วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"โต้ง" วอนชาวนากัดฟันรอหน่อย

ครม.โยน กกต.อนุมัติกู้ 1.3 แสน ล. จ่ายค่าข้าวค้าง

รายงาน ครม.โครงการรับจำนำเหลือเงิน 2.3 หมื่นล้าน ที่จะใช้จ่ายค่าจำนำข้าวไปก่อน ส่วนอีก 1 แสนล้าน ร้องเพลงรอต่อไป “กิตติรัตน์” โยน กกต.ให้ความเห็นชอบกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท ที่จะนำมาจ่ายชาวนา โทษม็อบปิดคลังสำนักงบ ทำสะดุดไป 3 สัปดาห์ ส่วนโครงการรับจำนำนาปรังจบ เพราะ ครม.ไม่ได้อนุมัติก่อนยุบสภา ด้านนิพนธ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึกชี้กู้ 1.3 แสนล้านบาทผิดกฎหมาย

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังเปิดเผยว่า ได้รายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบถึงผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวตามมติ ครม.ที่กำหนดไว้ว่า ณ วันที่ 31 ม.ค.2556 กรอบวงเงินสำหรับใช้เป็นทุนหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2554/2555 และ ปีการผลิต 2555/2556 จะต้องอยู่ในกรอบวงเงิน 500,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้ประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น มีสรุปผลดังนี้คือ ณ วันที่ 31 ม.ค.2556 เหลือเงินที่ใช้หมุนเวียนสำหรับโครงการรับจำนำข้าวรวมจำนวน 463,805 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ากรอบวงเงินที่กำหนดไว้ 36,195 ล้านบาท

ส่วนโครงการรับจำนำข้าวนาปีฤดูการผลิต 2556/2557 ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 และจะสิ้นสุดโครงการในเดือน ก.พ.2557 นั้น มีการปฏิบัติที่แตกต่างจากการรับจำนำข้าวฤดูที่ผ่านๆมา โดยจำกัดวงเงินการรับจำนำข้าวรายละไม่เกิน  350,000 บาท ทำให้จำนวนข้าวที่จะเข้าโครงการรับจำนำในฤดูนาปีรอบใหม่นี้มีแนวโน้มลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ที่ 14 ล้านตัน จากการคำนวณคาดว่านาปีรอบนี้จะอยู่ที่ 11 ล้านตัน เพราะถึงปัจจุบันมีข้าวเข้าโครงการจำนวน 9 ล้านตัน เมื่อจบฤดูการผลิตจะมีปริมาณน้อยกว่าเป้าหมายในปีก่อนๆแน่นอน

โดยวงเงินที่ใช้สำหรับโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ตามกรอบที่ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2556 จำนวน 270,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการจ่ายเงินให้เกษตรกร ซึ่งอาจจะมีความล่าช้าไปบ้าง ก็เป็นเพราะกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมไป 3 สัปดาห์ เมื่อเข้าสู่ภาวะปกติจึงเริ่มดำเนินการได้ แต่กำลังพนักงานของ ธ.ก.ส.ที่ให้บริการมีจำนวนจำกัด จึงอาจจะล่าช้าไปบ้าง

“กระทรวงคลังมีหน้าที่ปฏิบัติตามมติ ครม.ที่กำหนดกรอบวงเงินรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ไว้ไม่เกิน 270,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหารือกับคณะกรรมการนโยบายหนี้จะใช้วงเงินกู้สำหรับข้าวนาปี 2556/2557 ไม่เกิน 130,000 ล้านบาท และเมื่อหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยืนยันตรงกันว่าดำเนินการได้ เพราะเป็นเรื่องต่อเนื่องจากมติ ครม.เดิมไม่ขัดกฎหมายเลือกตั้ง”

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นชอบก่อน  เมื่อ กกต.เห็นชอบแล้วจึงจะนำเข้าพิจารณาของ ครม.ต่อไป ในระหว่างนี้จะใช้เงินจากทุนหมุนเวียนของ ธ.ก.ส.ที่นำมาใช้สำหรับโครงการรับจำนำข้าว 90,000 ล้านบาท ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่จำนวน 22,951 ล้านบาท และเงินที่ได้จากการระบายข้าวในโครงการที่ระบายออกไปได้เรื่อยๆ มาจ่ายให้เกษตรกรที่ค้างการจ่ายเงินไปก่อน  ส่วนโครงการรับจำนำข้าวนาปรังปี 2557 นั้น ก่อนยุบสภายังไม่ได้มีการอนุมัติโครงการจึงต้องหยุดโครงการไปก่อน

ด้านนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยก่อนเข้าประชุม ครม.ว่า ธ.ก.ส.ได้ทำแผนการจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ค้างการชำระเงินในโครงการรับจำนำข้าวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีงบประมาณประจำปี 2557 ที่รัฐบาลตั้งเป็นงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้ ธ.ก.ส. วงเงิน 10,000 ล้านบาท และอีก 6,000 ล้านบาท  จากการที่กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวได้มาส่งมอบให้ก่อนสิ้นปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีวงเงินที่ค้างการจ่ายให้เกษตรกรที่นำข้าวมาเข้าโครงการอีก 100,000 ล้านบาท ส่วนนี้สามารถใช้เงินกู้ในวงเงินที่ ครม.เคยมีมติไว้ในกรอบวงเงิน 270,000 ล้านบาท สำหรับฤดูกาลนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เกษตรกรที่รอการจ่ายเงินกว่า 2 เดือน ก็จะได้รับเงินได้ภายในเดือน ม.ค.นี้ ซึ่งตามแผนน่าจะพยายามจ่ายให้มากที่สุด หรือเสร็จสิ้นภายใน 15 ม.ค.นี้

วันเดียวกัน นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง กกต. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่รัฐบาลเตรียมกู้เงินจำนวน 130,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระค่าข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนาในฤดูกาล 2556/57 โดยระบุว่าการกู้เงินครั้งนี้ผิดกฎหมาย เพราะดำเนินการนอกเหนือจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดไว้เองว่างบประมาณที่ใช้สำหรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกจะต้องไม่เกิน 500,000 ล้านบาท

นอกจากนี้  แหล่งที่มาของเงินกู้จำนวน 130,000 ล้านบาท ไม่ได้บรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 แต่รัฐบาลเลี่ยงไปใช้วิธีการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปกู้เงิน 130,000 ล้านบาท เพื่อการชำระหนี้ หรือรีไฟแนนซ์ หนี้ของ ธ.ก.ส. ที่จะครบกำหนดชำระในปี  2557-2560 แต่กลับจะนำเงินกู้นี้ไปจ่ายให้ชาวนาทั้งที่วัตถุประสงค์ของการรีไฟแนนซ์ คือการกู้หนี้ใหม่ มาชำระหนี้เก่าไม่ใช่การนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น.

รายงาน ครม.โครงการรับจำนำเหลือเงิน 2.3 หมื่นล้าน ที่จะใช้จ่ายค่าจำนำข้าวไปก่อน ส่วนอีก 1 แสนล้าน ร้องเพลงรอต่อไป “กิตติรัตน์” โยน กกต.ให้ความเห็นชอบกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท ที่จะนำมาจ่ายชาวนา โทษม็อบปิดคลังสำนักงบ ทำสะดุดไป 3 สัปดาห์ ส่วนโครงการรับจำนำนาปรังจบ... 8 ม.ค. 2557 01:45