วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้น "ตัดหน้า" ก่อนดีเดย์

ประยุทธ์

ตกอกตกใจกันไปได้ แค่ทหารขนรถถังและยานเกราะ ลำเลียงเข้ากรุงเทพฯเพื่อพิธีสวนสนาม และโชว์ในงานวันเด็ก กลายเป็นพาดหัวข่าวยักษ์บนหน้าหนังสือพิมพ์

ลือกันให้แซ่ดในโซเชียลมีเดียไปยันสภากาแฟ

ตามการชี้แจงของ พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) เคลียร์ว่า การเคลื่อนรถถัง รถเกราะ และกำลังพลจากต่างจังหวัดมาซ้อมสวนสนามเนื่องในวันกองทัพไทย

และปีนี้เป็นปีแรกที่จะมีการสวนสนามยานยนต์ ตามดำริของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่ต้องการให้กองทัพไทยได้แสดงแสนยานุภาพที่ยิ่งใหญ่ในการโชว์อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย

เรื่องของเรื่อง มันก็ให้บังเอิญมา “จัดเต็ม” ปีนี้

ยิ่งมาเหมาะเจาะในสถานการณ์ “เข้าด้ายเข้าเข็ม” กระแสแอ่นแอ๊นถูกกระพือออกมาจากทั่วสารทิศ ตามจังหวะที่ “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำขาใหญ่ นปช.

ส่งซิกให้คนเสื้อแดง นปช.เตรียมพร้อมรับสัญญาณระดมพลใหญ่ต่อต้านรัฐประหาร

ส่งมุกกับรัฐบาลรักษาการก็ส่ง “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯออกมาแถลงดักคอออกอากาศ โยงยุทธการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ของ “ม็อบกำนันเทพ” เพื่อสร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนวุ่นวายเปิดทางให้นำไปสู่การปฏิวัติ

ตาม “ฤกษ์โลกาวินาศ” วันที่ 14 มกราคมนี้

นั่นก็หมายถึงว่า คล้อยหลังวันเดียวกับกำหนดดีเดย์ “13 มกราคม” ที่ “กำนันเทพ” นัดระดมพลใหญ่ ป่วนเมืองขั้นสูงสุด ปิดถนนเส้นหลักในเมืองกรุงตั้ง 7 เวที ประกอบด้วย 1.ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศูนย์ราชการ 2.เวทีห้าแยกลาดพร้าว 3.เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4.เวทีสี่แยกปทุมวัน 5.เวทีสวนลุมพินี 6.เวทีสี่แยกอโศก และ 7.เวทีสี่แยกราชประสงค์

ปะติดปะต่อภาพ โยงกันได้เป็นฉากๆ

ในบรรยากาศเครียดๆ สถานการณ์ร้อนต่อเนื่องที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปงานศพตำรวจที่เสียชีวิตในเหตุปะทะกับม็อบที่ศูนย์เยาวชนไทย–ญี่ปุ่น ดินแดง พร้อมเดินสายเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยควบคุมฝูงชน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ท่ามกลางตะโกนเชียร์ให้นายกฯหญิงสู้ต่อไป

นั่นก็เพราะเดิมพันเป็นเดิมพันตายที่ผูกติดกันไว้ ถ้านายกฯยิ่งลักษณ์พ่ายให้ “ม็อบกำนันเทพ” ตำรวจตั้งแต่หัวแถวยันท้ายแถวมีหวังโดนล้างบาง

เพื่อความอยู่รอด ตำรวจก็ต้องสู้แบบถวายหัวแน่

และก็เป็นอะไรที่ถอยไม่ได้เหมือนกัน ตามรูปการณ์ที่“กำนัน เทพ” ประกาศก้องเลยว่า ตระกูลชินวัตรจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ต้องหนีไปต่างประเทศ

ถ้า “ม็อบนกหวีด” ชนะ จะเดินหน้ายึดทรัพย์นายกฯ ยิ่งลักษณ์และเครือข่ายที่รับใช้ “นายใหญ่”

ยังไงพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมแพ้

ตามอารมณ์บวกเงื่อนไข ส่อสถานการณ์เดือด แนวโน้มเกมแลกเลือดเกิดขึ้นแน่ๆ นอกจากฉากปะทะระหว่างหน่วยฮาร์ดคอร์ของม็อบ “กำนันเทพ” กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังส่อแววว่าประชาชนกับประชาชนจะปะทะกันเอง

ในอารมณ์ที่ผู้เดือดร้อนจากการใช้รถใช้ถนนคงไม่พอใจที่ถูกม็อบละเมิดสิทธิ์

และนั่นยังไม่นับผลเสียหายใหญ่หลวง ตามการแถลงของนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) แสดงความเป็นห่วงยุทธการชัตดาวน์กรุงเทพฯ จะกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของคนในเมือง นักเรียน นักศึกษา แพทย์ พยาบาล ฯลฯ ที่ต้องใช้เส้นทาง

ขณะที่สายการบินหลายแห่งได้ยกเลิกเที่ยวบินมาประเทศไทย

ทุกฝ่ายประเมินแนวโน้มสถานการณ์ออกไปในทางร้ายถึงร้ายที่สุด

มันก็เป็นอะไรที่น่าจับตา ถ้าจะมีเหตุ “ตัดหน้า” ก่อน

วันที่ 13 ม.ค. เบรกเกมก่อนเสียหายหนัก

ไหนๆ ก็ขนมาแล้ว รถถังกับรถยานเกราะอาจจอดอยู่กรุงเทพฯ เลยวันเด็กไป

และก็เป็นอะไรที่สังเกตได้ว่า “ตัวโจ๊กเกอร์” อย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร หายไปจากกระดานข่าว มีเพียงภาพโผล่ทางโซเชียลมีเดียพาลูกสาวลูกเขยลุยหิมะอยู่เมืองจีน ตระเวนเที่ยวเงียบๆอยู่แถบประเทศรัสเซีย และฮ่องกง เก็บตัวเงียบสงบ ไม่เคลื่อนไหวให้เป็นชนวนเร่งหัวเชื้อแต่อย่างใด

อารมณ์เหมือนจะไม่สู้อีกแล้ว อยากจบเต็มที.


ทีมข่าวการเมือง

8 ม.ค. 2557 01:03 ไทยรัฐ