วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อค้ายานรก จ๊ะเอ๋พงศพัศ

ขณะลุยล้างพื้นที่จุดเฝ้าระวังสูงสุดชุมชนแก้วนิมิตร

เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดของภาค 1 “ชุมชนแก้วนิมิตร ปทุมธานี” ติดตามจับกุมพ่อค้ารายย่อย 26 คน ส่งบำบัดผู้เสพกว่า 80 คน เผยเป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่ ประชากรราว 4,000 คน แถมยังมีประชากรแฝงทั้งพม่าและเขมร ในพื้นที่มีทั้งกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด นักค้ารายย่อยที่กลายเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในชุมชนอยู่ในเครือข่ายยาเสพติดที่เชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการในภาคเหนือ

เลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะลงพื้นที่สกัดยานรกครั้งนี้มีขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 7 ม.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผวจ.ปทุมธานี พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี นายผาชัย โปรยานนท์ นอภ.คลองหลวง นายประเสริฐ  ค่ายทอง  นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง  นายเพิ่มพงษ์  เชาวลิต  รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายพิสุทธิ์ ภู่เงิน ผอ.ป.ป.ส.ภ.1 ลงพื้นที่ “ชุมชนแก้วนิมิตร” ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามการดำเนินงานตาม “โครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน”  ซึ่งเป็นชุมชนเฝ้าระวังยาเสพติดสูงสุดในพื้นที่ภาค 1 โดยมีนายสะมะแอ อาดัม ประธานชุมชนและคณะร่วมหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

สำหรับชุมชนแก้วนิมิตรมีลักษณะเป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่  ประกอบด้วยบ้านเรือนที่พักอาศัยประมาณ 1,000 หลังคาเรือน  เป็นชาวมุสลิมประมาณร้อยละ 90 มีประชากรราว 4,000 คน  และประชากรแฝงจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีสัญชาติพม่าและกัมพูชา ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและค้าขาย  สภาพปัญหายาเสพติดในชุมชนมีทั้งกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด นักค้ารายย่อยเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในชุมชน ซึ่งอยู่ในเครือข่ายยาเสพติดที่เชื่อมโยงกับกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดในภาคเหนือ อีกทั้งพื้นที่แถบจังหวัดปทุมธานียังเป็นแหล่งพักยาเสพติดเพื่อรอเข้ามาจำหน่ายในกรุงเทพฯมีกลุ่มพ่อค้ารายย่อยอยู่ในพื้นที่ 6 กลุ่มรวม 26 คน จับกุมได้แล้ว 5 คน และออกหมายจับไว้แล้วอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้เสพส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนประมาณ 80 คน ใช้ สารเสพติดประเภทยาบ้า ไอซ์ และกัญชา

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ ป.ป.ส. เพื่อปรับเปลี่ยนชุมชนแก้วนิมิตรให้เป็นชุมชนเข้มแข็งและชุมชนสีขาว ต่อไปนั้น ได้ดำเนินตามแนวทางของ “โครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าปิดล้อมตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ค้าให้ได้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งการขยายผลเพื่อดำเนินการกับโครงข่ายที่นำยาเสพติดเข้ามาขายในชุมชน ร่วมกับผู้นำชุมชนในการสอดส่องดูแลเพื่อป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในชุมชนและอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ มีการจัดกิจกรรมทางศาสนา และรณรงค์ค้นหาผู้เสพเพื่อนำเข้ารับการบำบัดโดยเร็วที่สุดต่อไป

“การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนแก้วนิมิตร เป็นไปในแนวทางการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาชุมชนวัดดวงแขในพื้นที่ กทม. โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.56 ที่ผ่านมา และถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ รวมทั้งผู้นำชุมชนและคณะกรรมการ ขณะนี้ถือได้ว่าสถานการณ์ยาเสพติดของชุมชนแก้วนิมิตรดีขึ้น เมื่อเทียบกับระยะแรกที่ ป.ป.ส.

เข้าดำเนินการ และจะทำต่อไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และเป็นชุมชนสีขาวในที่สุด  ส่วนการดูแลเฝ้าระวังชุมชนเฝ้าระวังสูงสุด ในพื้นที่ภาค 1 อีก 4 แห่ง คือ 1. ชุมชนบ้านลิขิต 4 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ 2. ชุมชนเขา-คูบา เขตเทศบาลเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 3. ชุมชนบ้านคลองเจ๊ก ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และ 4.ชุมชนบ้านคลอง 1 ประตูน้ำพระอินทร์ ต.พะยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดได้ในระดับที่น่าพอใจ” เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว

สำหรับการดำเนินการในพื้นที่ “ชุมชนเฝ้าระวังสูงสุดอันดับ 1” ในพื้นที่ภาค 2-9 รวม 8 แห่งได้แก่ พื้นที่ภาค 2 ชุมชนเกาะล้าน (เก้าล้าน) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พื้นที่ภาค 3 ชุมชนบ้านศิริขุนหาญ ต.สิ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พื้นที่ภาค 4 ชุมชนสามเหลี่ยม 5 เทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น พื้นที่ภาค 5 ชุมชนบ้านปางลาว ต.แม่ต้ม อ.เมืองเชียงราย พื้นที่ภาค 6 ชุมชนบ้านน้ำดุกเหนือ ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พื้นที่ภาค 7 ชุมชนบ้านป่าขี ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พื้นที่ภาค 8 ชุมชนมะขามชุม เทศบาลนครศรีธรรมราช และพื้นที่ภาค 9 ชุมชนบ้านเขาแดง ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ก็ได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ทั่วประเทศมีผลการจับกุมพ่อค้ารายย่อยในชุมชนเฝ้าระวังสูงสุดแล้ว 216 คน นำเด็กและเยาวชนเข้ารับการบำบัดแล้ว 546 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่เลขาธิการ ป.ป.ส.กำลังรับฟังผลการดำเนินงานในชุมชนอยู่นั้นได้มีนายสุริยา อายุ 18 ปี มีท่าทางพิรุธเดินผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นตัวพบยาบ้า 4 เม็ดในกระเป๋ากางเกง โดยผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำยาบ้ามาปล่อยให้กับชาวบ้านในชุมชนดังกล่าว นอกจากนี้ยังจับกุมนายอนันต์ หมายนาค อายุ 19 ปี นายปุรเชษฐ เปลี่ยนพัด อายุ 30 ปี และนายอนุชัย วงษ์ชมภู อายุ 29 ปี ที่ขับรถกระบะเข้ามาในชุมชนแล้วถูกจับตรวจปัสสาวะพบสารสีม่วง จึงถูกนำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป

8 ม.ค. 2557 07:19 8 ม.ค. 2557 07:19 ไทยรัฐ


advertisement