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..........EFI
ระบบเกียร์......................อัตโนมัติ 6 สปีด
แรงม้าสูงสุด..................167.2 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.................190.0 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง........................0-100 กิโลเมตร ใน 7.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด..............218 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แรงม้าต่อน้ำหนัก..........137.62 แรงม้า/ตัน
พวงมาลัย....................แรคแอนด์พีเนียน พร้อม PSA

ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า......................ดับเบิ้ลวิชโบน เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง......................มัลติลิงก์ เหล็กกันโคลงแบบ TTL

ล้อและยาง
ด้านหน้า.......................อัลลอย 17 นิ้ว 205/45R 17 Bridgestone Potenza RE050
ด้านหลัง.......................อัลลอย 17 นิ้ว 205/45R 17 Bridgestone Potenza RE050
ระบบเบรก....................ดิสเบรกสี่ล้อพร้อม ABS+EBD
จานเบรกหน้า...............290 m.m.
จานเบรกหลัง...............280 m.m.

มิติของตัวรถ
ความกว้าง..................2,330 m.m.
ความยาว....................4,020 m.m.
ความสูง......................1,245 m.m.
ปริมาตรความจุถังน้ำมัน...50 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ..................1,165 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

ทดสอบยานยนต์โรเตอร์สุดอมตะของค่าย Zoom Zoom เปิดหลังคาท้าลมหนาวตอนแรกกับ Mazda MX-5 2013... 8 ม.ค. 2557 08:35 8 ม.ค. 2557 09:17 ไทยรัฐ


advertisement