วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ภูมิใจไทย' โวย กกต.ชุ่ยตัดสิทธิ์ผู้สมัครส.ส.

หน.ภูมิใจไทยเปิดตัวแผ่นพับแจกชาวบ้านหาเสียง ชู 4 นโยบาย ยกหนี้ กยศ.-ประกันราคาพืชผล-เพิ่มเบี้ยคนแก่-แก้กฎหมายเอื้อนักลงทุน รองเลขาธิการพรรค ซัด กกต. ชุ่ยตัดสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส. เพราะไปซื้อข้อมูลกรมการปกครองที่ระบุไม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งที่เลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว เตรียมร้องศาลฎีกา จี้ทบทวนตัวเอง

วันที่ 7 ม.ค.57 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค และนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค ร่วมกันเปิดตัวแผ่นพับที่จะมอบให้ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และระบบแบ่งเขตของพรรคได้ใช้หาเสียงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้

นายอนุทิน กล่าวว่า สังคมคงไม่ต้องสงสัยแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งหรือไม่ เพราะวันนี้พรรคมีความพร้อมในการแข่งขัน ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 สัปดาห์ และได้เปิดตัวแผ่นพับที่จะใช้ในการหาเสียงภายใต้สโลแกน “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ให้คนไทยทุกคน” ซึ่งในแผ่นพับจะมีจดหมายของหัวหน้าพรรคที่แสดงความในใจ และความตั้งใจของพรรคภูมิไทยในการเสนอตัวเข้าไปรับใช้ประชาชน ผ่านนโยบายหลัก 4 นโยบาย ประกอบด้วย

1.การยกหนี้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งพรรคพร้อมที่จะประกาศยกหนี้ให้เยาวชนได้ออกมาทำงานด้วยความพร้อม ไร้ภาระในวันแรกที่จบการศึกษา แต่จะต้องทำงานโดยแสดงใบประจำตัวผู้เสียภาษีเพื่อที่ในระบบจะได้ตัดหนี้ให้ ทันที ส่วนเยาวชนรุ่นต่อไป กองทุนการศึกษาจะเตรียมงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อให้ได้เรียนฟรี ซึ่งยืนยันว่านโยบายดังกล่าวพรรคมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา 2.การประกันราคาพืชผลทางการเกษตร 3.การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ 4.การแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดความคล่องตัวแก่นักลงทุน และผู้ประกอบการ

“พรรคเชื่อมั่นว่านโยบายทั้ง 4 นโยบาย ได้มุ่งเน้นปัญหาปากท้องของประชาชน ท่ามกลางปัญหาความแตกแยกทางความคิด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น แต่พรรคยังไม่เห็นว่ามีพรรคการเมืองใดพูดเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน โดยที่พรรคเชื่อว่าความมั่นคงพื้นฐานของประชาชนเกิดจากการได้รับการดูแล เอาใจใส่ ซึ่งจะช่วยให้ความขัดแย้ง ความแตกแยกลดลงตามธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีใครต้องการเผชิญหน้ากันถ้าเขามีทางเลือกในการทำมาหากินให้ อยู่ดีกินดี พรรคขอโอกาสทำงานพวกเราอาจจะไม่หล่อ แต่เมื่อถึงเวลาทำงานเชื่อว่าทุกคนจะทำงานได้ทันที ความล้มเหลวไม่อยู่ในพจนานุกรมของพรรคภูมิใจไทย” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคงได้เห็นแล้วว่าการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรกับการจำนำพืชผล ทางการเกษตร นโยบายไหนที่ทำร้ายประชาชนมากกว่ากัน การประกันราคาไม่ก่อให้เกิดการเอาเปรียบจากนายทุนต่อผู้ด้อยโอกาสกว่า และหากในอนาคตพรรคที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมืองจะเอานโยบายจำนำพืชผลทางการ เกษตรอีก จะเป็นการฆ่าเกษตรกรที่ทารุณที่สุด ดังนั้นพรรคจึงเชื่อมั่นในนโยบายประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เพราะพรรคไม่ได้ทำงานให้กับนายทุนที่เอาเปรียบเกษตรกรของประเทศ แต่เป็นพรรคที่ต้องรับความลำบากของเกษตรกรแล้วมาแก้ไขปัญหาให้ นโยบายดังกล่าวนายทุนอาจจะไม่ชอบ พรรคก็ต้องขอโทษนายทุนทั้งหลายด้วยที่พรรคภูมิใจไทยต้องเป็นศัตรูกับนายทุนที่เอาเปรียบเกษตรกร

ทั้งนี้หากทำได้ตามนโยบายทั้ง 4 นโยบายที่พรรคเสนอ จะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ในบ้านเมืองเบาบางลงได้ เมื่อสังคมดีขึ้นเศรษฐกิจมั่นคง ภาระส่วนบุคคลไม่มี ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งไม่ใช่นโยบายเลื่อนลอยหรือสร้างขึ้นมาเพื่อหาคะแนนนิยม นายอนุทิน กล่าว

ด้านนายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในนโยบายต่างๆ นั้น เราจะหาเงินจากการปรับลดราคากลางงบลงทุนของรัฐบาล โดยหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยเสนอว่าถ้าจะแก้ปัญหาคอร์รัปชันเพียงแค่ปรับลดต้นทุนของงบลงทุน รวมถึงการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ 4.9 ล้านล้านบาท แต่ปรากฎว่ามีกำไรสุทธิเพียง 2.5 แสนล้านบาทเท่านั้น พรรคเห็นว่ารัฐวิสาหกิจส่งรายได้ให้รัฐบาลเป็นงบประมาณเพียง 1 แสนล้านบาท ดังนั้นจะส่งเพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาทได้หรือไม่ ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยถ้ามีการจัดระบบการเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะได้เงิน อีก 8 พันล้านบาท และการปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองของรัฐ พรรคจึงมีเงินมาทำตามนโยบายได้ทันที ไม่เกิน 2 เดือนจะเป็นรูปธรรมได้

ภายหลังจากการแถลงข่าว นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 54 ว่า จากการตรวจสอบล่าสุด กกต. ยังยืนยันว่ามีผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 87 คน ถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงตนและผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอีก 6 คน ว่าเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ตนยืนยันว่าได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตยานนาวา กทม. จึงไม่ใช่ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ และตนได้ชี้แจง กกต. ไปแล้ว แต่ปรากฎว่า กกต. ยังยืนยันว่าได้มีมติตัดสิทธิ์ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเป็นเปลี่ยนมติ แต่เป็นเรื่องผู้สมัครต้องไปร้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเอง ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าข้อมูลที่ กกต. นำมาใช้เป็นข้อมูลที่ไปซื้อมาจากกรมการปกครองในบัญชีของผู้ไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลแต่ละอำเภอทั่วประเทศ แต่ไม่ได้รวมบัญชีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งเป็นฐานข้อมูลซึ่งอยู่ใน กกต. เอง ตามแบบฟอร์ม 11/ก. ซึ่งจะปรากฏชื่อตนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตยานนาวา แต่ กกต. กลับไม่ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน

“แทนที่ กกต. จะรอรวบรวมพยานหลักฐานกลับไม่ทำเต็มที่ ไปเชื่อข้อมูลของกรมการปกครองที่ซื้อมาเพียงด้านเดียว ผมเชื่อว่า กกต. ไม่ทุ่มเทในการทำงานเหมือนกับการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งในภาคใต้ที่ไม่สามารถทำได้ เพราะ กกต. ทำงานไม่เต็มที่ ผมจะปกป้องสิทธิ์ตัวเอง โดยร้องต่อศาลฎีกาเพื่อคืนสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง และการกระทำแบบนี้ผมขอเรียกร้องให้ กกต. ต้องทบทนตัวเองที่ไม่มีความรับผิดชอบ และปล่อยให้หน้าที่ของตัวเองไปเป็นภาระของศาลฎีกา ส่วนจะดำเนินการทางกฎหมายกับ กกต. หรือไม่ ขอพิจารณาอีกครั้ง แต่เบื้องต้นอยากให้ กกต. ทบทวนตัวเองในการทำหน้าที่ก่อน” นายศุภชัย กล่าว

หน.ภูมิใจไทยเปิดตัวแผ่นพับแจกชาวบ้านหาเสียง ชู 4 นโยบาย ยกหนี้ กยศ.-ประกันราคาพืชผล-เพิ่มเบี้ยคนแก่-แก้กฎหมายเอื้อนักลงทุน รองเลขาธิการพรรค ซัด กกต. ชุ่ยตัดสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส. เพราะไปซื้อข้อมูลกรมการปกครองที่ระบุไม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งที่เลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว เตรียมร้องศาลฎีกา จี้ทบทวนตัวเอง 7 ม.ค. 2557 18:07 7 ม.ค. 2557 19:39 ไทยรัฐ